การเลือกตั้งสภาเขตซาราวัก ค.ศ. 1963
สรุปใจความสำคัญ
- มีการเลือกตั้งสภาเขตทั้งหมด 429 ที่นั่ง โดยพรรคพันธมิตรซาราวักชนะที่นั่งมากที่สุด 138 ที่นั่ง
- ใช้ระบบการเลือกตั้งทางอ้อม 3 ระดับ (สภาเขต -> สภาที่ปรึกษาประจำเขต -> สภาเนกริ)
- การเลือกตั้งเกิดขึ้นในช่วงการเปลี่ยนผ่านเพื่อรวมตัวเป็นสหพันธรัฐมาเลเซียในปี 1963
- ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาใช้สิทธิ 185,000 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 72.7 ของผู้มีสิทธิทั้งหมด
การเลือกตั้งสภาเขตซาราวักครั้งที่สองจัดขึ้นในปี ค.ศ. 1963 โดยมีการประกาศผลการเลือกตั้งระหว่างวันที่ 18 ถึง 25 มิถุนายน ค.ศ. 1963 การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ซาราวักกำลังเปลี่ยนผ่านจากการเป็นอาณานิคมของอังกฤษไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐมาเลเซีย
บริบททางการเมืองและการเตรียมการ
ก่อนการเลือกตั้งครั้งนี้ รัฐบาลอาณานิคมของอังกฤษได้แก้ไขรัฐธรรมนูญของซาราวักเพื่อลดจำนวนสมาชิกโดยตำแหน่งในสภาเนกริ (Council Negri) ซึ่งปัจจุบันคือสภานิติบัญญัติแห่งรัฐซาราวัก ให้เหลือเพียง 3 คน โดยสมาชิกส่วนที่เหลือจะมาจากการเลือกตั้งทางอ้อมผ่านระบบสภาเขตสามระดับ นอกจากนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งสำคัญ เช่น ประธานสภาที่มาจากการแต่งตั้งทางการเมือง และการเปลี่ยนตัวเลขาธิการรัฐบาลอาณานิคมเป็นประธานสภาสูงสุด (Supreme Council) ซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับคณะรัฐมนตรีในปัจจุบัน
การก่อตั้งสหพันธรัฐมาเลเซีย
ในวันที่ 27 พฤษภาคม ค.ศ. 1961 ตุนกู อับดุล ระห์มาน นายกรัฐมนตรีของสหพันธรัฐมลายู ได้ประกาศแผนการก่อตั้งสหพันธรัฐที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งประกอบด้วยสิงคโปร์ ซาราวัก ซาบาห์ และบรูไน โดยใช้ชื่อว่า มาเลเซีย ต่อมามีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการคอบโบลด์ (Cobbold Commission) ในวันที่ 17 มกราคม ค.ศ. 1962 เพื่อสำรวจความคิดเห็นของชาวซาราวักและซาบาห์ ซึ่งรายงานระบุว่ามีผู้สนับสนุนแผนการนี้ถึงร้อยละ 80
พรรคการเมืองหลักในการเลือกตั้ง
ในช่วงเวลานั้น ระบบการเมืองของซาราวักยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ทำให้มีการย้ายพรรคและปรับเปลี่ยนพันธมิตรทางการเมืองบ่อยครั้ง โดยมีพรรคการเมืองหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่:
- พรรคสหประชาชาติซาราวัก (Sarawak United Peoples' Party - SUPP): นำโดย Ong Kee Hui และ Stephen Yong เป็นพรรคที่ไม่มีนโยบายแบ่งแยกเชื้อชาติ แต่สมาชิกส่วนใหญ่เป็นชาวจีน และถูกกล่าวหาว่ามีผู้สนับสนุนคอมมิวนิสต์แทรกซึมอยู่
- พรรคเนการาซาราวัก (Parti Negara Sarawak - PANAS): เดิมเป็นสมาชิกของพรรคพันธมิตร แต่ได้แยกตัวออกมาในเดือนเมษายน ค.ศ. 1963 เนื่องจากไม่พอใจที่พรรคพันธมิตรมลายูเข้ามาแทรกแซงกิจการภายใน แม้ผู้นำจะเป็นคนหลายเชื้อชาติ แต่ฐานเสียงส่วนใหญ่กลายเป็นชาวมลายู
- พรรคพันธมิตรซาราวัก (Sarawak Alliance): ประกอบด้วย 4 พรรคย่อย ได้แก่ SNAP (นำโดย Stephen Kalong Ningkan ซึ่งได้รับความนิยมในหมู่ชาวไอบัน), PESAKA (ก่อตั้งโดย Temenggung Jugah), BARJASA (ตัวแทนชาวมลายูฝ่ายต่อต้านการยกดินแดนให้อังกฤษ) และ SCA (ก่อตั้งโดย Ling Beng Siew)
ระบบการเลือกตั้งแบบสามระดับ
ซาราวักใช้ระบบการเลือกตั้งทางอ้อมแบบสามระดับ ซึ่งรัฐบาลอาณานิคมอังกฤษนำมาใช้เพื่อให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้สั่งสมประสบการณ์ก่อนก้าวสู่ระดับที่สูงขึ้น โดยมีโครงสร้างดังนี้:
- ระดับที่ 1: แบ่งรัฐออกเป็น 24 เขตการปกครองท้องถิ่น แต่ละเขตมีสภาเขตที่ประกอบด้วยสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งสมาชิกคนเดียว
- ระดับที่ 2: สภาเขตทั้ง 24 แห่งจะร่วมกันเลือกสมาชิกเข้าสู่สภาที่ปรึกษาประจำเขต (Divisional Advisory Council) ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 เขตการปกครอง
- ระดับที่ 3: สภาที่ปรึกษาประจำเขตจะเลือกสมาชิก 36 คน เข้าสู่สภาเนกริ (Council Negri) และสภาเนกริจะคัดเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 24 คน เพื่อไปนั่งในรัฐสภาของมาเลเซีย
ผลการเลือกตั้งสภาเขต
จากการชิงชัยในที่นั่งสภาเขตทั้งหมด 429 ที่นั่ง ผลปรากฏดังนี้:
| พรรคการเมือง/กลุ่ม | จำนวนที่นั่ง | ร้อยละของคะแนนเสียง |
|---|---|---|
| พรรคพันธมิตรซาราวัก (Alliance) | 138 | 30.6% |
| ผู้สมัครอิสระ (Independents) | 116 | 29.7% |
| พรรคสหประชาชาติซาราวัก (SUPP) | 116 | 24.5% |
| พรรคเนการาซาราวัก (PANAS) | 59 | 15.2% |
พรรคพันธมิตรซาราวักได้รับชัยชนะโดยอาศัยฐานเสียงที่แข็งแกร่งจากชาวไอบันผ่านพรรค SNAP และ PESAKA ในขณะที่ SUPP กลายเป็นพรรคหลักที่ตัวแทนชาวจีนเลือก แม้จะเผชิญกับการถูกสั่งแบนหนังสือพิมพ์ที่สนับสนุนพรรค 3 ฉบับภายใต้กฎหมายความมั่นคง และต้องแข่งขันอย่างหนักกับพรรค SCA ที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรค MCA ของมลายู
คำถามที่พบบ่อย
การเลือกตั้งสภาเขตซาราวัก ค.ศ. 1963 มีความสำคัญอย่างไร?
เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนสถานะจากอาณานิคมอังกฤษไปสู่การเป็นรัฐหนึ่งในสหพันธรัฐมาเลเซีย และเป็นการวางรากฐานระบบการเมืองท้องถิ่นของซาราวัก
ระบบการเลือกตั้งสามระดับของซาราวักทำงานอย่างไร?
เริ่มจากการเลือกสมาชิกสภาเขต (District Council) จากนั้นสภาเขตจะเลือกสมาชิกสภาที่ปรึกษาประจำเขต (Divisional Advisory Council) และสุดท้ายสภาที่ปรึกษาประจำเขตจะเลือกสมาชิกเข้าสู่สภาเนกริ (Council Negri)
พรรคการเมืองใดได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้?
พรรคพันธมิตรซาราวัก (Sarawak Alliance) ได้ที่นั่งมากที่สุดคือ 138 ที่นั่ง โดยได้รับความนิยมอย่างมากจากกลุ่มชาวไอบัน

