← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การปลดผู้ตรวจการทั่วไปของสหรัฐอเมริกาในปี 2020

สรุปใจความสำคัญ

  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปลดผู้ตรวจการทั่วไป 5 รายจาก 5 กระทรวงภายใน 6 สัปดาห์ในช่วงปี 2020
  • ผู้ตรวจการทั่วไปมีหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตและการบริหารงานที่ผิดพลาดในหน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐฯ
  • การปลดส่วนใหญ่ถูกมองว่าเป็นการตอบโต้ (Retaliation) ต่อการตรวจสอบที่ส่งผลเสียต่อฝ่ายบริหาร
  • กฎหมายกำหนดให้ประธานาธิบดีต้องแจ้งสภาคองเกรสล่วงหน้า 30 วันก่อนปลดผู้ตรวจการทั่วไป

ในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม ปี 2020 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้สั่งปลดผู้ตรวจการทั่วไป (Inspectors General - IGs) จาก 5 หน่วยงานระดับกระทรวงภายในระยะเวลาเพียง 6 สัปดาห์ เหตุการณ์นี้ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยถูกเรียกขานว่าเป็น "การกวาดล้าง" (Purge) หรือ "สงครามกับผู้เฝ้าระวัง" (War on Watchdogs) เนื่องจากผู้ตรวจการทั่วไปหลายรายถูกปลดหลังจากดำเนินการตรวจสอบในประเด็นที่ประธานาธิบดีไม่พอใจ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการตอบโต้ทางการเมือง

บทบาทและหน้าที่ของผู้ตรวจการทั่วไป

ผู้ตรวจการทั่วไปคือเจ้าหน้าที่กำกับดูแลที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานต่างๆ ของฝ่ายบริหารในรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ตามพระราชบัญญัติผู้ตรวจการทั่วไปปี 1978 (Inspector General Act of 1978) โดยมีหน้าที่หลักดังนี้:

  • ระบุ ตรวจสอบ และสืบสวนการทุจริต การสิ้นเปลือง การใช้อำนาจในทางที่ผิด การยักยอก และการบริหารงานที่ผิดพลาดภายในกระทรวงและหน่วยงานของรัฐ
  • รับเรื่องร้องเรียนจากภายในหน่วยงานผ่านระบบ "ผู้แจ้งเบาะแส" (Whistleblower) หรือสายด่วน
  • ดำเนินการสืบสวนตามคำขอของสมาชิกสภาคองเกรสหรือคณะกรรมการสภาคองเกรส
  • ริเริ่มการตรวจสอบด้วยตนเองเพื่อความโปร่งใสของภาครัฐ

โดยปกติ ผู้ตรวจการทั่วไปจะได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีและต้องได้รับการรับรองจากวุฒิสภา อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสามารถปลดผู้ตรวจการทั่วไปได้ แต่กฎหมายที่แก้ไขในปี 2008 กำหนดให้ประธานาธิบดีต้องแจ้งสภาคองเกรสล่วงหน้า 30 วัน พร้อมระบุเหตุผลในการปลด เพื่อป้องกันการปลดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบออกด้วยเหตุผลส่วนตัวหรือเพื่อการตอบโต้

รายชื่อผู้ตรวจการทั่วไปที่ถูกปลดในปี 2020

การปลดเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้มักเกิดขึ้นในช่วงคืนวันศุกร์ ซึ่งเป็นกลยุทธ์การปล่อยข่าวเพื่อให้ได้รับความสนใจจากสื่อน้อยที่สุด (Friday News Dump) โดยมีรายชื่อผู้ถูกปลดดังนี้:

วันที่ถูกปลดชื่อผู้ตรวจการทั่วไปหน่วยงานสถานะ
3 เมษายน 2020Michael K. Atkinsonชุมชนข่าวกรอง (Intelligence Community)ถาวร
7 เมษายน 2020Glenn Fineกระทรวงกลาโหม (Defense)รักษาการ
1 พฤษภาคม 2020Christi Grimmกระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ (Health and Human Services)รักษาการ
15 พฤษภาคม 2020Mitch Behmกระทรวงคมนาคม (Transportation)รักษาการ
15 พฤษภาคม 2020Steve Linickกระทรวงการต่างประเทศ (State)ถาวร

กรณีของ Michael K. Atkinson

Michael K. Atkinson ผู้ตรวจการทั่วไปของชุมชนข่าวกรอง ถูกปลดหลังจากเขาส่งต่อคำร้องของผู้แจ้งเบาะแสที่นำไปสู่การยื่นถอดถอน (Impeachment) ประธานาธิบดีทรัมป์ครั้งแรก ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุเหตุผลว่า "ขาดความเชื่อมั่น" และวิจารณ์ว่า Atkinson ทำงานได้แย่และไม่จงรักภักดี โดยการสั่งให้ Atkinson ลาพักงานในระหว่างช่วงแจ้งล่วงหน้า 30 วัน ทำให้การปลดมีผลในทางปฏิบัติทันที

บริบททางประวัติศาสตร์และการเปรียบเทียบ

การปลดผู้ตรวจการทั่วไปไม่ใช่เรื่องใหม่ในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ แต่มีรูปแบบที่แตกต่างกัน:

  • โรนัลด์ เรแกน (1981): ปลดผู้ตรวจการทั่วไป 16 รายเพื่อแต่งตั้งคนของตนเอง แต่ภายหลังได้จ้างกลับ 5 รายหลังจากสภาคองเกรสคัดค้าน
  • จอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช (1989): ขอให้ผู้ตรวจการทั่วไปทุกคนลาออก แต่ได้ยกเลิกคำขอนั้นหลังจากถูกคัดค้าน
  • บารัก โอบามา (2009): ปลด Gerald Walpin โดยระบุว่าขาดความเชื่อมั่น และภายหลังอ้างว่ามีความประพฤติที่ไม่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม การปลดในสมัยของทรัมป์ถูกวิจารณ์ว่ามีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการขัดขวางการตรวจสอบการใช้อำนาจของฝ่ายบริหาร ทำให้ถูกเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ "Saturday Night Massacre" ในสมัยของริชาร์ด นิกสัน

คำถามที่พบบ่อย

ผู้ตรวจการทั่วไป (Inspector General) คืออะไร?

คือเจ้าหน้าที่กำกับดูแลอิสระในหน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ที่มีหน้าที่ตรวจสอบการทุจริต การสิ้นเปลือง และการบริหารงานที่ผิดพลาด เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในฝ่ายบริหาร

ทำไมการปลดผู้ตรวจการทั่วไปในปี 2020 จึงเป็นประเด็นอื้อฉาว?

เพราะผู้ถูกปลดหลายรายกำลังดำเนินการตรวจสอบในประเด็นที่ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่พอใจ และการปลดมักเกิดขึ้นในคืนวันศุกร์เพื่อเลี่ยงการรายงานข่าว ทำให้ถูกมองว่าเป็นการกวาดล้างผู้ตรวจสอบ

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สามารถปลดผู้ตรวจการทั่วไปได้ตามอำเภอใจหรือไม่?

ประธานาธิบดีมีอำนาจปลดได้ แต่ต้องแจ้งสภาคองเกรสล่วงหน้า 30 วันพร้อมระบุเหตุผล เพื่อให้สภาคองเกรสสามารถตรวจสอบความเหมาะสมของการปลดนั้นได้