← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ปริญญา Ad Eundem การรับรองวิทยฐานะทางวิชาการข้ามสถาบัน

สรุปใจความสำคัญ

  • ปริญญา Ad Eundem คือการรับรองวิทยฐานะจากสถาบันหนึ่งให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันอื่น โดยไม่ต้องผ่านการเรียนในหลักสูตร
  • ไม่ใช่ปริญญาที่ได้รับจากการศึกษา (Earned Degree) แต่เป็นการให้เกียรติหรือรับรองมาตรฐานคุณวุฒิ
  • ในอดีตแพร่หลายในยุโรปยุคกลาง ปัจจุบันยังคงมีอยู่ในบางสถาบัน เช่น ออกซฟอร์ด เคมบริดจ์ และทรีนิตีคอลเลจ ดับลิน
  • ในสหรัฐอเมริกา บางมหาวิทยาลัยใช้มอบให้แก่อาจารย์ที่ได้รับ Tenure หรือในวาระเกษียณอายุ

ปริญญา Ad Eundem (ภาษาละติน: ad eundem gradum แปลว่า "ในระดับเดียวกัน") คือปริญญาทางวิชาการที่มหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยแห่งหนึ่งมอบให้แก่ศิษย์เก่าของสถาบันอื่น โดยกระบวนการนี้มักถูกเรียกว่า การรับรองวิทยฐานะ (Incorporation) ผู้ที่ได้รับปริญญานี้มักเป็นบุคลากรสายวิชาการหรืออาจารย์ของสถาบันที่มอบปริญญาให้ ซึ่งเป็นการรับรองว่าผู้รับมีคุณวุฒิเทียบเท่ากับมาตรฐานของสถาบันนั้น ๆ โดยปริญญา Ad Eundem ไม่ใช่ปริญญาที่ได้รับจากการศึกษาเล่าเรียนตามหลักสูตรปกติ (Non-earned degree)

ประวัติความเป็นมา

ในสมัยปลายยุคกลาง การมอบปริญญา Ad Eundem เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่แพร่หลาย เมื่อผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยหนึ่งย้ายไปพำนักหรือทำงานในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยอีกแห่งหนึ่ง มหาวิทยาลัยแห่งใหม่จะรับรองวิทยฐานะของผู้สำเร็จการศึกษาท่านนั้นเพื่อเป็นการให้เกียรติ โดยมอบปริญญาในระดับเดียวกันกับที่เคยได้รับจากสถาบันเดิม เช่น หากบุคคลนั้นได้รับปริญญาตรีสาขาศิลปศาสตร์ (Bachelor of Arts) จากมหาวิทยาลัยเดิม เขาก็จะได้รับปริญญาตรีสาขาศิลปศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งใหม่ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกสถาบันที่จะมอบสิทธินี้ให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากทุกมหาวิทยาลัย

ธรรมเนียมการรับรองวิทยฐานะเริ่มลดน้อยลงในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 แต่ยังคงมีการปฏิบัติอยู่ในบางสถาบัน เช่น มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (University of Oxford), มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (University of Cambridge) และทรีนิตีคอลเลจ ดับลิน (Trinity College Dublin)

การนำไปใช้ในภูมิภาคต่าง ๆ

สหราชอาณาจักร

ที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด การรับรองวิทยฐานะปรากฏในธรรมนูญมหาวิทยาลัยครั้งแรกในปี ค.ศ. 1516 แม้ว่าในความเป็นจริงจะมีการปฏิบัติมานานก่อนหน้านั้น โดยในช่วงศตวรรษที่ 15 และต้นศตวรรษที่ 16 การรับรองวิทยฐานะนี้มอบให้แก่สมาชิกมหาวิทยาลัยจากทั่วยุโรป ต่อมาในปี ค.ศ. 1861 ได้จำกัดสิทธิเฉพาะผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์และทรีนิตีคอลเลจ ดับลิน และในปี ค.ศ. 1908 ได้จำกัดเฉพาะบางระดับปริญญาเท่านั้น แม้จะไม่ใช่ปริญญาที่ได้จากการเรียน แต่ผู้ได้รับจะสามารถระบุคุณวุฒินี้ในชื่อต่อท้าย (Post-nominals) ตามระเบียบของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดได้

สำหรับมหาวิทยาลัยเดอรัม (University of Durham) ที่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1832 เคยพยายามผลักดันให้ปริญญาของตนได้รับการยอมรับในระบบ Ad Eundem โดยการนำระบบผู้ประเมินภายนอก (External Examiner) มาใช้เพื่อให้มหาวิทยาลัยอื่นมั่นใจในมาตรฐาน แต่ความพยายามนี้ถูกปฏิเสธจากมหาวิทยาลัยอื่น ๆ จนกระทั่งมหาวิทยาลัยเดอรัมยกเลิกการมอบปริญญา Ad Eundem ในปี ค.ศ. 1909

ไอร์แลนด์

ระหว่างปี ค.ศ. 1904 ถึง 1907 นักศึกษาหญิงจำนวนหนึ่งจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดและเคมบริดจ์ ซึ่งในขณะนั้นสถาบันเดิมไม่ยอมมอบปริญญาให้แก่ผู้หญิง ได้รับปริญญา Ad Eundem จากทรีนิตีคอลเลจ ดับลิน จนทำให้พวกเธอถูกขนานนามว่า "Steamboat Ladies" (สตรีผู้ล่องเรือกลไฟ) เนื่องจากต้องเดินทางโดยเรือกลไฟไปยังไอร์แลนด์เพื่อรับปริญญา

ในปัจจุบัน ผู้สำเร็จการศึกษาจากออกซฟอร์ดและเคมบริดจ์ยังคงมีสิทธิขอรับปริญญาที่เทียบเท่าจากทรีนิตีคอลเลจ ดับลิน และในทางกลับกัน หากมีความประสงค์จะลงทะเบียนเรียนหรือเป็นบุคลากรสายวิชาการของสถาบัน และชำระค่าธรรมเนียมตามที่กำหนด

สหรัฐอเมริกา

ในสหรัฐอเมริกา การมอบปริญญา Ad Eundem ในระดับปริญญาตรีและโทเริ่มมีมาตั้งแต่ยุคอาณานิคม ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัย 3 แห่งที่ยังคงใช้การมอบปริญญาโทกิตติมศักดิ์ (Honorary MA) ให้แก่อาจารย์ในวาระต่าง ๆ ดังนี้:

  • มหาวิทยาลัยบราวน์ (Brown University): มอบให้แก่อาจารย์ที่ได้รับตำแหน่งรองศาสตราจารย์และได้รับความมั่นคงในหน้าที่การงาน (Tenure) โดยปกติจะมอบให้หลังจากปฏิบัติงานประมาณ 8 ปี ในฐานะผู้ช่วยศาสตราจารย์
    บรรยากาศพิธีประสาทปริญญาของมหาวิทยาลัยบราวน์
    พิธีมอบปริญญา Ad Eundem ให้แก่คณาจารย์ที่ได้รับตำแหน่ง Tenure ณ มหาวิทยาลัยบราวน์
  • มหาวิทยาลัยเวสเลียน (Wesleyan University): มอบให้แก่อาจารย์ที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์ (Full Professor) ยกเว้นผู้ที่เคยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากเวสเลียนอยู่แล้ว
  • มหาวิทยาลัยลอว์เรนซ์ (Lawrence University): มอบให้แก่อาจารย์ในวาระเกษียณอายุ ซึ่งเริ่มปฏิบัติมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1934 เพื่อเป็นการให้เกียรติและลดผลกระทบทางจิตใจจากการต้องเกษียณอายุตามระเบียบ

ออสเตรเลียและแอฟริกาใต้

ที่มหาวิทยาลัยซิดนีย์ (University of Sydney) บุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุนที่ไม่ได้จบจากสถาบันนี้ แต่ปฏิบัติงานมาไม่น้อยกว่า 10 ปีจนถึงวันเกษียณ อาจได้รับการพิจารณาจากสภาวิชาการ (Senate) ให้ได้รับปริญญา Ad Eundem

ในแอฟริกาใต้ มหาวิทยาลัยโรดส์ (Rhodes University) ใช้คำว่า ad eundem gradum ในความหมายที่แตกต่างออกไป โดยใช้เพื่อรับรองสถานะให้ผู้ที่มีประสบการณ์การทำงานสูงสามารถเข้าศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษา (Research Higher Degree) ได้โดยได้รับการยกเว้นเกณฑ์คุณวุฒิการเข้าศึกษา แต่ผู้เรียนจะไม่ได้รับปริญญาเป็นคุณวุฒิในขั้นตอนนี้

คำถามที่พบบ่อย

ปริญญา Ad Eundem แตกต่างจากปริญญากิตติมศักดิ์อย่างไร?

แม้ทั้งคู่จะไม่ใช่ปริญญาที่ได้จากการเรียน แต่ Ad Eundem เน้นที่การรับรองว่าผู้รับมีวิทยฐานะ 'ในระดับเดียวกัน' กับผู้สำเร็จการศึกษาของสถาบันนั้น โดยอ้างอิงจากปริญญาที่ผู้รับเคยได้รับจากสถาบันอื่นที่ได้รับการยอมรับ

ใครมีสิทธิได้รับปริญญา Ad Eundem?

โดยทั่วไปจะมอบให้แก่บุคลากรสายวิชาการที่ย้ายสถาบัน หรือผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันพันธมิตรที่มีมาตรฐานเทียบเท่ากัน ตามระเบียบของแต่ละมหาวิทยาลัย

ทำไมผู้หญิงในอดีตถึงได้รับปริญญา Ad Eundem จากทรีนิตีคอลเลจ ดับลิน?

เนื่องจากในอดีตมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดและเคมบริดจ์ไม่ยอมมอบปริญญาให้แก่นักศึกษาหญิง แม้จะเรียนจบตามหลักสูตร ผู้หญิงเหล่านี้จึงเดินทางไปรับปริญญา Ad Eundem จากทรีนิตีคอลเลจ ดับลิน เพื่อให้ได้รับการรับรองวิทยฐานะอย่างเป็นทางการ

ปริญญา Ad Eundem สามารถใช้สมัครงานได้เหมือนปริญญาปกติหรือไม่?

เนื่องจากไม่ใช่ปริญญาที่ได้จากการศึกษา (Earned Degree) การใช้งานจึงขึ้นอยู่กับระเบียบของสถาบันและวัตถุประสงค์ของการให้เกียรติ ซึ่งมักใช้เพื่อการระบุวิทยฐานะในทางวิชาการมากกว่าการใช้เป็นคุณวุฒิเพื่อเข้าทำงานในระดับเริ่มต้น

ปัจจุบันยังมีการมอบปริญญา Ad Eundem อยู่หรือไม่?

ใช่ ยังมีการปฏิบัติอยู่ในบางมหาวิทยาลัยชั้นนำ เช่น มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และทรีนิตีคอลเลจ ดับลิน รวมถึงบางมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา เช่น มหาวิทยาลัยบราวน์