← กลับไปยังบทความทั้งหมด

หุ่นยนต์ Air-Cobot สำหรับการตรวจสอบเครื่องบิน

สรุปใจความสำคัญ

  • Air-Cobot เป็นหุ่นยนต์เคลื่อนที่แบบร่วมมือกัน (Collaborative Robot) สัญชาติฝรั่งเศสที่ออกแบบมาเพื่อตรวจสอบสภาพเครื่องบิน
  • ใช้เทคโนโลยีการตรวจสอบแบบไม่ทำลาย (Nondestructive Testing) ร่วมกับเครื่องสแกน 3 มิติ และกล้องความละเอียดสูง
  • สามารถนำทางได้ด้วยตนเอง (Autonomous Navigation) โดยอ้างอิงตำแหน่งจากแบบจำลองเสมือนของเครื่องบิน
  • มีเป้าหมายเพื่อลดระยะเวลาการบำรุงรักษาเครื่องบินและเพิ่มความแม่นยำในการตรวจพบจุดบกพร่อง

Air-Cobot (Aircraft Inspection enhanced by smaRt & Collaborative rOBOT) คือโครงการวิจัยและพัฒนาของประเทศฝรั่งเศส ในการสร้างหุ่นยนต์เคลื่อนที่แบบล้อเลื่อนที่ทำงานร่วมกับมนุษย์ (Collaborative Mobile Robot) เพื่อใช้ในการตรวจสอบสภาพเครื่องบินระหว่างการปฏิบัติการบำรุงรักษา โดยโครงการนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่างห้องปฏิบัติการวิจัยและภาคอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การนำทางอัตโนมัติ (Autonomous Navigation), การทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์ (Human-Robot Collaboration) และการตรวจสอบแบบไม่ทำลาย (Nondestructive Testing)

วัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการ

โครงการ Air-Cobot เริ่มต้นขึ้นในเดือนมกราคม ปี 2013 ภายใต้โปรแกรมกองทุนระหว่างกระทรวงของ Aerospace Valley ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจด้านการบินและอวกาศในฝรั่งเศสตะวันตกเฉียงใต้ โดยมีงบประมาณมากกว่า 1 ล้านยูโร เป้าหมายหลักคือการพัฒนาหุ่นยนต์เคลื่อนที่ที่สามารถนำทางได้ด้วยตนเอง และติดตั้งเซนเซอร์ตรวจสอบแบบไม่ทำลาย เพื่อใช้ในการตรวจสอบเครื่องบินทั้งในช่วงก่อนการบิน (Preflight) หรือระหว่างการบำรุงรักษาภายในโรงเก็บเครื่องบิน (Hangar) โดยมีการทดสอบการใช้งานจริงที่สถานประกอบการของ Airbus และ Air France Industries

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

โดยปกติ การตรวจสอบเครื่องบินจะดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่มนุษย์ ซึ่งอาจเกิดความเหนื่อยล้าและส่งผลต่อความแม่นยำในการตรวจสอบ การนำ Air-Cobot มาใช้มีวัตถุประสงค์เพื่อ:

  • เพิ่มความน่าเชื่อถือและความแม่นยำ: ระบบอัตโนมัติช่วยให้การตรวจสอบมีความสม่ำเสมอและสามารถทำซ้ำได้
  • ลดระยะเวลาในการตรวจสอบ: ช่วยให้สายการบินและผู้ผลิตเครื่องบินลดเวลาที่เครื่องบินต้องจอดพักเพื่อบำรุงรักษา ซึ่งเป็นการเพิ่มความพร้อมในการใช้งานเครื่องบินและลดต้นทุนการดำเนินงาน
  • การติดตามผลที่มีประสิทธิภาพ: มีการสร้างฐานข้อมูลเฉพาะสำหรับเครื่องบินแต่ละลำ ซึ่งประกอบด้วยภาพถ่ายและข้อมูลสแกน 3 มิติ เพื่อใช้ติดตามการเปลี่ยนแปลงของจุดบกพร่อง เช่น การขยายตัวของรอยร้าวในโครงสร้างเครื่องบิน

รายละเอียดทางเทคนิคและอุปกรณ์

Air-Cobot ติดตั้งอยู่บนแพลตฟอร์มเคลื่อนที่รุ่น 4MOB ที่ผลิตโดย Sterela ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มขับเคลื่อนสี่ล้อที่สามารถใช้งานในพื้นที่สมบุกสมบันได้

คุณสมบัติรายละเอียด
น้ำหนัก230 กิโลกรัม
ความเร็วสูงสุด2 เมตรต่อวินาที (7.2 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)
ระยะเวลาการทำงานสูงสุด 8 ชั่วโมง (แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน)
ระบบปฏิบัติการLinux (สำหรับการนำทางอัตโนมัติ) และ Windows (สำหรับการตรวจสอบแบบไม่ทำลาย)

เซนเซอร์และอุปกรณ์ตรวจสอบ

หุ่นยนต์ติดตั้งอุปกรณ์ขั้นสูงเพื่อการตรวจสอบและการนำทาง ดังนี้:

  • อุปกรณ์ตรวจสอบ: กล้อง Pan-Tilt-Zoom จาก Axis Communications และเครื่องสแกน 3 มิติ Eva จาก Artec 3D
  • อุปกรณ์นำทาง: หน่วยวัดความเฉื่อย (IMU), กล้อง PointGrey สองชุด, เครื่องวัดระยะเลเซอร์ Hokuyo สองเครื่อง และหน่วย GPS จาก M3 Systems สำหรับการกำหนดขอบเขตพื้นที่ (Geofencing) ในสภาพแวดล้อมภายนอก
  • ระบบความปลอดภัย: กันชนตรวจจับสิ่งกีดขวางทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งจะหยุดการทำงานของแพลตฟอร์มทันทีเมื่อมีการปะทะ

การนำทางอัตโนมัติ

ระบบการนำทางของ Air-Cobot แบ่งออกเป็นสองระยะ:

  1. ระยะการเคลื่อนที่ทั่วไป: การนำทางภายในสนามบินหรือโรงงานเพื่อให้หุ่นยนต์เคลื่อนที่เข้าใกล้ตัวเครื่องบิน
  2. ระยะการตรวจสอบ: การนำทางรอบตัวเครื่องบิน เพื่อให้หุ่นยนต์จัดวางตำแหน่งตัวเองตามจุดควบคุมที่อ้างอิงจากแบบจำลองเสมือน (Virtual Model) ของเครื่องบิน

ความร่วมมือและพันธมิตร

โครงการนี้บริหารจัดการโดย Akka Technologies โดยมีพันธมิตรที่สำคัญ ได้แก่:

  • Airbus Innovations: ผู้ริเริ่มโครงการและผู้จัดหาแบบจำลอง CAD ของเครื่องบิน Airbus A320
  • LAAS-CNRS: รับผิดชอบด้านการนำทางอัตโนมัติ
  • Armines และ Institut Clément Ader: รับผิดชอบด้านการตรวจสอบแบบไม่ทำลาย
  • 2MoRO Solutions: ดูแลระบบสารสนเทศด้านการบำรุงรักษา
  • M3 System: พัฒนาโซลูชันการระบุตำแหน่งภายนอกด้วย GPS
  • Sterela: ผู้ผลิตแพลตฟอร์มเคลื่อนที่ 4MOB

คำถามที่พบบ่อย

Air-Cobot คืออะไร?

Air-Cobot คือหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติที่พัฒนาขึ้นในฝรั่งเศส เพื่อใช้ในการตรวจสอบสภาพเครื่องบินระหว่างการบำรุงรักษา โดยเน้นการทำงานร่วมกับมนุษย์และใช้เซนเซอร์ตรวจสอบแบบไม่ทำลาย

Air-Cobot ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงรักษาเครื่องบินได้อย่างไร?

ช่วยลดความเหนื่อยล้าของเจ้าหน้าที่มนุษย์ เพิ่มความแม่นยำในการตรวจสอบ และลดระยะเวลาที่เครื่องบินต้องจอดพักเพื่อบำรุงรักษา ทำให้เครื่องบินมีความพร้อมในการใช้งานมากขึ้น

หุ่นยนต์ตัวนี้ใช้เซนเซอร์อะไรในการตรวจสอบ?

ใช้กล้อง Pan-Tilt-Zoom จาก Axis Communications และเครื่องสแกน 3 มิติ Eva จาก Artec 3D เพื่อสร้างภาพและข้อมูลโครงสร้างของเครื่องบิน

Air-Cobot สามารถทำงานในพื้นที่ใดได้บ้าง?

answer: สามารถทำงานได้ทั้งในโรงเก็บเครื่องบิน (Hangar) และพื้นที่กลางแจ้งในสนามบิน โดยมีระบบ GPS และเซนเซอร์เลเซอร์ให้การนำทาง