อาลี ซูฟาน อดีตเจ้าหน้าที่ FBI ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการก่อการร้าย
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นอดีตเจ้าหน้าที่ FBI ที่เชี่ยวชาญภาษาอาหรับและมีบทบาทสำคัญในการสืบสวนคดี USS Cole และ 9/11
- วิพากษ์วิจารณ์การปกปิดข้อมูลของ CIA ซึ่งเขาเชื่อว่าอาจป้องกันเหตุการณ์ 11 กันยายนได้
- คัดค้านการใช้การทรมานนักโทษ โดยยืนยันว่าการสร้างความสัมพันธ์กับผู้ต้องสงสัยให้ข้อมูลที่มีคุณภาพมากกว่า
- ผู้ก่อตั้ง The Soufan Center และ The Soufan Group เพื่อวิเคราะห์ภัยคุกคามด้านความมั่นคงระดับโลก
อาลี ซูฟาน (Ali H. Soufan) เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1971 เป็นอดีตเจ้าหน้าที่พิเศษของสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) ชาวเลบานอน-อเมริกัน ผู้มีบทบาทสำคัญในการสืบสวนคดีการก่อการร้ายระดับโลกหลายคดี โดยเฉพาะการติดตามร่องรอยของกลุ่มอัลกออิดะห์ (al-Qaeda) และการวิเคราะห์ภัยคุกคามด้านความมั่นคง

ประวัติและการศึกษา
ซูฟานเกิดที่กรุงเบรุต ประเทศเลบานอน ในครอบครัวมุสลิมชีอะห์ เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแมนสฟิลด์แห่งเพนซิลเวเนียในปี ค.ศ. 1995 และระดับปริญญาโทด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวิลลาโนวาในปี ค.ศ. 1997
บทบาทในสำนักงานสอบสวนกลาง (FBI)
ซูฟานเริ่มสร้างชื่อเสียงในฐานะเจ้าหน้าที่สืบสวนที่เชี่ยวชาญด้านภาษาอาหรับและวัฒนธรรมตะวันออกกลาง โดยมีผลงานที่โดดเด่นดังนี้:
- แผนระเบิดสหัสวรรษในจอร์แดน: ในปี ค.ศ. 1999 ซูฟานได้รับมอบหมายให้สืบสวนแผนการวางระเบิดในจอร์แดน ซึ่งเขาได้ค้นพบเอกสารสำคัญที่ระบุตำแหน่งเป้าหมายการโจมตี ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกละเลยโดยเจ้าหน้าที่ CIA
- คดีระเบิดเรือ USS Cole: ในปี ค.ศ. 2000 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าทีมสืบสวนคดีระเบิดเรือ USS Cole โดยสามารถเชื่อมโยงข้อมูลการสอบสวนจนนำไปสู่การระบุตัวตนของ อับดุล ราฮิม อัล-นาชิรี (Abd al-Rahim al-Nashiri)
- เหตุการณ์ 11 กันยายน (9/11): หลังการโจมตีในวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2001 ซูฟานเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ FBI เพียงไม่กี่คนที่พูดภาษาอาหรับได้คล่องแคล่ว และเป็นคนเดียวในนิวยอร์กซิตี้ในขณะนั้น เขาใช้วิธีการสอบสวนแบบสร้างความสัมพันธ์ (Rapport-building) โดยการนั่งพูดคุยเรื่องศาสนาและการเมืองกับผู้ต้องสงสัยเพื่อดึงข้อมูลสำคัญ
การสืบสวนในเยเมนและการวิพากษ์วิจารณ์ CIA
ในระหว่างการสืบสวนที่ประเทศเยเมน ซูฟานพบว่า CIA ได้ปกปิดข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับผู้บงการเหตุการณ์ระเบิดเรือ USS Cole ซึ่งหากเขาได้รับข้อมูลนี้เร็วกว่านี้ เขาเชื่อว่าอาจสามารถเชื่อมโยงแผนการและป้องกันเหตุการณ์ 11 กันยายนได้ ความขัดแย้งในการแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงานความมั่นคงนี้ นำไปสู่การลาออกจาก FBI ของเขาในปี ค.ศ. 2005
ทัศนะต่อการทรมานนักโทษ
ซูฟานเป็นผู้คัดค้านการใช้เทคนิคการสอบสวนแบบรุนแรง (Enhanced Interrogation Techniques) หรือการทรมาน โดยเขาได้ให้การต่อคณะกรรมการตุลาการของวุฒิสภาสหรัฐฯ ในปี ค.ศ. 2009 ว่าการสอบสวนโดยใช้วิธีการสร้างความสัมพันธ์ให้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์และนำไปสู่ข้อมูลที่ใช้งานได้จริง (Actionable Intelligence) มากกว่าการใช้การทรมาน เช่น กรณีการสอบสวน อาบู ซูไบดาห์ (Abu Zubaydah) ซึ่งซูฟานระบุว่าข้อมูลไหลลื่นในช่วงแรกที่ไม่มีการทรมาน แต่หยุดชะงักลงเมื่อมีการนำวิธีการ Waterboarding มาใช้
งานหลังออกจาก FBI
หลังจากลาออกจาก FBI ในปี ค.ศ. 2005 ซูฟานได้ก่อตั้ง The Soufan Group ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านความมั่นคง และ The Soufan Center ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มุ่งเน้นการวิจัยและวิเคราะห์ภัยคุกคามระดับโลก
นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้เขียนหนังสือหลายเล่ม ได้แก่ The Black Banners (2011) ซึ่งเล่าเรื่องราวภายในของกลุ่มอัลกออิดะห์ และ Anatomy of Terror (2017) ซึ่งวิเคราะห์การผงาดขึ้นของรัฐอิสลาม (ISIS)
คำถามที่พบบ่อย
อาลี ซูฟาน คือใคร?
อาลี ซูฟาน เป็นอดีตเจ้าหน้าที่พิเศษของ FBI ชาวเลบานอน-อเมริกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการก่อการร้ายและการสืบสวนคดีความมั่นคงระดับโลก
ทำไมอาลี ซูฟาน ถึงลาออกจาก FBI?
เขาลาออกจาก FBI ในปี 2005 หลังจากวิพากษ์วิจารณ์ว่า CIA ไม่แบ่งปันข้อมูลข่าวกรองที่สำคัญ ซึ่งหากได้รับข้อมูลนั้น เขาอาจสามารถป้องกันเหตุการณ์ 11 กันยายน ได้
มุมมองของอาลี ซูฟาน ต่อการทรมานนักโทษเป็นอย่างไร?
เขาคัดค้านการทรมานอย่างรุนแรง โดยระบุว่าการสอบสวนด้วยวิธีสร้างความสัมพันธ์ (Rapport-building) ให้ข้อมูลที่แม่นยำและใช้งานได้จริงมากกว่าการใช้ความรุนแรง
The Soufan Center คืออะไร?
เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ก่อตั้งโดยอาลี ซูฟาน เพื่อเป็นศูนย์กลางการวิจัย การวิเคราะห์ และการสนทนาเชิงกลยุทธ์เกี่ยวกับประเด็นความมั่นคงระดับโลกและภัยคุกคามที่เกิดขึ้นใหม่

