← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Allis-Chalmers Model G รถแทรกเตอร์ขนาดเล็กสำหรับสวนผัก

สรุปใจความสำคัญ

  • ผลิตระหว่างปี 1948-1955 ที่เมือง Gadsden รัฐแอลาบามา
  • ใช้เครื่องยนต์ Continental N62 วางตำแหน่งไว้ด้านหลังตัวรถ
  • ออกแบบมาเพื่อเกษตรกรรายย่อยและคนทำสวนผักโดยเฉพาะ

Allis-Chalmers Model G เป็นรถแทรกเตอร์ขนาดเล็กสำหรับบรรทุกอุปกรณ์ต่อพ่วง (implement carrier) ที่ผลิตโดยบริษัท Allis-Chalmers Manufacturing Company โดยมีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ด้วยการวางตำแหน่งเครื่องยนต์ไว้ด้านหลัง ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถมองเห็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่ใต้ท้องรถได้อย่างชัดเจน

Allis-Chalmers Model G ที่งานแสดงรถแทรกเตอร์
Allis-Chalmers Model G ในงานแสดงรถแทรกเตอร์ของสหรัฐอเมริกา

รายละเอียดทางเทคนิค

Model G ถูกผลิตขึ้นที่โรงงานในเมือง Gadsden รัฐแอลาบามา ระหว่างปี ค.ศ. 1948 ถึง 1955 โดยมีการผลิตออกมาทั้งหมด 29,976 คัน ซึ่งน้อยกว่าที่บริษัทคาดการณ์ไว้ในตอนแรก

ข้อมูลจำเพาะของเครื่องยนต์และสมรรถนะ

  • เครื่องยนต์: Continental N62 แบบ 4 สูบ
  • กระบอกสูบและช่วงชัก: 2+3⁄8 x 3+1⁄2 นิ้ว (60 มม. x 89 มม.)
  • ความจุเครื่องยนต์: 62 ลูกบาศก์นิ้ว
  • รอบเครื่องยนต์: 1,800 รอบต่อนาที (RPM)
  • กำลังขับเคลื่อน: ประมาณ 10 แรงม้า (ทดสอบได้ 10.33 แรงม้าที่สายพาน และ 9.04 แรงม้าที่คานลาก)
  • น้ำหนัก: 1,285 ปอนด์
  • ถังน้ำมัน: 5 แกลลอน
  • ระบบส่งกำลัง: เกียร์ 3 สปีด พร้อมเกียร์ถอยหลัง และมีเกียร์ 'creeper' สำหรับการทำงานที่ความเร็วต่ำมากเป็นมาตรฐาน
รถแทรกเตอร์ Allis-Chalmers G
ลักษณะตัวรถ Allis-Chalmers Model G

การดัดแปลงเป็นรถไฟฟ้า (Electric Conversions)

ด้วยการออกแบบที่เรียบง่ายและมีเครื่องยนต์อยู่ด้านหลัง ทำให้ Model G เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการดัดแปลงเป็นรถไฟฟ้า โดยการเปลี่ยนเครื่องยนต์เดิมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า DC ขนาดเล็ก และใช้แผ่นอะแดปเตอร์เพื่อยึดเข้ากับเสื้อเกียร์

การดัดแปลงนี้มักจะติดตั้งคอนแทคเตอร์และตัวควบคุมมอเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ไว้บนแผ่นเดียวกัน โดยมีแบตเตอรี่ติดตั้งอยู่ในกล่องเหนือมอเตอร์เพื่อให้ง่ายต่อการบำรุงรักษา เนื่องจากน้ำหนักของมอเตอร์ไฟฟ้าเบากว่าเครื่องยนต์เดิม การดัดแปลงจึงยังคงต้องใช้ตุ้มถ่วงน้ำหนักที่ส่วนหน้าของรถเพื่อรักษาความสมดุล

Allis-Chalmers GRV
Allis-Chalmers GRV ในเมือง Monschau

จนถึงปี 2009 มีรถ Model G ที่ถูกดัดแปลงเป็นไฟฟ้ามากกว่า 100 คัน และในปี 2018 นักศึกษาจากมหาวิทยาลัย Nebraska-Lincoln ได้ร่วมมือกับ Tuff-bilt Tractors เพื่อสร้างรถต้นแบบไฟฟ้า

รถแทรกเตอร์รุ่นอื่นที่พัฒนาต่อยอดจาก Model G

ในช่วงกลางทศวรรษ 1950 บริษัท David Brown Ltd. ในสหราชอาณาจักรได้นำการออกแบบของ Model G มาพัฒนาเป็นรถแทรกเตอร์รุ่น VAD12/V หรือที่รู้จักกันในชื่อ 2D โดยใช้โครงสร้างท่อเหล็กเป็นถังเก็บลมสำหรับระบบยกอุปกรณ์ต่อพ่วงด้วยลม แต่รุ่น 2D ไม่ประสบความสำเร็จในด้านยอดขายและถูกยกเลิกการผลิตไป

รถแทรกเตอร์ Allis-Chalmer
รถแทรกเตอร์ Allis-Chalmer อีกหนึ่งรุ่น

ในปัจจุบัน ยังมีบริษัทอย่าง Tuff-bilt Tractors (ผลิตตั้งแต่ปี 2007) และ Cleber, LLC (ผลิตรุ่น Oggún ตั้งแต่ปี 2014) รวมถึงบริษัท Tilmor จากรัฐโอไฮโอ ที่ยังคงพัฒนาและผลิตรถแทรกเตอร์ที่ใช้พื้นฐานการออกแบบของ Model G อยู่

คำถามที่พบบ่อย

Allis-Chalmers Model G มีจุดเด่นอะไร?

จุดเด่นคือการวางเครื่องยนต์ไว้ด้านหลัง และการออกแบบที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นอุปกรณ์ต่อพ่วงที่ติดตั้งอยู่ใต้ท้องรถได้อย่างชัดเจน

Model G ถูกดัดแปลงเป็นรถไฟฟ้าได้ง่ายหรือไม่?

ใช่ เนื่องจากโครงสร้างที่เรียบง่ายและการวางตำแหน่งเครื่องยนต์ ทำให้สามารถเปลี่ยนเครื่องยนต์เดิมเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ได้สะดวก

มีรถแทรกเตอร์รุ่นอื่นที่ใช้พื้นฐานจาก Model G หรือไม่?

มี เช่น รุ่น 2D ของ David Brown Ltd. และรถแทรกเตอร์สมัยใหม่จาก Tuff-bilt Tractors และ Cleber, LLC