ตารางการฉีดวัคซีนทางเลือก ความเสี่ยงและข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์
สรุปใจความสำคัญ
- ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับเรื่อง 'การทำงานหนักเกินไปของระบบภูมิคุ้มกัน' จากการฉีดวัคซีนหลายชนิดพร้อมกัน
- การใช้ตารางการฉีดวัคซีนทางเลือกเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนทั้งต่อตัวเด็กและชุมชน
- ปริมาณสารเคมีในวัคซีน เช่น อะลูมิเนียมและฟอร์มาลดีไฮด์ ต่ำกว่าระดับที่ร่างกายได้รับจากธรรมชาติ
- การเลื่อนการฉีดวัคซีนไม่ช่วยลดความเจ็บปวดหรือความวิตกกังวลของเด็ก แต่กลับอาจเพิ่มอาการกลัวเข็มเนื่องจากต้องพบแพทย์บ่อยขึ้น
ในสหรัฐอเมริกา ตารางการฉีดวัคซีนทางเลือก (Alternative vaccination schedule) หมายถึง ตารางการฉีดวัคซีนที่แตกต่างจากตารางที่ได้รับการรับรองโดยคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านการสร้างภูมิคุ้มกัน (Advisory Committee on Immunization Practices หรือ ACIP) ตารางเหล่านี้อาจถูกกำหนดขึ้นเองหรือเขียนขึ้นโดยบุคคลบางกลุ่ม ซึ่งยังไม่ผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยหรือประสิทธิภาพในระดับมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์
ความเชื่อและเหตุผลของผู้สนับสนุน
ผู้ที่สนับสนุนตารางทางเลือกมักมีความกังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากส่วนประกอบของวัคซีน โดยเฉพาะความเชื่อเรื่อง "การทำงานหนักเกินไปของระบบภูมิคุ้มกัน" (Immune system overload) ซึ่งเชื่อว่าการได้รับแอนติเจนหลายชนิดพร้อมกันจะส่งผลเสียต่อร่างกาย อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ที่เลือกใช้ตารางทางเลือกส่วนใหญ่มักทำไปเพราะความกังวลเรื่องความเสี่ยง มากกว่าการไม่ตระหนักถึงประโยชน์ของวัคซีน
ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์และผลกระทบ
หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าไม่มีสิ่งที่เรียกว่า "การทำงานหนักเกินไปของระบบภูมิคุ้มกัน" โดยหน่วยงานบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) ของสหราชอาณาจักรระบุว่าแนวคิดนี้เป็นเพียงความเชื่อที่ผิด นอกจากนี้ ปริมาณสารเคมีในวัคซีน เช่น อะลูมิเนียม และฟอร์มาลดีไฮด์ มีปริมาณต่ำกว่าระดับที่ร่างกายได้รับตามธรรมชาติอย่างมาก
ความเสี่ยงต่อสุขภาพและสาธารณสุข
- ความเสี่ยงในการติดเชื้อ: การจงใจเบี่ยงเบนจากตารางของ ACIP ทำให้เด็กมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและเพิ่มโอกาสในการเกิดการระบาดของโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน
- ผลกระทบต่อกลุ่มเปราะบาง: การลดลงของอัตราการฉีดวัคซีนส่งผลกระทบต่อผู้ที่ไม่สามารถฉีดวัคซีนได้ด้วยเหตุผลทางการแพทย์ เช่น เด็กที่อายุน้อยเกินไป หรือผู้ที่มีการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันไม่เพียงพอ
- การระบาดของโรค: ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เคยเกิดการระบาดของโรคหัดครั้งใหญ่ ซึ่งนำไปสู่การออกกฎหมายบังคับฉีดวัคซีน เนื่องจากก่อนหน้านั้นมีการใช้ตารางทางเลือกและการหลีกเลี่ยงวัคซีนอย่างแพร่หลาย
ความนิยมและแนวโน้ม
มีเด็กจำนวนมากขึ้นที่ได้รับวัคซีนไม่ครบถ้วน โดยประมาณ 13% หรือมากกว่านั้นเกิดจากการตัดสินใจของพ่อแม่ จากการสำรวจในบางพื้นที่ของสหรัฐอเมริกา เช่น คิงเคาน์ตี้ รัฐวอชิงตัน และพอร์ตแลนด์ รัฐออริกอน พบว่ามีพ่อแม่จำนวนหนึ่งหันมาใช้ตารางทางเลือกเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ งานวิจัยในครอบครัวที่มีฐานะดีชี้ให้เห็นว่า แม้แต่พ่อแม่ที่สนับสนุนวัคซีนก็อาจถูกชักจูงด้วยข้อมูลที่ผิด (Disinformation) จนนำไปสู่การเลื่อนการฉีดวัคซีน
บทวิเคราะห์กรณีของ Robert Sears
Robert Sears กุมารแพทย์ผู้สนับสนุนตารางทางเลือกที่โดดเด่น ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักโดยผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีน เช่น Paul Offit ซึ่งระบุว่า Sears นำเสนอข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ของวัคซีนผิดพลาด โดย Paul Offit ให้เหตุผลว่าตารางทางเลือกสร้างความเสี่ยงทางสาธารณสุข ดังนี้:
- ความเสี่ยงในสถานพยาบาล: ตารางทางเลือกทำให้ต้องเดินทางไปพบแพทย์บ่อยครั้งขึ้น ซึ่งเพิ่มโอกาสให้เด็กที่ยังไม่ได้รับวัคซีนได้รับเชื้อโรคติดต่อในห้องรอตรวจ
- ความวิตกกังวลของเด็ก: การเพิ่มจำนวนครั้งในการพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนทีละเข็ม ไม่ได้ช่วยลดความเจ็บปวดหรือความวิตกกังวล แต่กลับอาจเพิ่มอาการกลัวเข็มในเด็ก
- ความล่าช้าในการสร้างภูมิคุ้มกัน: การยืดระยะเวลาการฉีดวัคซีนทำให้เด็กอยู่ในสภาวะเปราะบางต่อโรคนานขึ้น
เป็นที่น่าสังเกตว่า ในเวลาต่อมา Robert Sears ได้ยอมรับว่าตำแหน่งเดิมของเขาหลายประการ เช่น ความเชื่อที่ว่าไทเมอโรซอล (Thimerosal) ก่อให้เกิดออทิสติกนั้น ไม่มีหลักฐานสนับสนุน และเขายอมรับว่าเขาเห็นด้วยกับตารางการฉีดวัคซีนมาตรฐาน
ประเภทของตารางทางเลือก
การศึกษาในปี 2016 ระบุประเภทของตารางทางเลือกไว้ 5 รูปแบบ ได้แก่:
- ตารางของ Sears
- ตารางที่จำกัดจำนวนเข็มต่อการเข้าพบแพทย์ (Shot-limiting schedule)
- การเลือกเลื่อนการฉีดหรือการปฏิเสธบางชนิด
- การตัดสินใจฉีดวัคซีนแบบครั้งต่อครั้ง (Visit-by-visit)
- การปฏิเสธวัคซีนทั้งหมด
ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด การข้ามหรือการเลื่อนการฉีดวัคซีนที่แนะนำส่งผลให้ความเสี่ยงในการติดเชื้อและแพร่กระจายโรคเพิ่มสูงขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
ตารางการฉีดวัคซีนทางเลือกคืออะไร?
คือตารางการฉีดวัคซีนที่แตกต่างจากตารางมาตรฐานที่แนะนำโดยหน่วยงานสาธารณสุข เช่น ACIP ในสหรัฐอเมริกา โดยมักจะเป็นการเลื่อนการฉีดวัคซีนบางชนิดออกไป หรือลดจำนวนเข็มที่ฉีดในแต่ละครั้ง
การฉีดวัคซีนแบบกระจายเข็มช่วยลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงได้หรือไม่?
ไม่ มีหลักฐานยืนยันว่าการเลื่อนหรือกระจายการฉีดวัคซีนไม่ช่วยลดผลข้างเคียง และยังเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนในช่วงที่ร่างกายยังไม่มีภูมิคุ้มกัน
ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กจะทำงานหนักเกินไปหากฉีดวัคซีนหลายชนิดพร้อมกันหรือไม่?
ไม่ ข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุข เช่น NHS ระบุว่าแนวคิดเรื่อง 'immune system overload' เป็นความเชื่อที่ผิด และระบบภูมิคุ้มกันของเด็กสามารถจัดการกับแอนติเจนในวัคซีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทำไมบางคนถึงเลือกใช้ตารางทางเลือก?
ส่วนใหญ่เกิดจากความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของวัคซีน และการได้รับข้อมูลที่ผิด (Disinformation) เกี่ยวกับส่วนประกอบของวัคซีนหรือผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกัน
