การกวาดล้างกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศในเชชเนีย
สรุปใจความสำคัญ
- มีการกักขัง ทรมาน และสังหารกลุ่ม LGBTQ+ ในเชชเนีย โดยเฉพาะเกย์
- รามซัน กาดิรอฟ ผู้นำเชชเนีย ปฏิเสธการมีอยู่ของคนรักเพศเดียวกันในพื้นที่
- มีการใช้การข่มขู่เพื่อบังคับให้กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศที่ถูกกักตัวไปรบในยูเครน
- ศาลฎีการัสเซียประกาศให้ขบวนการ LGBT ระหว่างประเทศเป็นองค์กรสุดโต่งในปี 2023
การกวาดล้างกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศในสาธารณรัฐเชชเนีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐรัสเซีย ประกอบด้วยการบังคับให้หายสาบสูญ การลักพาตัวอย่างลับๆ การกักขัง การทรมาน และการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรม โดยเจ้าหน้าที่รัฐมุ่งเป้าไปที่บุคคลที่มีรสนิยมทางเพศที่ถูกมองว่าไม่เป็นไปตามบรรทัดฐานของสังคม โดยเฉพาะกลุ่มเกย์

บริบททางสังคมและกฎหมาย
สถานะของสิทธิ LGBTQ+ ในสาธารณรัฐเชชเนียเป็นที่กังวลขององค์กรสิทธิมนุษยชนระดับโลก เช่น แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International) มาโดยตลอด เนื่องจากเชชเนียเป็นสังคมมุสลิมที่เคร่งครัดและอนุรักษนิยมอย่างยิ่ง ความเกลียดชังคนรักเพศเดียวกันเป็นเรื่องแพร่หลาย และการมีความหลากหลายทางเพศถูกมองว่าเป็น "รอยด่างพร้อยของครอบครัวขยายทั้งหมด"
แม้ว่าการรักเพศเดียวกันจะถูกกฎหมายในรัสเซียตั้งแต่ปี ค.ศ. 1993 แต่ในทางปฏิบัติ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ได้ให้อำนาจผู้นำท้องถิ่นในการบังคับใช้การตีความ "คุณค่าดั้งเดิม" ตามความต้องการของตนเอง ซึ่งในเชชเนียภายใต้การนำของ รามซัน กาดิรอฟ (Ramzan Kadyrov) ได้นำศาสนาอิสลามมาเป็นศูนย์กลางของชีวิตประจำวัน ส่งผลให้กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศถูกเลือกปฏิบัติและถูกทอดทิ้งจากครอบครัว
เหตุการณ์การกวาดล้างครั้งสำคัญ
การกวาดล้างระลอกแรก (ค.ศ. 2017)
รายงานการกวาดล้างเริ่มปรากฏชัดเจนในวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 2017 ผ่านหนังสือพิมพ์ Novaya Gazeta ซึ่งระบุว่าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2017 มีผู้ชายกว่า 100 คนถูกกักตัวและทรมาน และอย่างน้อย 3 คนถูกสังหารนอกกระบวนการยุติธรรม โดยเจ้าหน้าที่เรียกปฏิบัติการนี้ว่า "การกวาดล้างเพื่อป้องกัน" (prophylactic sweep)
องค์กรเพื่อความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (OSCE) ได้ออกรายงานในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2018 ยืนยันว่ามีการประหัตประหารกลุ่ม LGBT จริง และเจ้าหน้าที่รัฐเพิกเฉยต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่รายงานของสภาแห่งยุโรป (Council of Europe) ในปี ค.ศ. 2021 ระบุว่าการโจมตีที่รัฐสนับสนุนในเชชเนียปี 2017 เป็นตัวอย่างของความรุนแรงต่อกลุ่ม LGBTI ที่ร้ายแรงที่สุดในยุโรปในรอบหลายทศวรรษ
การกวาดล้างระลอกต่อมาและการบังคับเกณฑ์ทหาร
ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2019 มีรายงานว่าการกวาดล้างระลอกใหม่เริ่มต้นขึ้นในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2018 โดยมีผู้ถูกกักตัวประมาณ 40 คน และเสียชีวิต 2 คน ตามข้อมูลจาก Russian LGBT Network
นอกจากนี้ ในช่วงปี ค.ศ. 2022 ถึง 2023 มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่เชชเนียกักตัวผู้ชายที่สงสัยว่าเป็นเกย์ และข่มขู่ด้วยข้อหาอาญาที่กุขึ้น เพื่อบังคับให้พวกเขาลงนามในสัญญาทางทหารเพื่อไปรบในสงครามยูเครน โดยมีรายงานว่าอย่างน้อยหนึ่งคนถูกสังหารในแนวหน้า
การตอบสนองจากรัฐบาลและนานาชาติ
รามซัน กาดิรอฟ ปฏิเสธการมีอยู่ของเกย์ในเชชเนีย โดยอ้างว่าหากมีจริง คนเหล่านั้นจะถูกสังหารโดยครอบครัวของตนเอง ขณะที่รัฐบาลรัสเซียในมอสโกแสดงท่าทีสงสัยต่อรายงานเหล่านี้ แม้ว่าในภายหลังจะตกลงส่งทีมสืบสวนไปยังเชชเนียก็ตาม
ในวันที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 2023 ศาลฎีกาของรัสเซียได้ประกาศให้ "ขบวนการ LGBT ระหว่างประเทศ" เป็นองค์กรสุดโต่ง ซึ่งส่งผลให้การเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิ LGBTQ+ ทั้งหมดในรัสเซียกลายเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และอาจมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี
คำถามที่พบบ่อย
การกวาดล้างในเชชเนียเริ่มต้นขึ้นเมื่อใด?
รายงานการกวาดล้างระลอกใหญ่ครั้งแรกเริ่มปรากฏชัดเจนในเดือนเมษายน ค.ศ. 2017 หลังจากมีรายงานว่ามีการกักตัวและทรมานผู้ชายกว่า 100 คนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปีเดียวกัน
รัฐบาลเชชเนียมีท่าทีอย่างไรต่อเหตุการณ์นี้?
รามซัน กาดิรอฟ ผู้นำสาธารณรัฐเชชเนีย ปฏิเสธว่าไม่มีการประหัตประหารเกิดขึ้น และอ้างว่าไม่มีคนรักเพศเดียวกันอาศัยอยู่ในเชชเนีย
กลุ่ม LGBTQ+ ในเชชเนียเผชิญกับความเสี่ยงอะไรบ้างในปัจจุบัน?
นอกจากความเสี่ยงจากการถูกกักขังและทรมานแล้ว ในช่วงปี 2022-2023 มีรายงานว่าผู้ที่ถูกสงสัยว่าเป็นเกย์ถูกบังคับให้เซ็นสัญญาทางทหารเพื่อไปรบในยูเครน และการประกาศให้ขบวนการ LGBT เป็นองค์กรสุดโต่งในรัสเซียทำให้การเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนทำได้ยากขึ้น
