← กลับไปยังบทความทั้งหมด

อารีฟ มาร์ดิน โปรดิวเซอร์และผู้เรียบเรียงเสียงประสานระดับตำนาน

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นโปรดิวเซอร์และผู้เรียบเรียงเสียงประสานชาวตุรกี-อเมริกัน ผู้สร้างสรรค์ 'Atlantic Sound' ร่วมกับ Jerry Wexler และ Tom Dowd
  • ได้รับรางวัลแกรมมี่ 12 รางวัล และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง 18 ครั้ง
  • เป็นผู้ค้นพบเสียงร้อง Falsetto ของ Barry Gibb (The Bee Gees) ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ของยุคดิสโก
  • ได้รับทุนการศึกษา Quincy Jones Scholarship เป็นคนแรกเพื่อเข้าศึกษาที่ Berklee College of Music

อารีฟ มาร์ดิน (Arif Mardin) (15 มีนาคม 1932 – 25 มิถุนายน 2006) เป็นโปรดิวเซอร์และผู้เรียบเรียงเสียงประสานชาวตุรกี-อเมริกัน ผู้มีอิทธิพลอย่างสูงในอุตสาหกรรมดนตรีระดับโลก โดยทำงานร่วมกับศิลปินหลากหลายแนวเพลง ตั้งแต่แจ๊ส, ร็อก, โซล, ดิสโก และคันทรี ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ Atlantic Records เขาได้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่โปรดิวเซอร์ ผู้จัดการสตูดิโอ ไปจนถึงรองประธานบริษัท และต่อมาได้ดำรงตำแหน่งรองประธานและผู้จัดการทั่วไปของ Manhattan Records ภายใต้ EMI

อารีฟ มาร์ดิน ในงานประกาศรางวัลแกรมมี่ ปี 1990
อารีฟ มาร์ดิน ในงานประกาศรางวัลแกรมมี่ ปี 1990

ประวัติช่วงต้นและการศึกษา

มาร์ดินเกิดที่เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี ในครอบครัวที่มีชื่อเสียงซึ่งประกอบด้วยรัฐบุรุษ นักการทูต และผู้นำในภาคส่วนต่างๆ ของจักรวรรดิออตโตมันและสาธารณรัฐตุรกี โดยบิดาของเขาเป็นเจ้าของร่วมในเครือสถานีบริการน้ำมัน

เขาเติบโตมาพร้อมกับการฟังเพลงของ Bing Crosby และ Glenn Miller โดยมี คูเนยต์ เซอร์เมต (Cuneyt Sermet) นักวิจารณ์เพลงแจ๊สเป็นที่ปรึกษาและผู้แนะนำให้เขารู้จักกับดนตรีแจ๊ส มาร์ดินสำเร็จการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์และการพาณิชย์จากมหาวิทยาลัยอิสตันบูล และศึกษาต่อที่ London School of Economics แม้ว่าเขาจะมีความสามารถในการเรียบเรียงเสียงประสาน แต่ในตอนแรกเขาไม่ได้ตั้งใจจะประกอบอาชีพทางด้านดนตรี

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1956 เมื่อเขาได้พบกับ Dizzy Gillespie และ Quincy Jones นักดนตรีแจ๊สชาวอเมริกันในคอนเสิร์ตที่เมืองอังการา มาร์ดินได้ส่งผลงานเพลงตัวอย่าง (demo) สามเพลงไปยังเพื่อนของเขาที่ทำงานในสถานีวิทยุในสหรัฐอเมริกา ซึ่งผลงานดังกล่าวได้ถูกส่งต่อไปยัง Quincy Jones ส่งผลให้มาร์ดินได้รับทุนการศึกษา Quincy Jones Scholarship เป็นคนแรกเพื่อเข้าศึกษาที่ Berklee College of Music ในเมืองบอสตัน เขาเดินทางจากอิสตันบูลไปยังบอสตันในปี 1958 และสำเร็จการศึกษาในปี 1961 ก่อนจะย้ายไปนิวยอร์กเพื่อเริ่มต้นอาชีพในวงการดนตรี ต่อมาเขาได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์และได้รับแต่งตั้งเป็นทรัสตีของ Berklee College of Music

เส้นทางอาชีพที่ Atlantic Records และ Manhattan Records

มาร์ดินเริ่มงานที่ Atlantic Records ในปี 1963 ในฐานะผู้ช่วยของ Nesuhi Ertegün ซึ่งเป็นชาวตุรกีเช่นเดียวกัน มาร์ดินก้าวหน้าในหน้าที่การงานอย่างรวดเร็ว โดยดำรงตำแหน่งผู้จัดการสตูดิโอ โปรดิวเซอร์ประจำค่าย และผู้เรียบเรียงเสียงประสาน ในปี 1969 เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นรองประธานบริษัท และดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสจนถึงปี 2001

เขาร่วมมือกับผู้ก่อตั้งค่ายอย่าง Ahmet Ertegün และ Jerry Wexler รวมถึงวิศวกรบันทึกเสียงชื่อดัง Tom Dowd ในการสร้างสรรค์สิ่งที่เรียกว่า "Atlantic Sound" ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ทางเสียงของค่าย Atlantic Records ที่โดดเด่นและทรงพลัง

มาร์ดินเกษียณจาก Atlantic Records ในเดือนพฤษภาคม 2001 และกลับมาบริหารค่าย Manhattan Records อีกครั้ง

ผลงานและการสร้างสรรค์ดนตรี

ตลอดอาชีพการทำงาน มาร์ดินได้ร่วมงานกับศิลปินระดับโลกมากมาย เช่น Aretha Franklin, The Bee Gees, Queen, Phil Collins, Norah Jones, Chaka Khan, Roberta Flack, และ Bette Midler เป็นต้น

หนึ่งในผลงานที่โดดเด่นคือการค้นพบเสียงร้อง falsetto ของ Barry Gibb ในขณะที่โปรดิวซ์เพลง "Nights on Broadway" จากอัลบั้ม Main Course (1975) ของ The Bee Gees ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญของวงในช่วงยุคดิสโก

นอกจากงานโปรดิวซ์ มาร์ดินยังได้ออกอัลบั้มเดี่ยวสามชุด ได้แก่ Glass Onion (1970), Journey (1975) และ All My Friends Are Here (2006) โดยในอัลบั้ม Journey เขาทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ประพันธ์เพลง ผู้เรียบเรียงเสียงประสาน และนักดนตรี โดยมีศิลปินแจ๊สชื่อดังหลายคนร่วมบรรเลง

ในปี 1974 เขาได้ประพันธ์ เรียบเรียง และโปรดิวซ์ผลงาน The Prophet ซึ่งเป็นการตีความบทกวีของ Kahlil Gibran โดยมี Richard Harris เป็นผู้ถ่ายทอด

ความสำเร็จและรางวัล

มาร์ดินได้รับรางวัลแกรมมี่ (Grammy Awards) 12 รางวัล และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง 18 ครั้ง นอกจากนี้ เขายังได้รับอัลบั้มระดับทองและแพลทินัมมากกว่า 40 ชุด และในปี 1990 เขาได้รับการบรรจุเข้าสู่หอเกียรติยศของ National Academy of Recording Arts and Sciences (NARAS Hall of Fame)

มรดกทางดนตรีและสารคดี

อัลบั้ม All My Friends Are Here ถูกยกให้เป็นผลงานชิ้นสำคัญที่สุดในชีวิตของมาร์ดิน โดยมีศิลปินที่เขาเคยร่วมงานด้วย เช่น Bette Midler, Chaka Khan และ Norah Jones มาร่วมถ่ายทอดเพลง

เรื่องราวชีวิตและผลงานของเขาถูกถ่ายทอดผ่านสารคดีเรื่อง The Greatest Ears in Town: The Arif Mardin Story ซึ่งสร้างโดย Joe Mardin ลูกชายของเขา และกำกับโดย Doug Biro ออกฉายในปี 2010

คำถามที่พบบ่อย

อารีฟ มาร์ดิน คือใคร?

อารีฟ มาร์ดิน เป็นโปรดิวเซอร์เพลงและผู้เรียบเรียงเสียงประสานชาวตุรกี-อเมริกัน ผู้มีชื่อเสียงจากการทำงานที่ Atlantic Records และสร้างสรรค์ผลงานร่วมกับศิลปินระดับโลกมากมายในหลายแนวเพลง

อารีฟ มาร์ดิน มีบทบาทสำคัญอย่างไรในเพลงดิสโก?

เขาเป็นผู้ค้นพบและผลักดันให้ Barry Gibb แห่งวง The Bee Gees ใช้เสียงร้อง Falsetto ซึ่งกลายเป็นเครื่องหมายการค้าของวงและเป็นเสียงที่โดดเด่นในยุคดิสโก

อารีฟ มาร์ดิน ได้รับรางวัลอะไรบ้าง?

เขาได้รับรางวัลแกรมมี่ 12 รางวัล และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง 18 ครั้ง และได้รับการบรรจุเข้าสู่หอเกียรติยศของ NARAS Hall of Fame ในปี 1990

อารีฟ มาร์ดิน ศึกษาที่ไหน?

เขาศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์และการพาณิชย์ที่มหาวิทยาลัยอิสตันบูล และศึกษาต่อที่ London School of Economics ก่อนจะได้รับทุนการศึกษาจาก Quincy Jones เพื่อเข้าศึกษาที่ Berklee College of Music