ระบบลำดับเวลา ASPRO
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นระบบกำหนดอายุ 9 ช่วงเวลาสำหรับแหล่งโบราณคดีในตะวันออกใกล้โบราณ
- พัฒนาโดยสถาบัน Maison de l'Orient et de la Méditerranée ของฝรั่งเศส
- ครอบคลุมช่วงอายุตั้งแต่ 14,000 ถึง 5,700 ปีก่อนปัจจุบัน (BP)
- มีการปรับปรุงข้อมูลครั้งสำคัญในปี 2001 เพื่อให้สอดคล้องกับข้อมูลคาร์บอนกัมมันตรังสีล่าสุด
ระบบลำดับเวลา ASPRO (ASPRO chronology) คือระบบการกำหนดอายุทางโบราณคดีที่แบ่งออกเป็น 9 ช่วงเวลา สำหรับใช้กับแหล่งโบราณคดีในภูมิภาคตะวันออกใกล้โบราณ (Ancient Near East) โดยเน้นกลุ่มโบราณสถานที่มีอายุระหว่าง 14,000 ถึง 5,700 ปีก่อนปัจจุบัน (BP)
ที่มาและการพัฒนา
ระบบนี้ถูกนำเสนอครั้งแรกในปี ค.ศ. 1994 โดยชื่อ ASPRO ย่อมาจาก "Atlas des sites du Proche-Orient" (แผนที่แหล่งโบราณคดีในตะวันออกใกล้) ซึ่งเป็นสิ่งพิมพ์ทางวิชาการของฝรั่งเศสที่ริเริ่มโดย Francis Hours และพัฒนาต่อยอดโดยนักวิชาการท่านอื่น เช่น Olivier Aurenche ภายใต้การดำเนินงานของสถาบัน Maison de l'Orient et de la Méditerranée
การปรับปรุงระบบลำดับเวลา
ในปี ค.ศ. 2001 สถาบันได้ทำการปรับปรุงลำดับเวลาของ 6 ช่วงแรกใหม่ โดยอาศัยข้อมูลจากการตรวจหาอายุด้วยคาร์บอนกัมมันตรังสี (Carbon dating) และเส้นโค้งการปรับเทียบ (Calibration curves) ที่มีความแม่นยำมากขึ้น ผลจากการปรับปรุงมีประเด็นสำคัญดังนี้:
- การปรับเปลี่ยนช่วงเวลา: มีการแบ่งช่วงที่ 3 ออกเป็นระยะเริ่มต้น (Early phase) และระยะปลาย (Late phase)
- การควบรวมช่วงเวลา: ช่วงที่ 4 และช่วงที่ 5 ถูกนำมารวมเข้าด้วยกัน
- การซ้อนทับของวัฒนธรรม: พบว่ามีการซ้อนทับกันทางเวลาของระยะทางวัฒนธรรมที่แตกต่างกันในแต่ละแหล่งโบราณคดีมากกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ในตอนแรก
คำถามที่พบบ่อย
ASPRO ย่อมาจากอะไร?
ASPRO ย่อมาจาก Atlas des sites du Proche-Orient ซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศส หมายถึง แผนที่แหล่งโบราณคดีในตะวันออกใกล้
ระบบลำดับเวลา ASPRO ใช้สำหรับพื้นที่ใด?
ใช้สำหรับแหล่งโบราณคดีในภูมิภาคตะวันออกใกล้โบราณ (Ancient Near East)
มีการปรับปรุงระบบ ASPRO ในปี 2001 อย่างไร?
มีการปรับปรุง 6 ช่วงแรก โดยแบ่งช่วงที่ 3 เป็นสองระยะ และควบรวมช่วงที่ 4 และ 5 เข้าด้วยกัน ตามข้อมูลการปรับเทียบคาร์บอนที่ทันสมัยขึ้น