พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมการโทรคมนาคม (การดักฟังและการเข้าถึง) ว่าด้วยการเก็บรักษาข้อมูล ปี 2015 ของออสเตรเลีย
สรุปใจความสำคัญ
- กำหนดให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมในออสเตรเลียต้องเก็บรักษาข้อมูลการสื่อสารเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี
- หน่วยงานความมั่นคง เช่น ASIO และตำรวจ สามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยไม่ต้องใช้หมายศาล ยกเว้นในกรณีของข้อมูลนักข่าว
- ข้อมูลที่ถูกเก็บรวบรวมรวมถึง ข้อมูลผู้สมัคร, ประวัติการโทร, ตำแหน่งอุปกรณ์, ที่อยู่ IP และข้อมูลอีเมลบางส่วน
- มีการให้ระยะเวลาผ่อนผันแก่ผู้ให้บริการ 18 เดือนในการปรับปรุงระบบเพื่อรองรับการเก็บข้อมูล
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมการโทรคมนาคม (การดักฟังและการเข้าถึง) ว่าด้วยการเก็บรักษาข้อมูล ปี 2015 (Telecommunications (Interception and Access) Amendment (Data Retention) Act 2015) เป็นกฎหมายที่ผ่านการเห็นชอบจากรัฐสภาออสเตรเลียในเดือนเมษายน ปี 2015 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการโทรคมนาคม (การดักฟังและการเข้าถึง) ปี 1979 เพื่อกำหนดให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมในออสเตรเลียมีหน้าที่ตามกฎหมายในการเก็บรักษาข้อมูลการสื่อสารบางประเภทเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี

ข้อกำหนดในการเก็บรักษาข้อมูล
ภายใต้พระราชบัญญัตินี้ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมต้องเก็บรักษาข้อมูลที่ระบุไว้ ซึ่งรวมถึง:
- ข้อมูลผู้สมัครใช้บริการ (Subscriber Information)
- วันที่ เวลา และระยะเวลาของการโทรศัพท์
- ตำแหน่งของอุปกรณ์ที่ใช้ในการโทร
- ที่อยู่ IP (IP Address) ของอุปกรณ์ที่ใช้ในการค้นหาหน้าเว็บ
- หมายเลขระบุตัวตนเฉพาะ (Unique Identifier) ของโทรศัพท์มือถือที่เกี่ยวข้องในการโทรแต่ละครั้ง
- ที่อยู่อีเมลที่ใช้ส่ง (ในกรณีที่ผู้ให้บริการเป็นผู้จัดการระบบอีเมล)
- เวลา วันที่ และผู้รับอีเมล รวมถึงขนาดและรูปแบบไฟล์ของสิ่งที่ส่งมาด้วย (ในกรณีที่ผู้ให้บริการเป็นผู้จัดการระบบอีเมล)
- รายละเอียดบัญชีที่ถือโดยผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) เช่น สถานะการใช้งานของบัญชี
การเข้าถึงข้อมูลโดยหน่วยงานรัฐ
หน่วยงานความมั่นคงและบังคับใช้กฎหมายหลายแห่งได้รับอำนาจในการขอเข้าถึงข้อมูลการสื่อสารจากผู้ให้บริการโดยไม่ต้องใช้หมายศาล ซึ่งรวมถึง:
- องค์การข่าวกรองความมั่นคงแห่งออสเตรเลีย (ASIO)
- กองกำลังตำรวจรัฐต่างๆ
- คณะกรรมการอาชญากรรมออสเตรเลีย (Australian Crime Commission)
- สำนักงานสรรพากรของออสเตรเลีย (Australian Taxation Office)
- คณะกรรมการอิสระต่อต้านการทุจริตของรัฐนิวเซาท์เวลส์ (NSW ICAC)
การคุ้มครองข้อมูลของนักข่าว
กฎหมายฉบับนี้มีการกำหนดข้อยกเว้นสำหรับข้อมูลที่สร้างโดยนักข่าว โดยหน่วยงานรัฐจะต้องขอหมายศาลจากเจ้าหน้าที่ตุลาการก่อนจึงจะสามารถเข้าถึงข้อมูลของนักข่าวได้ นอกจากนี้ ในกรณีของ ASIO หน่วยงานจะต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (Attorney-General) ก่อนจึงจะสามารถยื่นขอหมายศาลเพื่อเข้าถึงข้อมูลของนักข่าวได้
ข้อโต้แย้งและการวิพากษ์วิจารณ์
การนำระบบการเก็บรักษาข้อมูลแบบบังคับมาใช้ภายใต้รัฐบาลของนายโทนี แอบบอตต์ ก่อให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวางในสังคมออสเตรเลีย:
- ฝ่ายสนับสนุน: หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติ เช่น ตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (AFP) และ ASIO ให้เหตุผลว่าข้อมูลโทรคมนาคมมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสืบสวนคดีอาชญากรรม และกฎหมายนี้จะช่วยให้มั่นใจว่าข้อมูลที่จำเป็นจะยังคงอยู่เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงได้
- ฝ่ายคัดค้าน: กลุ่มสิทธิมนุษยชน องค์กรเสรีภาพพลเมือง และนักข่าว แสดงความกังวลในหลายประเด็น ได้แก่ ผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของสื่อมวลชน การรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของประชาชนในระดับที่ไม่สมส่วน และข้อสงสัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพของกฎหมายนี้ในการต่อต้านอาชญากรรม รวมถึงภาระด้านค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายย่อย
การบังคับใช้และระยะเวลาผ่อนผัน
ผู้ให้บริการโทรคมนาคม (TSPs) และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISPs) ได้รับระยะเวลาผ่อนผัน 18 เดือน เพื่อปรับปรุงระบบและสร้างกระบวนการให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมาย ทั้งนี้ บริษัท Telstra ได้ระบุว่าจะเก็บรักษาข้อมูลไว้ภายในประเทศออสเตรเลีย แต่กฎหมายไม่ได้บังคับให้ผู้ให้บริการรายอื่นต้องเก็บข้อมูลไว้ภายในประเทศเช่นกัน
คำถามที่พบบ่อย
พระราชบัญญัตินี้บังคับให้เก็บข้อมูลอะไรบ้าง?
ข้อมูลที่ต้องเก็บรักษา ได้แก่ ข้อมูลผู้สมัครใช้บริการ, วันเวลาและระยะเวลาของการโทร, ตำแหน่งของอุปกรณ์, ที่อยู่ IP ของการค้นหาเว็บ, หมายเลขระบุตัวตนของโทรศัพท์, และข้อมูลพื้นฐานของอีเมล (หากผู้ให้บริการเป็นผู้จัดการระบบ)
หน่วยงานรัฐต้องใช้หมายศาลในการเข้าถึงข้อมูลหรือไม่?
โดยทั่วไปหน่วยงานความมั่นคงและบังคับใช้กฎหมายสามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยไม่ต้องใช้หมายศาล แต่หากเป็นข้อมูลของนักข่าว จำเป็นต้องมีหมายศาลจากเจ้าหน้าที่ตุลาการ
ข้อมูลถูกเก็บไว้นานเท่าใด?
กฎหมายกำหนดให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมต้องเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวไว้เป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี
ทำไมกฎหมายนี้จึงถูกวิพากษ์วิจารณ์?
ถูกวิจารณ์ในเรื่องการละเมิดความเป็นส่วนตัวของประชาชน การส่งผลกระทบต่อการปกป้องแหล่งข่าวของนักข่าว และภาระค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บข้อมูลของผู้ให้บริการรายย่อย


