← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ประวัติ Baroness Hollis of Heigham นักประวัติศาสตร์และนักการเมือง

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นนักประวัติศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์สตรีและประวัติศาสตร์แรงงาน
  • ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการทำงานและบำนาญของสหราชอาณาจักร ระหว่างปี 1997-2005
  • ได้รับรางวัล Orwell Prize และ Wolfson History Prize จากการเขียนชีวประวัติของ Jennie Lee

Patricia Lesley Hollis, Baroness Hollis of Heigham (24 พฤษภาคม 1941 – 13 ตุลาคม 2018) เป็นนักประวัติศาสตร์และสมาชิกสภาขุนนาง (House of Lords) สังกัดพรรคแรงงานของสหราชอาณาจักร ผู้มีบทบาทสำคัญทั้งในด้านวิชาการและการเมือง

Official portrait of Baroness Hollis of Heigham
ภาพพอร์ตเทรตอย่างเป็นทางการของ Baroness Hollis of Heigham

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา

Hollis สำเร็จการศึกษาจาก Plympton Grammar School และ Girton College มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (BA) นอกจากนี้เธอยังได้รับทุน Harkness Fellow ระหว่างปี 1962 ถึง 1964 เพื่อศึกษาที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียและมหาวิทยาลัยโคลัมเบียในสหรัฐอเมริกา และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท (MA) และปริญญาเอก (DPhil) จาก Nuffield College มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด

ในช่วงที่พำนักอยู่ในสหรัฐอเมริกา เธอได้มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในขบวนการสิทธิพลเมือง โดยการประท้วงร้านอาหารที่มีการแบ่งแยกสีผิวและช่วยรณรงค์ให้มีการลงทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในรัฐมิสซิสซิปปี

เส้นทางวิชาการ

Hollis เริ่มต้นอาชีพในฐานะอาจารย์วิชาประวัติศาสตร์สมัยใหม่ และดำรงตำแหน่ง Reader และคณบดี (Dean) ที่มหาวิทยาลัย East Anglia ในเมืองนอริช ตั้งแต่ปี 1967 จนถึงปี 1990 ผลงานทางวิชาการที่โดดเด่นของเธอคือหนังสือ Ladies Elect: Women in English Local Government, 1865–1914 ซึ่งนำเสนอเรื่องราวการทำงานของ Women's Local Government Society ซึ่งต่อมาเธอก็ได้ดำรงตำแหน่งผู้อุปถัมภ์ของสมาคมนี้เมื่อมีการก่อตั้งขึ้นใหม่

นอกจากนี้ เธอยังดำรงตำแหน่งกรรมาธิการระดับชาติของ English Heritage ระหว่างปี 1988 ถึง 1991

บทบาททางการเมือง

ในด้านการเมือง Hollis เคยลงสมัครรับเลือกตั้งในเขต Great Yarmouth สำหรับพรรคแรงงานในปี 1974 (ทั้งสองครั้ง) และปี 1979 เธอมีบทบาทสำคัญในการเมืองท้องถิ่น โดยเป็นสมาชิกสภาเมืองนอริช (Norwich City Council) ระหว่างปี 1968 ถึง 1991 และดำรงตำแหน่งผู้นำสภาเมืองตั้งแต่ปี 1983 ถึง 1988

เธอได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาขุนนางตลอดชีพในชื่อ Baroness Hollis of Heigham เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 1990 โดยทำหน้าที่เป็นวิปฝ่ายค้าน (Opposition Whip) ระหว่างปี 1990 ถึง 1995 และเป็นโฆษกฝ่ายค้านในด้านที่อยู่อาศัย, การปกครองส่วนท้องถิ่น, สิ่งแวดล้อม, ความพิการ และการประกันสังคม

ระหว่างปี 1997 ถึง 2005 เธอได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการทำงานและบำนาญ (Department for Work and Pensions)

ผลงานเขียนและรางวัล

Hollis เป็นสมาชิกของ Royal Historical Society และเป็นผู้เขียนหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สตรีและประวัติศาสตร์แรงงาน โดยเฉพาะหนังสือ Jennie Lee - a life (1997) ซึ่งได้รับรางวัลอันทรงเกียรติอย่าง Orwell Prize สำหรับชีวประวัติทางการเมือง และ Wolfson History Prize สำหรับหนังสือประวัติศาสตร์แห่งปี

เกียรติยศและรางวัล

  • ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาขุนนางตลอดชีพ (Life Peerage) ในปี 1990
  • ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาองคมนตรี (Privy Council) ในปี 1999
  • ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (Doctor of Letters) จาก Anglia Ruskin University ในปี 1994
  • ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จาก Open University ในปี 2001
  • ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองผู้แทนพระองค์ (Deputy Lieutenant) ประจำมณฑลนอร์ฟอล์ก
  • ได้รับเกียรติยศ Freedom of the City of Norwich จากสภาเมืองนอริช

คำถามที่พบบ่อย

Baroness Hollis of Heigham คือใคร?

เธอคือนักประวัติศาสตร์และนักการเมืองชาวอังกฤษ สังกัดพรรคแรงงาน และเป็นสมาชิกสภาขุนนาง (House of Lords) ที่มีบทบาทสำคัญในด้านการประกันสังคมและสิทธิสตรี

ผลงานทางวิชาการที่โดดเด่นของเธอคืออะไร?

เธอเขียนหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สตรี เช่น 'Ladies Elect: Women in English Local Government, 1865–1914' และชีวประวัติของ Jennie Lee ซึ่งได้รับรางวัลระดับนานาชาติ

เธอมีบทบาทอย่างไรในขบวนการสิทธิพลเมืองในสหรัฐอเมริกา?

ในช่วงที่เธอเป็น Harkness Fellow ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียและโคลัมเบีย เธอได้ร่วมประท้วงร้านอาหารที่มีการแบ่งแยกสีผิวและช่วยรณรงค์การลงทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในรัฐมิสซิสซิปปี