เบย์แอเรีย รีพอร์ตเตอร์ หนังสือพิมพ์ LGBTQ ที่เก่าแก่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นหนังสือพิมพ์ LGBTQ ที่ตีพิมพ์ต่อเนื่องยาวนานที่สุดในสหรัฐอเมริกา
- ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 1971 โดยบ็อบ รอสส์ และพอล เบนท์ลีย์
- มีบทบาทสำคัญในการรายงานข้อเท็จจริงเรื่องเชื้อชาติของผู้ป่วยเอดส์ในปี 1983 และพาดหัว 'No Obits' ในปี 1998
- ไมเคิล ยามาซิตะ เป็นเจ้าของและผู้จัดพิมพ์ชาวเอเชีย-อเมริกันคนแรกของหนังสือพิมพ์ฉบับนี้
เบย์แอเรีย รีพอร์ตเตอร์ (Bay Area Reporter หรือ B.A.R.) เป็นหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ที่ให้บริการฟรีสำหรับชุมชน LGBTQ ในพื้นที่อ่าวซานฟรานซิสโก (San Francisco Bay Area) โดยถือเป็นหนึ่งในหนังสือพิมพ์ LGBTQ ที่มีจำนวนการตีพิมพ์สูงที่สุดในสหรัฐอเมริกา และเป็นหนังสือพิมพ์ประเภทนี้ฉบับแรกของประเทศที่ยังคงมีการตีพิมพ์อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
ประวัติการก่อตั้งและการเติบโต
หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 1971 โดย บ็อบ รอสส์ (Bob Ross) และ พอล เบนท์ลีย์ (Paul Bentley) ในช่วงเริ่มต้น B.A.R. ถูกแจกจ่ายตามบาร์เกย์ในย่าน South of Market, Castro District และ Polk Gulch ของเมืองซานฟรานซิสโก ก่อนจะขยายขอบเขตการแจกจ่ายให้ครอบคลุมทั่วทั้งพื้นที่เบย์แอเรีย ต่อมาในปี ค.ศ. 1975 บ็อบ รอสส์ ได้ซื้อหุ้นส่วนทั้งหมดจากเบนท์ลีย์เพื่อเป็นเจ้าของเพียงผู้เดียว
บทบาทในช่วงวิกฤตการณ์เอดส์
ในช่วงทศวรรษ 1980 เบย์แอเรีย รีพอร์ตเตอร์ ได้กลายเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับวิกฤตการณ์เอดส์ (AIDS crisis) โดยมีผลงานที่โดดเด่นดังนี้:
- การทำลายภาพลักษณ์เดิม: ในปี ค.ศ. 1983 หนังสือพิมพ์ได้นำเสนอรายงานที่ระบุว่า ผู้ป่วยเอดส์ในสหรัฐฯ ถึงร้อยละ 40 เป็นกลุ่มชาติพันธุ์และชนกลุ่มน้อย ซึ่งเป็นการหักล้างความเชื่อในขณะนั้นที่ว่าเอดส์เป็น "โรคของเกย์ผิวขาว"
- พาดหัว "No Obits": ในปี ค.ศ. 1998 หนังสือพิมพ์สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกด้วยพาดหัวข่าวว่า "No Obits" (ไม่มีมรณกรรม) เพื่อแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของการรักษา HIV ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดในปี ค.ศ. 1981 ที่หนังสือพิมพ์ไม่ได้รับแจ้งข่าวการเสียชีวิตของสมาชิกในชุมชนเลยตลอดทั้งสัปดาห์
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างความเป็นเจ้าของ
หลังจากบ็อบ รอสส์ เสียชีวิตในปี ค.ศ. 2003 หนังสือพิมพ์ผ่านการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารหลายครั้ง จนกระทั่งในเดือนเมษายน ค.ศ. 2013 ได้มีการจัดตั้งบริษัท BAR Media, Inc. โดยมีการแบ่งสัดส่วนการถือหุ้นระหว่าง San Francisco Newspaper Co. (ร้อยละ 49), ไมเคิล ยามาซิตะ (Michael Yamashita) ผู้จัดการทั่วไปในขณะนั้น (ร้อยละ 31) และมูลนิธิบ็อบ รอสส์ (Bob Ross Foundation) (ร้อยละ 20)
ต่อมาในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2017 ไมเคิล ยามาซิตะ ได้เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดและกลายเป็นเจ้าของและผู้จัดพิมพ์เพียงผู้เดียว ซึ่งทำให้เขากลายเป็นผู้จัดพิมพ์และเจ้าของหนังสือพิมพ์ LGBTQ ชาวเอเชีย-อเมริกันคนแรก
การจัดเก็บเอกสารและจดหมายเหตุออนไลน์
เนื้อหาของเบย์แอเรีย รีพอร์ตเตอร์ ถูกจัดเก็บไว้ในสองแหล่งหลักเพื่อให้สาธารณชนเข้าถึงได้ฟรี:
- เว็บไซต์ทางการ: เนื้อหาที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2005 เป็นต้นมา ถูกจัดเก็บในรูปแบบที่สามารถค้นหาได้บนเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์เอง
- GLBT Historical Society: สมาคมประวัติศาสตร์ GLBT ในซานฟรานซิสโก ได้ดำเนินการแปลงข้อมูลจากฉบับพิมพ์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1971 ถึง 2005 ให้เป็นรูปแบบดิจิทัล เพื่อรักษาบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่สมบูรณ์ที่สุด
นอกจากนี้ ในปี ค.ศ. 2009 ทางสมาคมฯ ได้เปิดตัวฐานข้อมูลออนไลน์ที่รวบรวมประกาศมรณกรรมและข่าวการเสียชีวิตกว่า 10,000 รายการที่เคยตีพิมพ์ใน B.A.R. ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1979 ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนถึงความสูญเสียอันมหาศาลจากโรคเอดส์ในซานฟรานซิสโกช่วงทศวรรษ 1980 ถึงปลายทศวรรษ 1990
คำถามที่พบบ่อย
Bay Area Reporter คืออะไร?
เป็นหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ที่แจกฟรีสำหรับชุมชน LGBTQ ในพื้นที่อ่าวซานฟรานซิสโก และเป็นหนึ่งในหนังสือพิมพ์ LGBTQ ที่เก่าแก่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา
ทำไมพาดหัว 'No Obits' ถึงมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์?
เพราะเป็นการประกาศว่าในสัปดาห์นั้นไม่มีการแจ้งข่าวการเสียชีวิตของสมาชิกในชุมชน ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จของการรักษา HIV/AIDS ที่ทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตรอดได้มากขึ้น
ใครคือเจ้าของคนปัจจุบันของ Bay Area Reporter?
ไมเคิล ยามาซิตะ (Michael Yamashita) ซึ่งเข้าซื้อกิจการทั้งหมดในปี ค.ศ. 2017 และเป็นเจ้าของชาวเอเชีย-อเมริกันคนแรกของสื่อฉบับนี้
