บีทริกซ์ คิดโด (ตัวละครจาก Kill Bill)
สรุปใจความสำคัญ
- บีทริกซ์ คิดโด มีรหัสลับในกลุ่มนักฆ่าว่า Black Mamba
- เธอได้รับการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้จากปรมาจารย์ไพ่เม่ย (Pai Mei)
- เป้าหมายหลักของเธอคือการล้างแค้นบิลและสมาชิกกลุ่ม Deadly Viper Assassination Squad
- เธอสังหารบิลด้วยเทคนิคฝ่ามือห้าจุดระเบิดหัวใจ
บีทริกซ์ คิดโด (Beatrix Kiddo) หรือที่รู้จักกันในนาม "The Bride" (เจ้าสาว) และมีรหัสลับคือ "Black Mamba" เป็นตัวละครเอกในภาพยนตร์แนวศิลปะการต่อสู้เรื่อง Kill Bill: Volume 1 (2003), Kill Bill: Volume 2 (2004) และ Kill Bill: The Whole Bloody Affair (2004) ซึ่งกำกับโดย เควนติน ทารันติโน และรับบทโดย อูมา เธอร์แมน

ประวัติและบทบาทใน Kill Bill
บีทริกซ์ คิดโด เคยเป็นสมาชิกของ Deadly Viper Assassination Squad ซึ่งเป็นกลุ่มนักฆ่าระดับหัวกะทิ เธอได้รับการฝึกฝนจากปรมาจารย์ด้านศิลปะการต่อสู้ ไพ่เม่ย (Pai Mei) และกลายเป็นมือขวาของ บิล (Bill) ซึ่งเป็นทั้งหัวหน้าและคนรักของเธอ ความสัมพันธ์นี้สร้างความริษยาให้กับ เอลลี่ ไดรเวอร์ (Elle Driver) สมาชิกอีกคนในกลุ่ม
เมื่อบีทริกซ์พบว่าเธอตั้งครรภ์ลูกของบิล เธอตัดสินใจละทิ้งเส้นทางนักฆ่าเพื่อให้ลูกของเธอมีชีวิตที่ดีขึ้น และได้หมั้นหมายกับชายคนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม บิลซึ่งเข้าใจผิดว่าคู่หมั้นของเธอเป็นพ่อของเด็ก จึงสั่งให้สังหารทั้งคู่ที่โบสถ์ในวันแต่งงาน และยิงบีทริกซ์ที่ศีรษะ
บีทริกซ์รอดชีวิตแต่ต้องตกอยู่ในอาการโคม่านานหลายปี เมื่อเธอตื่นขึ้นมา เธอพบว่าเธอไม่ได้ตั้งครรภ์อีกต่อไป จึงเริ่มออกตามล่าล้างแค้นสมาชิกกลุ่ม Deadly Vipers รวมถึง โอเรน อิชิอิ (O-Ren Ishii) ผู้นำยากูซ่าในโตเกียว โดยเธอเชื่อว่าลูกของเธอเสียชีวิตไปแล้ว ในท้ายที่สุด บีทริกซ์ได้เผชิญหน้ากับบิลในเม็กซิโก และพบว่าลูกสาวของเธอ บี.บี. (B.B.) ยังมีชีวิตอยู่ บีทริกซ์สังหารบิลด้วยเทคนิค "ฝ่ามือห้าจุดระเบิดหัวใจ" (Five-Point-Palm Exploding Heart Technique) ที่เรียนมาจากไพ่เม่ย ก่อนจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับลูกสาวของเธอ
การสร้างตัวละครและการเขียนบท
อูมา เธอร์แมน เปิดเผยว่าเธอและเควนติน ทารันติโน ร่วมกันสร้างตัวละครนี้ขึ้นมาระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Pulp Fiction (1994) โดยอูมาเป็นผู้ตั้งชื่อต้น (Beatrix) และทารันติโนเป็นผู้ตั้งนามสกุล (Kiddo)
ทารันติโนได้นำลักษณะบางประการของบีทริกซ์ไปพัฒนาต่อเป็นตัวละคร โชซันนา เดรย์ฟัส (Shosanna Dreyfus) ในภาพยนตร์เรื่อง Inglourious Basterds (2009) โดยในตอนแรกเดรย์ฟัสถูกวางตัวให้เป็นนักฆ่าที่มีรายชื่อเป้าหมายชาวนาซี แต่ภายหลังทารันติโนได้เปลี่ยนบทบาทนั้นมาให้บีทริกซ์แทน
ในด้านการนำเสนอ ทารันติโนตั้งใจให้บีทริกซ์ในภาคแรกดูน่ากลัวและไม่น่าสงสาร เพื่อสร้างความกดดันให้กับผู้ชม ก่อนจะค่อยๆ เปิดเผยด้านที่อ่อนโยนและแรงจูงใจในภาคที่สอง ขณะที่อูมา เธอร์แมน ได้รับแรงบันดาลใจในการแสดงจากบทบาทของ คลินต์ อีสต์วูด ในเรื่อง The Good, the Bad and the Ugly (1966) ซึ่งสามารถสื่อสารตัวละครได้ลึกซึ้งแม้จะพูดน้อย
อิทธิพลทางวัฒนธรรมและการวิเคราะห์
บีทริกซ์ คิดโด ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะตัวละครหญิงที่ทรงพลัง โดยในปี 2010 นิตยสาร Entertainment Weekly จัดให้เธอเป็นตัวละครที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอันดับที่ 99 ในรอบ 20 ปี และในปี 2015 นิตยสาร Empire จัดให้เธอเป็นตัวละครภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลอันดับที่ 23
อิทธิพลของตัวละครนี้ยังขยายไปถึงวงการวิทยาศาสตร์ โดยมีการตั้งชื่อสายพันธุ์ต่อผึ้งปรสิตชนิดใหม่ว่า Cystomastacoides kiddo เพื่อเป็นเกียรติแก่เธอ นอกจากนี้ โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) นักบาสเกตบอลชื่อดัง ยังได้นำรหัสลับ "Black Mamba" ของเธอมาใช้เป็นฉายาประจำตัว
ในเชิงวิชาการ มีการวิเคราะห์ว่าบีทริกซ์เป็นตัวละครที่ทลายกำแพงทางเพศ (Gender-subversive) โดยการผสมผสานองค์ประกอบของความเป็นชายและความเป็นหญิงเข้าด้วยกัน และยังถูกมองว่าเป็นตัวอย่างของ "ความเป็นแม่ที่ดุร้าย" (Monstrous Motherhood) ซึ่งใช้ความรุนแรงเพื่อปกป้องลูกของตน
คำถามที่พบบ่อย
บีทริกซ์ คิดโด มีชื่อรหัสว่าอะไร?
เธอมีชื่อรหัสว่า Black Mamba ซึ่งเป็นชื่อของงูสายพันธุ์หนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุร้าย
ใครเป็นผู้ฝึกสอนศิลปะการต่อสู้ให้บีทริกซ์?
ปรมาจารย์ไพ่เม่ย (Pai Mei) เป็นผู้สอนวิชาการต่อสู้และเทคนิคสังหารให้แก่เธอ
แรงจูงใจในการล้างแค้นของบีทริกซ์คืออะไร?
เธอต้องการล้างแค้นบิลที่สั่งสังหารเธอและคู่หมั้นในวันแต่งงาน และทำให้เธอต้องสูญเสียลูกในครรภ์ (ในตอนแรกเธอเข้าใจว่าลูกเสียชีวิตแล้ว)
บีทริกซ์สังหารบิลด้วยวิธีใด?
เธอใช้เทคนิค 'ฝ่ามือห้าจุดระเบิดหัวใจ' (Five-Point-Palm Exploding Heart Technique) ซึ่งเป็นวิชาที่เรียนมาจากไพ่เม่ย