บ็อบบี้ แชนตซ์ ตำนานผู้ขว้างลูกเบสบอล MVP ของอเมริกันลีก
สรุปใจความสำคัญ
- ได้รับรางวัล MVP ของอเมริกันลีกในปี 1952 ขณะเล่นให้ทีมฟิลาเดลเฟีย แอธเลติกส์
- ครองรางวัล Gold Glove Award ติดต่อกัน 8 ปี (1957–1964) ซึ่งแสดงถึงความยอดเยี่ยมในการป้องกัน
- เป็นผู้ขว้างลูกมือซ้ายที่มีสถิติชนะ 119 นัด และคว้าแชมป์เวิลด์ซีรีส์ปี 1958 กับนิวยอร์ก แยงกีส์
- เป็นผู้เล่นคนสุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่ของทีมฟิลาเดลเฟีย แอธเลติกส์ และผู้เล่น MVP ของ MLB ที่อายุมากที่สุดในปัจจุบัน
บ็อบบี้ แชนตซ์ (Bobby Shantz) เกิดเมื่อวันที่ 26 กันยายน ค.ศ. 1925 เป็นอดีตผู้ขว้างลูกเบสบอลอาชีพมือซ้ายชาวอเมริกัน ผู้สร้างชื่อเสียงโด่งดังในลีกเบสบอลเมเจอร์ (MLB) ระหว่างปี ค.ศ. 1949 ถึง 1964 โดยจุดสูงสุดในอาชีพของเขาเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1952 เมื่อได้รับรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า (Most Valuable Player - MVP) ของอเมริกันลีก ขณะเล่นให้กับทีมฟิลาเดลเฟีย แอธเลติกส์ (Philadelphia Athletics)

แชนตซ์เป็นผู้ขว้างลูกที่โดดเด่นด้วยการได้รับเลือกให้ติดทีม All-Star ถึง 3 ครั้ง และครองรางวัลถุงมือทองคำ (Gold Glove Award) ติดต่อกันถึง 8 ปี ซึ่งสะท้อนถึงทักษะการป้องกันที่ยอดเยี่ยม นอกจากนี้เขายังคว้าแชมป์เวิลด์ซีรีส์ (World Series) ร่วมกับทีมนิวยอร์ก แยงกีส์ ในปี ค.ศ. 1958 อีกด้วย
ชีวิตช่วงต้นและการเริ่มต้น
แชนตซ์เกิดที่เมืองพ็อตส์ทาวน์ รัฐเพนซิลเวเนีย โดยมีบิดาเป็นนักเบสบอลกึ่งอาชีพในช่วงทศวรรษ 1920 ความหลงใหลในกีฬาเบสบอลถูกปลูกฝังผ่านการพาไปชมการแข่งขันในฟิลาเดลเฟียตั้งแต่เด็ก เขาจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมพ็อตส์ทาวน์ในปี ค.ศ. 1943 โดยมีความสามารถโดดเด่นในหลายด้าน ทั้งเบสบอล บาสเกตบอล และว่ายน้ำ
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แชนตซ์ถูกเกณฑ์ทหารและส่งไปประจำการที่ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งในช่วงเวลานั้นเขาได้มีโอกาสเล่นเบสบอลในทีมทหารร่วมกับผู้เล่นระดับเมเจอร์ลีกหลายคน ซึ่งเป็นประสบการณ์สำคัญที่ช่วยพัฒนาทักษะของเขาก่อนเข้าสู่เส้นทางอาชีพ
เส้นทางอาชีพในเมเจอร์ลีก
ยุคฟิลาเดลเฟียและแคนซัสซิตี้ แอธเลติกส์
แชนตซ์เซ็นสัญญาเข้าสู่ทีมฟิลาเดลเฟีย แอธเลติกส์ ในปี ค.ศ. 1948 และเริ่มต้นในลีกไมเนอร์หนึ่งปี ก่อนจะเปิดตัวใน MLB วันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 1949 เขาเป็นผู้ขว้างลูกที่เน้นการควบคุมทิศทาง (Control Pitcher) โดยใช้ลูกโค้ง (Curveball), ลูกเร็ว (Fastball) และลูกเปลี่ยนจังหวะ (Changeup) เพื่อให้ผู้ตีเสียจังหวะ และในปี ค.ศ. 1951 เขาได้เพิ่มลูกนัคเคิลบอล (Knuckleball) เข้ามาในคลังอาวุธของเขา
ปี ค.ศ. 1952 ถือเป็นปีทองของแชนตซ์ เขาเป็นผู้นำในด้านจำนวนครั้งที่ชนะ (Wins) ของอเมริกันลีกด้วยสถิติชนะ 24 นัด และได้รับรางวัล MVP ของอเมริกันลีก ซึ่งส่งผลให้ทีมฟิลาเดลเฟีย แอธเลติกส์ จบอันดับที่ 4 ของลีก และเป็นฤดูกาลสุดท้ายที่ทีมทำสถิติชนะมากกว่าแพ้ในฟิลาเดลเฟีย
การย้ายสู่ทีมอื่นและการปรับบทบาท
หลังจากประสบปัญหาอาการบาดเจ็บที่ข้อมือและไหล่ในช่วงปี ค.ศ. 1953-1954 แชนตซ์ได้ปรับเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้ขว้างตัวจริง (Starting Pitcher) มาเป็นผู้ขว้างบรรเทา (Relief Pitcher) ในช่วงครึ่งหลังของอาชีพ ซึ่งเขายังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม
ในปี ค.ศ. 1957 เขาถูกเทรดไปยังทีมนิวยอร์ก แยงกีส์ และสามารถนำทีมคว้าแชมป์เวิลด์ซีรีส์ในปี ค.ศ. 1958 นอกจากนี้เขายังสร้างสถิติเป็นผู้นำด้านค่า ERA (Earned Run Average) ของเมเจอร์ลีกในปี ค.ศ. 1957 ด้วยค่า ERA 2.45
ตลอดอาชีพการเล่นเบสบอล แชนตซ์ลงเล่นให้กับหลายทีม ได้แก่:
- ฟิลาเดลเฟีย/แคนซัสซิตี้ แอธเลติกส์ (1949–1956)
- นิวยอร์ก แยงกีส์ (1957–1960)
- พิตต์สเบิร์ก ไพเรตส์ (1961)
- ฮิวสตัน โคลท์ .45 (1962)
- เซนต์หลุยส์ คาร์ดินัลส์ (1962–1964)
- ชิคาโก คับส์ (1964)
- ฟิลาเดลเฟีย ฟิลลีส์ (1964)
สถิติและเกียรติประวัติ
แชนตซ์จบอาชีพด้วยสถิติชนะ 119 นัด แพ้ 99 นัด และมีค่า ERA ตลอดอาชีพที่ 3.38 ความสำเร็จที่โดดเด่นของเขา ได้แก่:
- รางวัล MVP อเมริกันลีก (1952)
- รางวัล Gold Glove Award 8 สมัยติดต่อกัน (1957–1964)
- ติดทีม All-Star 3 สมัย (1951, 1952, 1957)
- แชมป์เวิลด์ซีรีส์ (1958)
- ผู้นำด้านจำนวนครั้งที่ชนะในอเมริกันลีก (1952)
- ผู้นำด้านค่า ERA ในเมเจอร์ลีก (1957)
คำถามที่พบบ่อย
บ็อบบี้ แชนตซ์ ได้รางวัล MVP เมื่อไหร่?
เขาได้รับรางวัล MVP ของอเมริกันลีกในปี ค.ศ. 1952 ขณะที่เขาเป็นผู้ขว้างลูกให้กับทีมฟิลาเดลเฟีย แอธเลติกส์
บ็อบบี้ แชนตซ์ มีความโดดเด่นในด้านใดนอกจากการขว้างลูก?
เขาโดดเด่นอย่างมากในด้านการป้องกัน โดยได้รับรางวัล Gold Glove Award ติดต่อกันถึง 8 ปี ตั้งแต่ปี 1957 ถึง 1964
เขามีเทคนิคการขว้างลูกแบบใดที่น่าสนใจ?
เขาเป็นผู้ขว้างลูกที่เน้นการควบคุมทิศทาง และได้เพิ่มลูกนัคเคิลบอล (Knuckleball) เข้ามาในลูกขว้างของเขาในปี ค.ศ. 1951 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำให้ผู้ตีเสียจังหวะ
