สโมสรฟุตบอลโบฮีเมียนส์ ประวัติศาสตร์และเกียรติยศแห่งดับลิน
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งเมื่อวันที่ 6 กันยายน ค.ศ. 1890 ในเมืองดับลิน ประเทศไอร์แลนด์
- เป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งลีกไอร์แลนด์ในปี ค.ศ. 1921 และเป็นสโมสรเดียวที่ไม่เคยตกชั้นจากลีกสูงสุด
- คว้าแชมป์ลีกไอร์แลนด์ 11 สมัย และเป็นสโมสรเดียวที่คว้าดับเบิลแชมป์ได้ครบทั้ง 4 รูปแบบในประวัติศาสตร์ฟุตบอลไอร์แลนด์
- เปลี่ยนจากสโมสรสมัครเล่นเป็นสโมสรอาชีพในปี ค.ศ. 1969
สโมสรฟุตบอลโบฮีเมียนส์ (อังกฤษ: Bohemian Football Club; ไอริช: An Cumann Peile Bóihéamach) หรือที่รู้จักกันในชื่อ โบฮีเมียนส์ (Bohemians) หรือ โบห์ส (Bohs) เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพในเมืองดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ ปัจจุบันแข่งขันอยู่ในลีกสูงสุดของไอร์แลนด์ (Premier Division of the League of Ireland)
โบฮีเมียนส์ถือเป็นหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ในประวัติศาสตร์ลีกไอร์แลนด์ โดยสามารถคว้าแชมป์ลีกได้ถึง 11 สมัย, แชมป์เอฟเอไอคัพ (FAI Cup) 7 สมัย, ลีกชิลด์ (League of Ireland Shield) 6 สมัย และลีกคัพ (League of Ireland Cup) 3 สมัย นอกจากนี้ยังครองสถิติคว้าแชมป์เลนสเตอร์ซีเนียร์คัพ (Leinster Senior Cup) มากที่สุดถึง 33 สมัย

การก่อตั้งและยุคเริ่มต้น
สโมสรถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 6 กันยายน ค.ศ. 1890 โดยกลุ่มสมาชิกจาก Bell's Academy (วิทยาลัยข้าราชการพลเรือน), โรงเรียนทหาร Royal Hibernian Military School (โรงเรียนสำหรับเด็กกำพร้าของสมาชิกกองทัพอังกฤษในไอร์แลนด์), นักศึกษาแพทย์ และบุคคลอื่น ๆ โดยมีการประชุมก่อตั้งครั้งแรกที่ Phoenix Park Gate Lodge ใกล้กับทางเข้า North Circular Road และเริ่มแข่งขันนัดแรก ๆ ที่สนาม Polo Grounds ในสวนสาธารณะฟีนิกซ์พาร์ค
ในปี ค.ศ. 1921 โบฮีเมียนส์เป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งลีกไอร์แลนด์ (League of Ireland) หลังจากถอนตัวจากไอริชฟุตบอลลีก (Irish Football League) โดยในช่วง 15 ปีแรกของลีก สโมสรสามารถสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่นด้วยการคว้าแชมป์ลีก 5 สมัย, เอฟเอไอคัพ 2 สมัย และลีกชิลด์ 4 สมัย
การเปลี่ยนแปลงจากสมัครเล่นสู่มืออาชีพ
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สโมสรประสบความยากลำบากในช่วงหลายทศวรรษต่อมา คือการยึดมั่นใน สถานะสมัครเล่น (Amateur Status) อย่างเคร่งครัด ซึ่งทำให้สโมสรไม่สามารถดึงดูดหรือรักษาผู้เล่นระดับท็อปไว้ได้ ส่งผลให้มีช่วงเวลาที่ยาวนานถึง 34 ฤดูกาลที่สโมสรไม่สามารถคว้าถ้วยรางวัลหลักได้เลย
จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1969 สโมสรได้ตัดสินใจยกเลิกนโยบายสมัครเล่นและเปลี่ยนเป็นสโมสรอาชีพ โดย Tony O'Connell เป็นผู้เล่นคนแรกที่เซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ. 1969 การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้สโมสรกลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้งในทศวรรษ 1970 โดยคว้าแชมป์ลีก 2 สมัย, เอฟเอไอคัพ 2 สมัย และลีกคัพ 2 สมัย ซึ่งถือเป็นจำนวนถ้วยรางวัลที่มากที่สุดเมื่อเทียบกับสโมสรอื่นในทศวรรษนั้น

ความสำเร็จในยุคสมัยใหม่
หลังจากผ่านช่วงตกต่ำในทศวรรษ 1980 และ 1990 โบฮีเมียนส์กลับมาผงาดอีกครั้งในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 โดยสามารถคว้าดับเบิลแชมป์ (แชมป์ลีกและเอฟเอไอคัพ) ได้ในปี ค.ศ. 2001 และ ค.ศ. 2008 นอกจากนี้ยังคว้าแชมป์ลีกในปี ค.ศ. 2003 และ ค.ศ. 2009
โบฮีเมียนส์เป็นสโมสรเดียวในประวัติศาสตร์ฟุตบอลไอร์แลนด์ที่สามารถคว้า "ดับเบิล" ได้ครบทั้ง 4 รูปแบบที่มีการแข่งขัน ได้แก่:
- แชมป์ลีก และ เอฟเอไอคัพ
- แชมป์ลีก และ ลีกชิลด์
- แชมป์ลีก และ ดับลินซิตี้คัพ
- แชมป์ลีก และ ลีกคัพ

อัตลักษณ์และวัฒนธรรมสโมสร
สโมสรใช้สนาม ดาลีเมานต์พาร์ค (Dalymount Park) ในย่านฟิบส์โบโร (Phibsborough) ทางตอนเหนือของดับลินเป็นสนามเหย้า โดยสโมสรมีโครงสร้างการบริหารที่สมาชิกของสโมสรเป็นเจ้าของ 100% สีประจำสโมสรคือสีแดงและดำ ซึ่งเริ่มใช้ในปี ค.ศ. 1894
แฟนบอลมักเรียกสโมสรด้วยฉายาว่า "Bohs", "The Gypsies" หรือ "Dublin's Originals" นอกจากนี้ สโมสรยังมีคู่ปรับสำคัญคือสโมสรชามร็อก โรเวอร์ส (Shamrock Rovers) ซึ่งเป็นคู่แข่งจากทางตอนใต้ของเมืองดับลิน และตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2010 เป็นต้นมา โบฮีเมียนส์ได้นำวัฒนธรรมทางการเมืองแบบปีกซ้ายเข้ามาปรับใช้ในอัตลักษณ์ของสโมสร
คำถามที่พบบ่อย
สโมสรฟุตบอลโบฮีเมียนส์ก่อตั้งขึ้นเมื่อใด?
สโมสรก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 6 กันยายน ค.ศ. 1890 โดยกลุ่มนักศึกษาและสมาชิกจากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ในเมืองดับลิน
ทำไมโบฮีเมียนส์ถึงเคยประสบปัญหาผลงานตกต่ำเป็นเวลานาน?
เนื่องจากสโมสรยึดมั่นในสถานะสมัครเล่น (Amateur Status) อย่างเคร่งครัด ทำให้ไม่สามารถดึงดูดหรือรักษาผู้เล่นระดับท็อปไว้ได้ จนกระทั่งเปลี่ยนเป็นสโมสรอาชีพในปี ค.ศ. 1969
สนามเหย้าของโบฮีเมียนส์คือสนามใด?
สนามดาลีเมานต์พาร์ค (Dalymount Park) ตั้งอยู่ในย่านฟิบส์โบโร ทางตอนเหนือของเมืองดับลิน
ฉายาของสโมสรโบฮีเมียนส์คืออะไร?
ฉายาที่แฟนบอลนิยมเรียกคือ Bohs, The Gypsies และ Dublin's Originals

