การกบฏที่บราโชฟ 1987 การลุกฮือต่อต้านเซาชาเอสคู
สรุปใจความสำคัญ
- เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 1987 ในเมืองบราโชฟ ประเทศโรมาเนีย
- สาเหตุหลักเกิดจากนโยบายลดค่าจ้าง การเลิกจ้างงาน และการขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง
- มีคนงานประมาณ 20,000 คนเข้าร่วมการประท้วงและบุกยึดสำนักงานใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์
- ถูกปราบปรามโดยกองกำลัง Securitate และกองทัพ แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตในทันที
การกบฏที่บราโชฟ เป็นเหตุการณ์การลุกฮือของแรงงานในประเทศโรมาเนีย เพื่อต่อต้านนโยบายทางเศรษฐกิจที่เข้มงวดของ นิโคไล เซาชาเอสคู (Nicolae Ceaușescu) ผู้นำระบอบคอมมิวนิสต์ โดยเหตุการณ์นี้ปะทุขึ้นในวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 1987 ซึ่งตรงกับวันเลือกตั้งท้องถิ่น

ปฐมบทแห่งความไม่พอใจ
ในช่วงปลายปี 1986 เมล็ดพันธุ์แห่งการปฏิวัติเริ่มถูกหว่านลงในโรมาเนีย เมื่อคนงานในศูนย์กลางอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น เมืองคลูจ-นาโปกา (พฤศจิกายน 1986) และเมืองยาชิ (กุมภาพันธ์ 1987) เริ่มรวมตัวกันประท้วงนโยบายเศรษฐกิจของเซาชาเอสคู ซึ่งมุ่งเน้นการลดการบริโภคอาหารและพลังงาน รวมถึงการลดค่าจ้างของคนงานอย่างรุนแรงเพื่อนำเงินไปชำระหนี้ต่างประเทศ
เมืองบราโชฟ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทรานซิลเวเนีย เป็นเมืองที่มีการพัฒนาทางอุตสาหกรรมมากที่สุดแห่งหนึ่งของโรมาเนีย โดยมีแรงงานในภาคอุตสาหกรรมมากกว่า 61% เมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในยุโรปตะวันออกช่วงกลางทศวรรษ 1980 เมืองบราโชฟจึงได้รับผลกระทบอย่างหนัก การปันส่วนอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคทำให้เกิดแถวรอคิวที่ยาวเหยียดสำหรับสินค้าพื้นฐาน ซึ่งสร้างความตึงเครียดในสังคมอย่างมาก
เหตุการณ์การลุกฮือ
ในเช้าวันที่ 15 พฤศจิกายน 1987 คนงานจากโรงงานผลิตรถบรรทุก Steagul Roșu ได้เริ่มประท้วงเรื่องการลดเงินเดือนและการเสนอให้เลิกจ้างงานถึง 15,000 ตำแหน่งในเมือง แรงงานประมาณ 20,000 คนได้หยุดงานและเดินขบวนมุ่งหน้าไปยังสำนักงานใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์ในใจกลางเมือง
ผู้ประท้วงได้ตะโกนคำขวัญ เช่น "ล้มล้างเซาชาเอสคู!", "ล้มล้างคอมมิวนิสต์!" และ "เราต้องการขนมปัง" โดยมีการนำเพลงปลุกใจจากการปฏิวัติปี 1848 มาขับร้องร่วมด้วย
การบุกยึดและการปราบปราม
- คนงานจากโรงงาน Steagul Roșu, โรงงานผลิตรถแทรกเตอร์ และโรงงาน Hidromecanica พร้อมด้วยชาวเมือง รวมตัวกันบุกยึดอาคารสำนักงานใหญ่และศาลาว่าการเมือง
- ผู้ประท้วงได้นำภาพเหมือนของเซาชาเอสคูและอาหารจากโรงอาหารที่อุดมสมบูรณ์ออกมาโยนทิ้งในจัตุรัส ซึ่งสร้างความโกรธแค้นอย่างมากเนื่องจากในขณะที่ประชาชนอดอยาก แต่ในอาคารราชการกลับมีอาหารหรูหราเพื่อฉลองชัยชนะในการเลือกตั้ง
- มีการจุดไฟเผาบันทึกของพรรคและสื่อโฆษณาชวนเชื่อเป็นเวลาหลายชั่วโมง
เมื่อถึงเวลาพลบค่ำ กองกำลัง Securitate (ตำรวจลับ) และกองทัพได้เข้าล้อมใจกลางเมืองและใช้กำลังสลายการชุมนุม แม้จะไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตในขณะนั้น แต่มีผู้ประท้วงถูกจับกุมประมาณ 300 คน และถูกทรมานโดยเจ้าหน้าที่รัฐในระหว่างการควบคุมตัว
บทสรุปและผลกระทบ
รัฐบาลพยายามลดความสำคัญของเหตุการณ์นี้โดยระบุว่าเป็นเพียง "การก่อความวุ่นวายโดยกลุ่มอันธพาล" ทำให้โทษจำคุกอยู่ในช่วง 6 เดือนถึง 3 ปี ซึ่งถือว่าเบาเมื่อเทียบกับกฎหมายอาญาคอมมิวนิสต์ อย่างไรก็ตาม ผู้ถูกตัดสินโทษถูกเนรเทศไปยังเมืองอื่นๆ ทั่วประเทศและห้ามกลับเข้าเมืองบราโชฟ
แม้ว่าการกบฏที่บราโชฟจะไม่ได้นำไปสู่การล่มสลายของระบอบคอมมิวนิสต์ในทันที แต่ถือเป็นหนึ่งในการลุกฮือสาธารณะขนาดใหญ่ครั้งแรกๆ ที่ท้าทายอำนาจของเซาชาเอสคู และเป็นสัญญาณเตือนถึงการปฏิวัติโรมาเนียในปี 1989 ที่จะตามมาในเวลาต่อมา
คำถามที่พบบ่อย
การกบฏที่บราโชฟเกิดขึ้นเพราะอะไร?
เกิดจากความไม่พอใจในนโยบายเศรษฐกิจของนิโคไล เซาชาเอสคู ที่ลดค่าจ้างคนงาน จำกัดการบริโภคอาหารและพลังงาน เพื่อนำเงินไปชำระหนี้ต่างประเทศ ทำให้เกิดภาวะขัดสนอย่างรุนแรง
ผู้ประท้วงเรียกร้องอะไรบ้าง?
ผู้ประท้วงเรียกร้องค่าจ้างที่เหมาะสม การหยุดเลิกจ้างงาน และตะโกนคำขวัญต่อต้านระบอบคอมมิวนิสต์และตัวผู้นำเซาชาเอสคู รวมถึงเรียกร้องอาหารพื้นฐาน (ขนมปัง)
ผลลัพธ์หลังการปราบปรามเป็นอย่างไร?
ผู้ประท้วงประมาณ 300 คนถูกจับกุมและถูกทรมาน บางส่วนถูกตัดสินจำคุก 6 เดือนถึง 3 ปี และถูกเนรเทศออกจากเมืองบราโชฟ

