Brawley Seismic Zone เขตแผ่นดินไหวบรอว์ลีย์ในแคลิฟอร์เนีย
สรุปใจความสำคัญ
- Brawley Seismic Zone เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างรอยเลื่อน San Andreas และ Imperial Fault
- ลักษณะเด่นของพื้นที่นี้คือการเกิดแผ่นดินไหวแบบกลุ่ม (Earthquake Swarms) แทนที่จะเป็นช็อกหลักและอาฟเตอร์ช็อก
- เป็นส่วนขยายของ East Pacific Rise ซึ่งทำให้เกิดการแยกตัวของคาบสมุทรบาฮาแคลิฟอร์เนียออกจากเม็กซิโก
- เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางภูเขาไฟและพลังงานความร้อนใต้พิภพที่ Salton Buttes
Brawley Seismic Zone (BSZ) หรือที่รู้จักในชื่อเขตเลื่อนบรอว์ลีย์ เป็นเขตทางธรณีวิทยาที่มีลักษณะการเคลื่อนที่แบบขยายตัว (extensional tectonic zone) ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างจุดสิ้นสุดทางตอนใต้ของรอยเลื่อนซานแอนเดรียส (San Andreas Fault) และรอยเลื่อนอิมพีเรียล (Imperial Fault) ในรัฐแคลิฟอร์เนียตอนใต้

ธรณีวิทยาของเขตแผ่นดินไหวบรอว์ลีย์
เขตแผ่นดินไหวบรอว์ลีย์เป็นส่วนขยายทางตอนเหนือสุดของแกนศูนย์กลางการแพร่กระจาย (spreading center axis) ที่เกี่ยวข้องกับ East Pacific Rise ซึ่งวิ่งขึ้นไปตามแกนของอ่าวแคลิฟอร์เนีย และอยู่ในกระบวนการแยกตัวของคาบสมุทรบาฮาแคลิฟอร์เนียออกจากแผ่นดินใหญ่ของเม็กซิโก
กระบวนการนี้ทำให้เกิดการทรุดตัวอย่างมีนัยสำคัญที่บริเวณทะเลสาบซัลตัน (Salton Sea) ในแคลิฟอร์เนียตอนใต้ และที่ Laguna Salada ในบาฮาแคลิฟอร์เนีย นอกจากนี้ยังมีจุดสำคัญอื่นๆ ตามแนวแกนนี้ ได้แก่ ศูนย์กลางการแพร่กระจาย Cerro Prieto ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ของเมืองเม็กซิกาลี และลุ่มน้ำ Wagner Basin (แอ่งกระทะใต้ทะเลในอ่าวแคลิฟอร์เนีย)
กิจกรรมทางธรณีวิทยาและภูเขาไฟ
ภูเขาไฟ Salton Buttes ที่ชายฝั่งทางใต้ของทะเลสาบซัลตัน ตั้งอยู่บนขอบทางตอนเหนือของเขตแผ่นดินไหวบรอว์ลีย์ และมีความเชื่อมโยงกับกิจกรรมทางภูเขาไฟและพลังงานความร้อนใต้พิภพภายในเขตนี้ โดยนักธรณีวิทยาตีความว่าเขตแผ่นดินไหวบรอว์ลีย์เป็น "ศูนย์กลางการแพร่กระจายบนบก" (onshore spreading center) ที่วิ่งตัดเฉียงผ่าน Salton Trough
ปรากฏการณ์แผ่นดินไหวแบบกลุ่ม (Earthquake Swarms)
ลักษณะเด่นของเขตนี้คือการเกิด แผ่นดินไหวแบบกลุ่ม (Earthquake swarms) ซึ่งแตกต่างจากแผ่นดินไหวทั่วไปที่มีช็อกหลัก (mainshock) และอาฟเตอร์ช็อก (aftershocks) โดยในเขตบรอว์ลีย์มักจะเกิดเหตุการณ์หลายครั้งพร้อมกัน โดยมีขนาดใกล้เคียงกัน
- ปี 2012: เกิดกลุ่มแผ่นดินไหวมากกว่า 300 ครั้งใกล้เมืองบรอว์ลีย์ โดยครั้งที่ใหญ่ที่สุดมีขนาด 5.3 และ 5.5 ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายเล็กน้อยต่ออาคารเก่าในตัวเมือง
- ปี 2005: เกิดกลุ่มแผ่นดินไหวที่มีขนาดสูงสุด 5.1
- ปี 1981: เกิดกลุ่มแผ่นดินไหวที่มีเหตุการณ์หนึ่งขนาด 5.8
นักธรณีวิทยาจาก USGS ระบุว่าเหตุการณ์เหล่านี้เป็นเรื่องปกติสำหรับเขตบรอว์ลีย์ โดยพื้นที่นี้มักจะเห็นเหตุการณ์หลายครั้งพร้อมกัน แทนที่จะเป็นช็อกหลักเพียงครั้งเดียวตามด้วยด้วยอาฟเตอร์ช็อกขนาดเล็ก
กิจกรรมทางธรณีวิทยาอื่นๆ ในหุบเขาอิมพีเรียล
หุบเขาอิมพีเรียล (Imperial Valley) ในแคลิฟอร์เนียตอนใต้มีอัตราการเกิดแผ่นดินไหวสูง โดยกิจกรรมส่วนใหญ่เกิดขึ้นภายในเขตแผ่นดินไหวบรอว์ลีย์ ซึ่งคั่นกลางระหว่างรอยเลื่อนซานแอนเดรียสทางตอนเหนือและรอยเลื่อนอิมพีเรียลทางตอนใต้
รอยเลื่อนอิมพีเรียลเป็นต้นกำเนิดของแผ่นดินไหว El Centro ปี 1940 และแผ่นดินไหวหุบเขาอิมพีเรียลปี 1979 ในเหตุการณ์ปี 1979 มีการแตกตัวของพื้นผิวมากกว่า 30 กิโลเมตร ตามแนวรอยเลื่อนอิมพีเรียล และพบว่าเขตแผ่นดินไหวบรอว์ลีย์มีการแตกตัวของพื้นผิวเป็นระยะทาง 13 กิโลเมตร โดยทั้งเหตุการณ์ปี 1940 และ 1979 มีขนาดใกล้เคียงกันและตามมาด้วยอาฟเตอร์ช็อกที่สร้างความเสียหายใกล้เมืองบรอว์ลีย์
คำถามที่พบบ่อย
Brawley Seismic Zone คืออะไร?
เป็นเขตทางธรณีวิทยาในแคลิฟอร์เนียตอนใต้ที่มีลักษณะการเคลื่อนที่แบบขยายตัว ซึ่งเชื่อมต่อรอยเลื่อนซานแอนเดรียสและรอยเลื่อนอิมพีเรียล
แผ่นดินไหวแบบกลุ่ม (Earthquake Swarms) ในเขตบรอว์ลีย์แตกต่างจากแผ่นดินไหวทั่วไปอย่างไร?
แผ่นดินไหวแบบกลุ่มคือเหตุการณ์ที่เกิดแผ่นดินไหวหลายครั้งในระยะเวลาสั้นๆ โดยมีขนาดใกล้เคียงกัน แทนที่จะมีหนึ่งช็อกหลัก (mainshock) และอาฟเตอร์ช็อก (aftershocks) ขนาดเล็กๆ หลายครั้ง
เขตแผ่นดินไหวบรอว์ลีย์เกี่ยวข้องกับภูเขาไฟหรือไม่?
category: ธรณีวิทยา, answer: ใช่ เขตนี้มีความเชื่อมโยงกับกิจกรรมทางภูเขาไฟและพลังงานความร้อนใต้พิภพ โดยเห็นได้จากภูเขาไฟ Salton Buttes ที่อยู่ทางตอนเหนือของเขตนี้