Breakdancing ศิลปะการเต้นแบบสตรีทแดนซ์ที่ทรงพลัง
สรุปใจความสำคัญ
- Breakdancing หรือ Breaking เป็นศิลปะการเต้นสตรีทแดนซ์ที่เกิดในย่านบรอนซ์ นครนิวยอร์ก โดยชาวแอฟริกันอเมริกันและชาวเปอร์โตริโก
- ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก: Toprock, Footwork, Power moves และ Freezes
- Breaking ได้รับการบรรจุเป็นกีฬาโอลิมปิกครั้งแรกในงาน Summer Olympics 2024 ที่ปารีส
Breakdancing หรือ Breaking (เบรกกิ้ง) หรือที่เรียกกันว่า b-boying (เมื่อเต้นโดยผู้ชาย) และ b-girling (เมื่อเต้นโดยผู้หญิง) เป็นรูปแบบหนึ่งของการเต้นสตรีทแดนซ์ที่พัฒนาขึ้นโดยชาวแอฟริกันอเมริกันและชาวเปอร์โตริโกในย่านบรอนซ์ของนครนิวยอร์ก การเต้นประเภทนี้ประกอบด้วยการเคลื่อนไหวหลัก 4 ประการ ได้แก่ toprock, footwork, power moves และ freezes โดยมักจะเต้นตามจังหวะเพลงที่มี drum breaks โดยเฉพาะในแนวเพลงฟังก์, โซล และฮิปฮอป

องค์ประกอบของการเต้นสมัยใหม่นี้มีต้นกำเนิดมาจากกลุ่มเยาวชนผู้ยากไร้ในนิวยอร์กช่วงทศวรรษ 1970 และต้นทศวรรษ 1980 ซึ่งมีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับการกำเนิดของวัฒนธรรมฮิปฮอป โดยมีดีเจ (DJ) เปิดเพลงที่มีจังหวะเบรกที่เร้าใจสำหรับนักเต้น ปัจจุบันการเต้นประเภทนี้ได้ขยายตัวไปทั่วโลก และกลายเป็นกีฬาโอลิมปิกในงาน Summer Olympics 2024 ที่ปารีส ตามการตัดสินใจของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2020

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
แม้ว่าคำว่า "Breakdancing" และ "Breaking" จะถูกใช้สลับกัน แต่ผู้ที่อยู่ในวัฒนธรรมนี้หลายคนชอบที่จะใช้คำว่า "Breaking" มากกว่า โดยให้เหตุผลว่าผู้บุกเบิกการเต้นนี้ใช้คำว่า breaking และคำว่า breakdancing ถูกนำมาใช้โดยสื่อมวลชนเพื่อทำให้การเต้นนี้กลายเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์
มีคำอธิบายที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับที่มาของคำว่า "breaking" บางส่วนเชื่อว่ามาจากจังหวะ drum "breaks" ในเพลง และบางส่วนเชื่อว่ามาจากคำสแลงของชาวแอฟริกันอเมริกันในช่วงปลายทศวรรษ 1960 ถึงต้นทศวรรษ 1970 ที่หมายถึงการเคลื่อนไหวที่รุนแรงหรือการถึงจุดแตกหัก (breaking point) นอกจากนี้ คำว่า "b-boy" และ "b-girl" ถูกบัญญัติขึ้นโดย DJ Kool Herc เพื่อใช้อธิบายนักเต้นที่มางานปาร์ตี้ของเขา
ประวัติศาสตร์และอิทธิพล

อิทธิพลจากศิลปะการต่อสู้และยิมนาสติก
นักเต้นรุ่นบุกเบิกอย่าง Richard "Crazy Legs" Colon และ Kenneth "Ken Swift" Gabbert ระบุว่า James Brown และภาพยนตร์กังฟู (โดยเฉพาะภาพยนตร์ของ Bruce Lee) เป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการสร้างสรรค์ท่าเต้น ท่าทางที่โลดโผนแบบกายกรรม เช่น ท่า flare ซึ่งมีความเชื่อมโยงอย่างชัดเจนกับยิมนาสติก

บทบาทของ Kool Herc
Clive "Kool Herc" Campbell ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ก่อตั้งฮิปฮอป และมีบทบาทสำคัญในการนำการเต้น Breaking ออกจากพื้นที่ใต้ดินสู่พื้นที่สาธารณะ เขาได้ปรับปรุงการมิกซ์เพลงเพื่อให้จังหวะเบรกยาวขึ้น เพื่อให้นักเต้นสามารถ "freestyling", "going off", "burning", หรือ "breaking" ได้นานขึ้น ซึ่งเป็นรากฐานของสิ่งที่เรียกว่าการ "battling" ในปัจจุบัน
คำถามที่พบบ่อย
Breakdancing กับ Breaking ต่างกันอย่างไร?
ในเชิงเทคนิค ทั้งสองคำหมายถึงการเต้นประเภทเดียวกัน แต่ผู้ที่อยู่ในวัฒนธรรมนี้มักจะใช้คำว่า 'Breaking' เพราะเป็นคำดั้งเดิมที่ใช้โดยผู้บุกเบิก ในขณะที่ 'Breakdancing' เป็นคำที่สื่อมวลชนนำมาใช้เพื่อการค้า
ใครคือผู้มีอิทธิพลต่อการเต้น Breaking?
ผู้มีอิทธิพลสำคัญ ได้แก่ James Brown, ภาพยนตร์กังฟูของ Bruce Lee, ยิมนาสติก และระบำแอฟริกันตะวันตก
b-boy และ b-girl คืออะไร?
เป็นคำที่ DJ Kool Herc บัญญัติขึ้นเพื่อใช้เรียกนักเต้นที่เต้นตามจังหวะเบรกของเพลง ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นคำเรียกนักเต้น Breaking ทั่วโลก
