ดินแดนบริติชอินเดียนโอเชียน ประวัติศาสตร์และความขัดแย้งเหนือหมู่เกาะชาโกส
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักรที่ประกอบด้วยหมู่เกาะชาโกสและมีฐานทัพสำคัญบนเกาะดิเอโกการ์เซีย
- มีการบังคับย้ายถิ่นฐานชาวชาโกสประมาณ 2,000 คน ระหว่างปี พ.ศ. 2511-2516 เพื่อสร้างฐานทัพทหาร
- ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) และสหประชาชาติสนับสนุนให้สหราชอาณาจักรคืนอธิปไตยเหนือดินแดนนี้ให้แก่ประเทศมอริเชียส
- มีการลงนามสนธิสัญญาโอนอธิปไตยในปี พ.ศ. 2568 แต่การให้สัตยาบันถูกระงับในปี พ.ศ. 2569 เนื่องจากปัจจัยทางการเมืองของสหรัฐฯ
ดินแดนบริติชอินเดียนโอเชียน (British Indian Ocean Territory หรือ BIOT) เป็นดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักร ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ประกอบด้วยหมู่เกาะชาโกส (Chagos Archipelago) ซึ่งมีเกาะปะการัง 7 แห่ง และเกาะย่อยๆ อีกกว่า 1,000 เกาะ มีพื้นที่ดินรวมประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร โดยเกาะที่ใหญ่ที่สุดและอยู่ทางใต้สุดคือ ดิเอโกการ์เซีย (Diego Garcia) ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพร่วมระหว่างสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา


ข้อพิพาทด้านอธิปไตยและการขับไล่ประชากร
ดินแดนแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของความขัดแย้งทางกฎหมายและการเมืองที่ยืดเยื้อ โดยประเทศมอริเชียสอ้างสิทธิ์ว่าสหราชอาณาจักรได้แยกหมู่เกาะชาโกสออกจากมอริเชียสเพื่อสร้างอาณานิคมใหม่ ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ ในขณะที่สหราชอาณาจักรเคยโต้แย้งว่าหมู่เกาะนี้ไม่มีความผูกพันทางประวัติศาสตร์หรือวัฒนธรรมกับมอริเชียส และถูกบริหารจัดการผ่านมอริเชียสเพียงเพื่อความสะดวกในยุคอาณานิคมเท่านั้น
ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือการขับไล่ชาวชาโกส (Chagossians) ซึ่งเป็นประชากรดั้งเดิมของหมู่เกาะ ระหว่างปี พ.ศ. 2511 ถึง 2516 รัฐบาลสหราชอาณาจักรได้บังคับย้ายถิ่นฐานชาวชาโกสประมาณ 2,000 คนไปยังมอริเชียสและเซเชลส์ เพื่อเปิดทางให้กับการสร้างฐานทัพทหารบนเกาะดิเอโกการ์เซีย ส่งผลให้ชาวชาโกสจำนวนมากต้องเผชิญกับความยากลำบากและถูกปฏิเสธสิทธิ์ในการกลับคืนสู่บ้านเกิดเป็นเวลาหลายทศวรรษ
ประวัติศาสตร์และการตั้งถิ่นฐาน
ในยุคแรก ชาวเรือชาวมัลดีฟส์รู้จักหมู่เกาะแห่งนี้ในชื่อ Fōlhavahi หรือ Hollhavai แต่เนื่องจากระยะทางที่ห่างไกลจากศูนย์กลางอำนาจของมัลดีฟส์ จึงไม่มีการตั้งถิ่นฐานถาวรในระยะแรก

หมู่เกาะชาโกสถูกบันทึกแผนที่โดย วาสโก ดา กามา ในช่วงต้นศตวรรษที่ 16 และต่อมาฝรั่งเศสได้อ้างสิทธิ์เหนือดินแดนนี้ในศตวรรษที่ 18 โดยใช้มอริเชียสเป็นฐาน การตั้งถิ่นฐานถาวรครั้งแรกเริ่มขึ้นในศตวรรษที่ 18 โดยทาสชาวแอฟริกันและแรงงานชาวอินเดียที่ถูกนำมาสร้างไร่มะพร้าว ต่อมาในปี พ.ศ. 2353 สหราชอาณาจักรเข้ายึดครองมอริเชียส และฝรั่งเศสได้ยกดินแดนนี้ให้ตามสนธิสัญญาปารีส ปี พ.ศ. 2357

หลังจากการยกเลิกทาสในปี พ.ศ. 2376 แรงงานในหมู่เกาะยังคงทำงานในฐานะแรงงานพันธสัญญา จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2426 ไร่ปลูกมะพร้าวถูกซื้อโดยบริษัท Société Huilière de Diego et Peros ซึ่งควบคุมวิถีชีวิตของชาวเกาะอย่างเบ็ดเสร็จจนถึงทศวรรษ 1960 และเกิดการพัฒนาภาษาครีโอลชาโกส (Chagossian creole) ขึ้นเป็นภาษากลางในพื้นที่
สถานะปัจจุบันและการเจรจาส่งมอบดินแดน
ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) และสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้มีมติว่าสหราชอาณาจักรควรส่งมอบหมู่เกาะชาโกสคืนให้แก่มอริเชียส ในปี พ.ศ. 2565 สหราชอาณาจักรและมอริเชียสได้เริ่มการเจรจา ซึ่งนำไปสู่ความเข้าใจร่วมกันในปี พ.ศ. 2567 ว่าสหราชอาณาจักรจะโอนอธิปไตยเหนือดินแดนนี้ให้มอริเชียส แต่จะยังคงสิทธิ์ในการบริหารจัดการฐานทัพทหารบนเกาะดิเอโกการ์เซียผ่านสัญญาเช่าระยะยาว 99 ปี
อย่างไรก็ตาม กระบวนการให้สัตยาบันในสนธิสัญญาที่ลงนามเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 ประสบปัญหาและถูกระงับชั่วคราวในปี พ.ศ. 2569 หลังจากเกิดกระแสคัดค้านจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของฐานทัพร่วมสหรัฐฯ-สหราชอาณาจักรในพื้นที่
คำถามที่พบบ่อย
ดินแดนบริติชอินเดียนโอเชียน (BIOT) คืออะไร?
คือดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักรในมหาสมุทรอินเดีย ประกอบด้วยหมู่เกาะชาโกส ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพร่วมสหรัฐฯ-สหราชอาณาจักรบนเกาะดิเอโกการ์เซีย
ทำไมชาวชาโกสถึงถูกขับไล่ออกจากหมู่เกาะ?
รัฐบาลสหราชอาณาจักรบังคับย้ายถิ่นฐานชาวชาโกสในช่วงปี พ.ศ. 2511-2516 เพื่อให้หมู่เกาะเป็นพื้นที่ปิดสำหรับฐานทัพทหารของสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร
สถานะอธิปไตยของหมู่เกาะชาโกสในปัจจุบันเป็นอย่างไร?
มีความขัดแย้งระหว่างสหราชอาณาจักรและมอริเชียส โดยมีมติจาก ICJ และสหประชาชาติให้คืนดินแดนให้มอริเชียส และมีการเจรจาส่วนแบ่งการบริหารฐานทัพดิเอโกการ์เซีย
เกาะดิเอโกการ์เซียมีความสำคัญอย่างไร?
เป็นที่ตั้งของฐานทัพทางทหารที่สำคัญของสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งใช้ในปฏิบัติการทางยุทธศาสตร์ระดับโลก