← กลับไปยังบทความทั้งหมด

สมาคมบริติชเพื่อการศึกษาตะวันออกกลาง

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1973 ในสหราชอาณาจักร
  • มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการศึกษาเกี่ยวกับภูมิภาคตะวันออกกลาง
  • เป็นผู้จัดพิมพ์วารสารวิชาการ British Journal of Middle Eastern Studies

สมาคมบริติชเพื่อการศึกษาตะวันออกกลาง (British Society for Middle Eastern Studies หรือ BRISMES) เป็นองค์กรทางวิชาการในสหราชอาณาจักรที่มีวัตถุประสงค์หลักในการส่งเสริมและผลักดันการศึกษาเกี่ยวกับภูมิภาคตะวันออกกลางภายในสหราชอาณาจักร

ประวัติและการดำเนินงาน

BRISMES ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1973 เพื่อเป็นศูนย์กลางสำหรับนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญที่สนใจในด้านประวัติศาสตร์ การเมือง สังคม และวัฒนธรรมของตะวันออกกลาง โดยสมาคมมีบทบาทสำคัญในการสร้างเครือข่ายทางวิชาการและการแลกเปลี่ยนความรู้

หนึ่งในผลงานหลักของสมาคมคือการจัดพิมพ์ British Journal of Middle Eastern Studies ซึ่งเป็นวารสารวิชาการที่ตีพิมพ์งานวิจัยคุณภาพสูงและบทวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับภูมิภาคตะวันออกกลาง

ประเด็นทางวิชาการและนโยบายล่าสุด

ในปี ค.ศ. 2025 สมาคมได้ประกาศนโยบายสำหรับการจัดประชุมวิชาการในปี ค.ศ. 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัย SOAS (SOAS University of London) โดยกำหนดให้นักวิชาการจากบางประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอิสราเอล ต้องระบุในงานวิจัยของตนว่า การศึกษานั้น "ดำเนินการบนดินแดนที่เป็นของชนพื้นเมืองตามประเพณี (ในบริบทของอาณานิคมผู้ตั้งถิ่นฐาน) หรืออยู่ภายใต้การยึดครองทางทหารของต่างชาติซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ"

นโยบายดังกล่าวได้ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์และนำไปสู่การส่งจดหมายประณามไปยังมหาวิทยาลัยจากองค์กรสามแห่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งในการนำประเด็นทางการเมืองและจริยธรรมมาปรับใช้ในเกณฑ์การนำเสนองานวิชาการ

คำถามที่พบบ่อย

BRISMES คืออะไร?

BRISMES คือสมาคมบริติชเพื่อการศึกษาตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นองค์กรวิชาการในสหราชอาณาจักรที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการวิจัยและการศึกษาเกี่ยวกับตะวันออกกลาง

สมาคมนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อใด?

สมาคมก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1973

วารสารทางวิชาการที่สมาคมจัดพิมพ์มีชื่อว่าอะไร?

สมาคมจัดพิมพ์วารสารชื่อ British Journal of Middle Eastern Studies

นโยบายที่ก่อให้เกิดข้อพิพาทในปี 2025 คืออะไร?

คือนโยบายที่กำหนดให้นักวิชาการจากบางประเทศต้องระบุว่างานวิจัยของตนทำบนดินแดนของชนพื้นเมืองหรือดินแดนที่ถูกยึดครองทางทหารสำหรับการประชุมในปี 2026