← กลับไปยังบทความทั้งหมด

องค์กรบริหารสิทธิการเผยแพร่เพลง BMI

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นองค์กรบริหารสิทธิการเผยแพร่เพลง (PRO) ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา
  • บริหารจัดการผลงานเพลงมากกว่า 22.4 ล้านชิ้น และมีนักแต่งเพลงในสังกัดกว่า 1.4 ล้านคน
  • ก่อตั้งขึ้นในปี 1939 เพื่อเป็นทางเลือกในการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ที่ถูกกว่า ASCAP
  • เปลี่ยนโครงสร้างจากองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรเป็นบริษัทแสวงหาผลกำไรในปี 2024 ภายใต้การนำของ New Mountain Capital

Broadcast Music, Inc. (BMI) เป็นองค์กรบริหารสิทธิการเผยแพร่ (Performance Rights Organization หรือ PRO) รายใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแบบเหมาจ่าย (Blanket License) จากธุรกิจต่างๆ ที่มีการนำเพลงไปใช้ และนำรายได้ดังกล่าวมาจัดสรรเป็นค่าลิขสิทธิ์ (Royalties) ให้แก่เหล่านักแต่งเพลง ผู้ประพันธ์เพลง และสำนักพิมพ์ดนตรีที่เป็นสมาชิกขององค์กร

บทบาทและการดำเนินงาน

BMI บริหารจัดการผลงานเพลงในคลังข้อมูลมากกว่า 22.4 ล้านชิ้น โดยมีนักแต่งเพลงในสังกัดกว่า 1.4 ล้านคน ธุรกิจที่ต้องขอใบอนุญาตจาก BMI ครอบคลุมหลากหลายภาคส่วน ได้แก่:

  • สถานีวิทยุและโทรทัศน์ รวมถึงเครือข่ายเคเบิล
  • ผู้ให้บริการดิจิทัล (DSPs) และเว็บไซต์ต่างๆ
  • บริการวิทยุผ่านดาวเทียม เช่น SiriusXM
  • สถานประกอบการเชิงพาณิชย์ เช่น ไนท์คลับ โรงแรม บาร์ ร้านอาหาร และฟิตเนส
  • สถาบันการศึกษาและวิทยาลัย
  • การแสดงคอนเสิร์ตสดและวงดุริยางค์

ในปีงบประมาณ 2022 BMI มีรายได้จากการจัดเก็บค่าธรรมเนียมรวม 1.573 พันล้านดอลลาร์ และได้กระจายรายได้เป็นค่าลิขสิทธิ์คืนสู่สมาชิกจำนวน 1.471 พันล้านดอลลาร์

ประวัติและการก่อตั้ง

BMI ก่อตั้งขึ้นในปี 1939 โดยสมาคมผู้แพร่ภาพกระจายเสียงแห่งชาติ (National Association of Broadcasters) เพื่อเป็นทางเลือกที่มีต้นทุนต่ำกว่า ASCAP ซึ่งเป็นองค์กรบริหารสิทธิรายใหญ่ในขณะนั้น เนื่องจาก ASCAP ได้ประกาศขึ้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแบบเหมาจ่ายอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้สถานีวิทยุส่วนใหญ่และเครือข่ายวิทยุทั้งสามแห่งในสหรัฐฯ ปฏิเสธการต่อสัญญาและหันมาใช้คลังเพลงของ BMI แทนในปี 1941

การขยายฐานศิลปินและแนวเพลง

ในช่วงเริ่มต้น BMI ได้สร้างความแตกต่างด้วยการเปิดรับศิลปินและแนวเพลงที่ ASCAP มักมองข้าม โดยเฉพาะแนวเพลงที่มีรากฐานจากวัฒนธรรมแอฟริกัน-อเมริกัน เช่น บลูส์ (Blues), แจ๊ส (Jazz), ริทึมแอนด์บลูส์ (R&B) และกอสเปล (Gospel) รวมถึงเพลงคันทรี (Country), โฟล์ค (Folk) และต่อมาคือร็อกแอนด์โรล (Rock and Roll) ส่งผลให้ BMI กลายเป็นองค์กรหลักที่ดูแลศิลปินสายคันทรีและ R&B ในช่วงทศวรรษ 1940 และ 1950

การส่งเสริมศิลปะและละครเพลง

ในปี 1961 BMI ได้ร่วมก่อตั้ง BMI Lehman Engel Musical Theater Workshop เพื่อบ่มเพาะผู้เขียนบทและนักแต่งเพลงสำหรับละครเพลงรุ่นใหม่ ซึ่งมีศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น Alan Menken และ Robert Lopez โดยเวิร์กชอปนี้ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติทั้งรางวัลโทนี (Tony Award) และรางวัลดราม่าเดสก์ (Drama Desk Award)

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจ

เดิมที BMI ดำเนินงานในรูปแบบองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร แต่ในเดือนตุลาคม 2022 BMI ได้ประกาศเปลี่ยนผ่านสู่โมเดลธุรกิจแบบแสวงหาผลกำไร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการลงทุนด้านการเติบโตและการปรับปรุงเทคโนโลยีให้ทันสมัย ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2023 BMI ได้ตกลงขายกิจการให้กับกลุ่มนักลงทุนที่นำโดย New Mountain Capital และการซื้อขายเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2024

คดีความที่สำคัญ

BMI เคยมีข้อพิพาททางกฎหมายด้านการต่อต้านการผูกขาดกับ CBS ซึ่งนำไปสู่คดี Broadcast Music, Inc. v. CBS, Inc. (1979) โดยศาลฎีกาสหรัฐฯ ได้วินิจฉัยว่าข้อห้ามเรื่องการ "กำหนดราคา" (Price Fixing) ตามกฎหมาย Sherman Act ไม่ควรตีความตามตัวอักษรอย่างเคร่งครัด แต่ควรพิจารณาถึงประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากข้อตกลงนั้นด้วย

คำถามที่พบบ่อย

BMI คืออะไรและทำหน้าที่อะไร?

BMI คือองค์กรบริหารสิทธิการเผยแพร่เพลงในสหรัฐฯ ทำหน้าที่จัดเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตจากธุรกิจที่ใช้เพลง และนำเงินนั้นมาจ่ายเป็นค่าลิขสิทธิ์ให้กับนักแต่งเพลงและสำนักพิมพ์ดนตรี

ความแตกต่างระหว่าง BMI และ ASCAP ในช่วงเริ่มต้นคืออะไร?

BMI ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกที่ราคาถูกกว่า และเน้นเปิดรับแนวเพลงที่ ASCAP ไม่ให้ความสำคัญในขณะนั้น เช่น บลูส์, แจ๊ส, R&B และคันทรี

ปัจจุบัน BMI มีสถานะทางธุรกิจอย่างไร?

ปัจจุบัน BMI ได้เปลี่ยนจากองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรมาเป็นบริษัทแสวงหาผลกำไร โดยถูกซื้อกิจการโดยกลุ่มนักลงทุนที่นำโดย New Mountain Capital เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2024