← กลับไปยังบทความทั้งหมด

องค์กรบริหารสิทธิการแสดงดนตรี Broadcast Music, Inc. (BMI)

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นองค์กรบริหารสิทธิการแสดงดนตรี (PRO) ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา
  • เปลี่ยนโครงสร้างจากองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรเป็นบริษัทแสวงหาผลกำไรในปี 2024 หลังจากถูกซื้อโดย New Mountain Capital
  • เป็นผู้บุกเบิกในการเป็นตัวแทนให้นักแต่งเพลงแนวบลูส์, แจ๊ส, R&B และคันทรี ในขณะที่คู่แข่งในยุคแรกมุ่งเน้นเพียงเพลงป๊อป
  • บริหารจัดการผลงานเพลงมากกว่า 22.4 ล้านเพลง และมีสมาชิกนักแต่งเพลงกว่า 1.4 ล้านคน

Broadcast Music, Inc. หรือที่รู้จักในชื่อ BMI เป็นองค์กรบริหารสิทธิการแสดงดนตรี (Performance Rights Organization - PRO) รายใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแบบเหมาจ่าย (Blanket License) จากธุรกิจและหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีการนำผลงานเพลงในคลังของ BMI ซึ่งมีมากกว่า 22.4 ล้านผลงาน ไปใช้ในการเผยแพร่หรือซิงโครไนซ์ (Sync) จากนั้น BMI จะดำเนินการจัดสรรรายได้ดังกล่าวในรูปแบบของค่ารอยัลตี้ (Royalties) ให้แก่เหล่านักแต่งเพลง ผู้ประพันธ์ และสำนักพิมพ์ดนตรีที่เป็นสมาชิกตามสัดส่วนการถูกนำไปใช้งานจริงในทุกไตรมาส

ภาพรวมการดำเนินงานและขนาดองค์กร

BMI ถือเป็นหนึ่งในองค์กรบริหารสิทธิการแสดงดนตรีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีข้อมูลทางการเงินและสถิติที่สำคัญ (ข้อมูลปีงบประมาณ 2022) ดังนี้:

  • รายได้รวม: จัดเก็บได้ 1.573 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • การจัดสรรรายได้: จ่ายค่ารอยัลตี้คืนให้สมาชิก 1.471 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • จำนวนสมาชิก: มีนักแต่งเพลงในสังกัดมากกว่า 1.4 ล้านคน
  • คลังผลงาน: ครอบคลุมบทเพลงมากกว่า 22.4 ล้านเพลง

สมาชิกของ BMI ครอบคลุมศิลปินหลากหลายแนวเพลง ตั้งแต่ป๊อป ร็อก ฮิปฮอป ไปจนถึงดนตรีคลาสสิก โดยมีศิลปินชื่อดังในสังกัด เช่น Taylor Swift, Lady Gaga, Ed Sheeran, Eminem, Rihanna, และ Michael Jackson รวมถึงผู้ประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์ระดับโลกอย่าง John Williams และ Danny Elfman

ประวัติและการก่อตั้ง

จุดเริ่มต้นจากการแข่งขันทางธุรกิจ

BMI ก่อตั้งขึ้นในปี 1939 โดยสมาคมผู้แพร่ภาพกระจายเสียงแห่งชาติ (National Association of Broadcasters) เพื่อเป็นทางเลือกในการลดต้นทุนค่าลิขสิทธิ์ให้กับสถานีวิทยุ ในช่วงเวลานั้น ASCAP ซึ่งเป็นองค์กรบริหารสิทธิรายใหญ่เพียงรายเดียว ได้ประกาศขึ้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแบบเหมาจ่ายอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้สถานีวิทยุส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ และเครือข่ายวิทยุทั้งสามแห่งปฏิเสธการต่อสัญญาและหันมาใช้บริการของ BMI แทนในปี 1941

การขยายฐานสู่ดนตรีแนวทางเลือก

ในขณะที่ ASCAP มุ่งเน้นไปที่ศิลปินเพลงป๊อปกระแสหลักในยุคนั้น BMI ได้สร้างความแตกต่างด้วยการเปิดรับศิลปินที่ถูกมองข้าม โดยเป็นองค์กรแรกในสหรัฐฯ ที่เป็นตัวแทนให้กับนักแต่งเพลงในแนวเพลง บลูส์ (Blues), แจ๊ส (Jazz), ริทึมแอนด์บลูส์ (R&B), กอสเปล (Gospel), คันทรี (Country), โฟล์ก (Folk) และต่อมาคือ ร็อกแอนด์โรล (Rock and Roll) ส่งผลให้ในช่วงทศวรรษ 1940 และ 1950 BMI กลายเป็นศูนย์กลางหลักของศิลปินคันทรีและ R&B

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรและกฎหมาย

BMI เคยเผชิญกับข้อพิพาทด้านกฎหมายต่อต้านการผูกขาดในคดี Broadcast Music, Inc. v. CBS, Inc. (1979) ซึ่งศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ได้วินิจฉัยเกี่ยวกับการขายใบอนุญาตแบบเหมาจ่ายว่าไม่ถือเป็นการกำหนดราคาที่ผิดกฎหมายตาม Sherman Act หากการดำเนินการนั้นสร้างประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ

ด้านโครงสร้างการบริหาร ในเดือนตุลาคม 2022 BMI ได้ประกาศเปลี่ยนรูปแบบจากองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (Not-for-profit) ไปสู่รูปแบบธุรกิจแสวงหาผลกำไร (For-profit) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการลงทุนด้านเทคโนโลยีและการเติบโต โดยได้ถูกเข้าซื้อกิจการโดยกลุ่มนักลงทุนที่นำโดย New Mountain Capital ซึ่งกระบวนการเสร็จสิ้นสมบูรณ์เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2024

การสนับสนุนศิลปินและวงการละครเพลง

ในปี 1961 BMI ได้ร่วมก่อตั้ง BMI Lehman Engel Musical Theater Workshop เพื่อบ่มเพาะและส่งเสริมผู้เขียนบทละครเพลงรุ่นใหม่ ซึ่งศิษย์เก่าของเวิร์กชอปนี้หลายคนประสบความสำเร็จในระดับโลก เช่น Alan Menken และได้รับรางวัลอันทรงเกียรติทั้งรางวัล Tony Award และ Drama Desk Award

ขอบเขตการให้บริการใบอนุญาต

BMI ออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ใช้ดนตรีในหลากหลายภาคส่วน ได้แก่:

  • สถานีวิทยุและโทรทัศน์ รวมถึงเครือข่ายเคเบิล
  • ผู้ให้บริการดิจิทัล (DSPs), เว็บไซต์ และเทคโนโลยีมือถือ
  • บริการวิทยุผ่านดาวเทียม เช่น SiriusXM
  • สถานประกอบการเชิงพาณิชย์ เช่น ไนท์คลับ, โรงแรม, บาร์, ร้านอาหาร และฟิตเนส
  • สถาบันการศึกษาและวิทยาลัย
  • วงออเคสตรา, วงดนตรีคอนเสิร์ต และการแสดงดนตรีสด

คำถามที่พบบ่อย

BMI คืออะไรและทำหน้าที่อะไร?

BMI (Broadcast Music, Inc.) คือองค์กรบริหารสิทธิการแสดงดนตรีในสหรัฐอเมริกา ทำหน้าที่จัดเก็บค่าลิขสิทธิ์จากการนำเพลงไปใช้ในที่สาธารณะ (เช่น วิทยุ ทีวี ร้านอาหาร) และนำเงินนั้นมาจัดสรรเป็นค่ารอยัลตี้ให้แก่นักแต่งเพลงและสำนักพิมพ์ดนตรีที่เป็นสมาชิก

ความแตกต่างระหว่าง BMI และ ASCAP ในยุคก่อตั้งคืออะไร?

ในยุคแรก BMI ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกราคาถูกสำหรับสถานีวิทยุ และเปิดรับศิลปินในแนวเพลงที่ ASCAP มองข้าม เช่น เพลงคันทรี, R&B และบลูส์ ทำให้ BMI กลายเป็นฐานสำคัญของดนตรีแนวทางเลือกในสมัยนั้น

ปัจจุบัน BMI มีสถานะเป็นองค์กรประเภทใด?

เดิม BMI เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร แต่ได้เปลี่ยนเป็นบริษัทแสวงหาผลกำไร (For-profit) อย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 หลังจากถูกเข้าซื้อกิจการโดยกลุ่มนักลงทุนที่นำโดย New Mountain Capital