ประเทศบรูไนดารุสซาลาม ประวัติศาสตร์ การเมือง และเศรษฐกิจ
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นประเทศที่มีประชากรน้อยที่สุดในเอเชีย
- ปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ โดยมีสุลต่านเป็นประมุข
- เศรษฐกิจพึ่งพาการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก
- มีดัชนีการพัฒนามนุษย์ (HDI) สูงเป็นอันดับสองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
บรูไนดารุสซาลาม (Brunei Darussalam) เป็นประเทศขนาดเล็กในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตอนเหนือของเกาะบอร์เนียว มีอาณาเขตติดกับทะเลจีนใต้และถูกล้อมรอบด้วยรัฐซาราวักของประเทศมาเลเซีย โดยมีเขตลิมบังของซาราวักคั่นกลางแบ่งดินแดนของบรูไนออกเป็นสองส่วน

ข้อมูลทั่วไปและประชากร
บรูไนเป็นรัฐอธิปไตยเพียงแห่งเดียวที่ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว โดยมีประชากรประมาณ 466,330 คน (ข้อมูลปี 2025) ซึ่งถือเป็นประเทศที่มีประชากรน้อยที่สุดในทวีปเอเชีย เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดคือ บันดาร์เสรีเบกาวัน (Bandar Seri Begawan)
ภาษาทางการคือภาษามลายู โดยมีกลุ่มประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมลายู (73.5%) ตามด้วยชาวจีน (9.7%) และกลุ่มอื่น ๆ (16.8%) ในด้านศาสนา ศาสนาอิสลามนิกายซุนนีเป็นศาสนาประจำชาติ (80.7%) ขณะที่ศาสนาคริสต์ (10.7%) และศาสนาพุทธ (7.8%) ได้รับการยอมรับให้ปฏิบัติได้ภายใต้กฎหมาย

ประวัติศาสตร์และการก่อตั้ง
ต้นกำเนิดและยุคอาณาจักร
ตามพงศาวดารท้องถิ่น บรูไนก่อตั้งโดย Awang Alak Betatar หรือต่อมาคือสุลต่านมูฮัมหมัด ชาห์ ในช่วงประมาณ ค.ศ. 1400 โดยย้ายจากเขตเทมบูรงมายังปากแม่น้ำบรูไน ชื่อ "บรูไน" เชื่อว่ามาจากคำอุทานว่า "Baru nah!" (แปลว่า "ที่นี่แหละ!") ในช่วงแรกบรูไนอาจเคยอยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์ที่นับถือศาสนาพุทธ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นอิสลามในสมัยราชวงศ์โบลเกียห์
ในยุคที่รุ่งเรืองที่สุดภายใต้การปกครองของสุลต่านโบลเกียห์ (ค.ศ. 1485–1528) บรูไนมีอำนาจครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาะบอร์เนียว รวมถึงพื้นที่ที่เป็นรัฐซาราวักและรัฐซาบาห์ในปัจจุบัน รวมถึงหมู่เกาะซูลู
การลดอำนาจและการเป็นรัฐในอารักขา
ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 อาณาจักรบรูไนเริ่มเสื่อมอำนาจลง และได้เสียดินแดนบางส่วนให้กับเจมส์ บรูค (James Brooke) ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็น "ราชาขาว" (White Rajah) แห่งซาราวัก และเสียดินแดนซาบาห์ให้กับบริษัทบริติช นอร์ทบอร์เนียว (British North Borneo Chartered Company)
ในปี ค.ศ. 1888 บรูไนกลายเป็นรัฐในอารักขาของสหราชอาณาจักร และในปี ค.ศ. 1906 ได้มีการแต่งตั้งที่ปรึกษาชาวอังกฤษ (British Resident) เพื่อเข้ามาบริหารจัดการอาณานิคม หลังจากผ่านพ้นการยึดครองของญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง บรูไนได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในปี ค.ศ. 1959

การประกาศเอกราช
ในปี ค.ศ. 1962 เกิดการกบฏต่อต้านระบอบกษัตริย์ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการเผชิญหน้าระหว่างอินโดนีเซียและมาเลเซีย เหตุการณ์นี้ทำให้สุลต่านตัดสินใจไม่เข้าร่วมสหพันธรัฐมาเลเซียในขณะนั้น บรูไนได้รับเอกราชอย่างสมบูรณ์จากสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1984
การเมืองและการปกครอง
บรูไนปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ โดยมี สุลต่าน เป็นประมุขและผู้ถืออำนาจสูงสุดในการบริหารประเทศ สุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์ ทรงครองราชย์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1967
ระบบกฎหมายของบรูไนเป็นการผสมผสานระหว่างกฎหมายจารีตประเพณีของอังกฤษ (English Common Law) และหลักนิติศาสตร์อิสลาม รวมถึงกฎหมายชารีอะห์ (Sharia Law) สำหรับสภาที่ปรึกษา (Legislative Council) มีหน้าที่เพียงให้คำปรึกษา และสมาชิกทั้งหมดได้รับการแต่งตั้งโดยสุลต่าน
เศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต
ความมั่งคั่งของบรูไนมาจากทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจำนวนมหาศาล การเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงทศวรรษ 1990 และ 2000 ได้เปลี่ยนบรูไนให้กลายเป็นประเทศอุตสาหกรรม โดยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เพิ่มขึ้นอย่างมาก
รัฐบาลบรูไนใช้ระบบรัฐสวัสดิการเพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเมือง โดยให้สวัสดิการแก่พลเมืองอย่างกว้างขวาง เช่น การรักษาพยาบาลฟรี การศึกษาฟรี และการสนับสนุนด้านที่อยู่อาศัย ส่งผลให้บรูไนมีดัชนีการพัฒนามนุษย์ (HDI) ในระดับ "สูงมาก" ซึ่งสูงเป็นอันดับสองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รองจากสิงคโปร์

บรูไนเป็นสมาชิกขององค์การระหว่างประเทศหลายแห่ง รวมถึงสหประชาชาติ (UN), องค์การการค้าโลก (WTO), สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) และเครือจักรภพ (Commonwealth of Nations)
คำถามที่พบบ่อย
บรูไนได้รับเอกราชเมื่อไหร่?
บรูไนได้รับเอกราชอย่างสมบูรณ์จากสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1984
ศาสนาประจำชาติของบรูไนคือศาสนาอะไร?
ศาสนาอิสลามนิกายซุนนีเป็นศาสนาประจำชาติของบรูไน
บรูไนตั้งอยู่ที่ไหน?
บรูไนตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตอนเหนือของเกาะบอร์เนียว ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เศรษฐกิจของบรูไนขับเคลื่อนด้วยอะไร?
เศรษฐกิจของบรูไนขับเคลื่อนด้วยทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก

