Bruni ม้าแข่งสายพันธุ์ Thoroughbred owne โดย Charles St George
สรุปใจความสำคัญ
- ชนะเลิศรายการ St. Leger Stakes ด้วยระยะห่างถึง 10 ความยาวตัวม้า ซึ่งเป็นหนึ่งในสถิติที่ห่างที่สุดในประวัติศาสตร์
- เป็นม้าสีเทาที่สืบทอดสีขนมาจากพ่อชื่อ Sea Hawk
- เป็นม้าที่มีนิสัยใจคอซับซ้อนและต้องได้รับการฝึกซ้อมแยกจากม้าอื่น
- จบอันดับสองในรายการ King George VI and Queen Elizabeth Stakes
Bruni (1972 – หลังปี 1982) เป็นม้าแข่งสายพันธุ์ Thoroughbred ที่เกิดในไอร์แลนด์และได้รับการฝึกฝนในสหราชอาณาจักร ตลอดอาชีพการแข่งขันของเขาตั้งแต่ปี 1974 จนถึงเดือนกันยายน 1977 Bruni วิ่งแข่งให้ครบ 21 ครั้ง และคว้าชัยชนะมาได้ 5 ครั้ง โดยชัยชนะที่สำคัญที่สุดคือการคว้าแชมป์ St. Leger Stakes ซึ่งเขาสามารถเอาชนะคู่แข่งด้วยระยะห่างถึง 10 ความยาวตัวม้า ซึ่งถือเป็นหนึ่งในระยะห่างที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ 200 ปีของการแข่งขันนี้
ภูมิหลังและต้นกำเนิด
Bruni เป็นม้าสีเทาที่ถูกบรีดในเคาน์ตี้คิลแดร์ (County Kildare) ประเทศไอร์แลนด์ โดย Barretstown Castle Stud เขาถูกขายในตลาดนิวมาเก็ต (Newmarket sales) ในราคา 7,800 กีนี โดย J. T. Doyle ตัวแทนด้านสายเลือดม้าแข่ง โดยซื้อให้แก่ Charles St George
Bruni ได้รับสีขน owne โดยสืบทอดมาจากพ่อของเขาคือ Sea Hawk ผู้ชนะเลิศ Grand Prix de Saint-Cloud ส่วนแม่ของเขาคือ Bombazine ซึ่งเคยจบอันดับ 4 ในการแข่งขัน The Oaks โดย Bruni ได้รับการฝึกฝนโดยกัปตัน Ryan Price ที่ Downs House ในเวสต์ซัสเซกซ์
เส้นทางการแข่งขัน
1974 ฤดูกาลปีสองขวบ
ในช่วงปีสองขวบ Bruni ยังมีความไม่สมบูรณ์ทางร่างกาย (immature) เขาลงแข่งเพียงครั้งเดียวในปี 1974 ในการแข่งขัน maiden race ที่สนาม Warwick Racecourse และจบลงด้วยการไม่ติดอันดับ
1975 ฤดูกาลปีสามขวบ
ในเดือนเมษายน 1975 Bruni เริ่มแสดงศักยภาพ โดยจบอันดับสองใน maiden race ที่ Sandown Park และชนะเลิศในรายการเดียวกันที่ Salisbury ในเดือนพฤษภาคม ต่อมาเขาได้เข้าแข่งขันในรายการ Predominate Stakes ที่ Goodwood โดยจบอันดับสอง ซึ่งทำให้เขาถูกจับตามองสำหรับการแข่งขัน Epsom Derby
Bruni เป็นม้าที่ฝึกยากและมีนิสัยใจคอที่ซับซ้อน ทำให้ต้องได้รับการฝึกซ้อมแยกจากม้าตัวอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม Lester Piggott จ๊อกกี้ชื่อดังได้เลือกเขาเป็นม้าคู่ใจในการแข่งขัน Derby โดยเขาเริ่มต้นด้วยอัตราต่อรอง 16/1 แต่จบอันดับที่ 14 ตามหลัง Grundy
หลังจากพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บและอาการติดเชื้อไวรัส Bruni กลับมาลงแข่งในรายการ Friends of the Variety Club Stakes ที่ Sandown เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม และชนะเลิศด้วยระยะห่าง 7 ความยาวตัวม้า พร้อมทำสถิติสนาม
สองสัปดาห์ต่อมา Bruni ลงแข่งในรายการ St. Leger Stakes ที่ Doncaster โดยมี Tony Murray เป็นผู้ขี่ และเริ่มต้นด้วยอัตราต่อรอง 9/1 Bruni สามารถนำหน้าและเอาชนะคู่แข่งได้อย่างเด็ดขาดด้วยระยะห่างถึง 10 ความยาวตัวม้า สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คนใน Findon และทำให้เจ้ามือรับแทงม้าแข่งในเมือง Worthing ต้องเผชิญกับวันที่เลวร้ายที่สุด
1976 ฤดูกาลปีสี่ขวบ
ในปี 1976 เกิดความขัดแย้งระหว่างเจ้าของและผู้ฝึกสอนเกี่ยวกับทิศทางการแข่งขัน โดย Price ต้องการให้แข่งในรายการ Cup races ที่มีระยะทางไกลขึ้น แต่ St George ยืนยันให้แข่งในรายการระยะกลาง ซึ่ง Bruni เริ่มต้นฤดูกาลด้วยการชนะเลิศในรายการ Yorkshire Cup ที่สนาม York Racecourse โดยแบกน้ำหนักสูงสุด 127 ปอนด์
อย่างไรก็ตาม Bruni เริ่มแสดงอาการทางอารมณ์ที่ไม่คงที่ เช่น ในรายการ Hardwicke Stakes ที่ Royal Ascot เขาดูไม่เต็มใจที่จะวิ่งแข่งและตกไปอยู่ท้ายแถว ก่อนจะเร่งเครื่องขึ้นมาจบอันดับสอง
ในรายการ King George VI and Queen Elizabeth Stakes เขาก็แสดงอาการแบบเดียวกัน โดยถูกทิ้งห่างหลายความยาวตัวม้าในช่วงต้น แต่สามารถไล่ตามมาจบอันดับสอง ตามหลัง Pawneese เพียงหนึ่งความยาวตัวม้า
1977 ฤดูกาลปีห้าขวบ
Bruni ถูกส่งไปแข่งที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา แต่ไม่ประสบความสำเร็จ โดยไม่ติดอันดับในทั้งสามรายการที่ลงแข่ง เนื่องจากทีมงานรู้สึกว่าเขาไม่เหมาะกับสนามแข่งแบบวงกลมแคบๆ ของอเมริกา
เขากลับมาที่อังกฤษในเดือนเมษายน 1977 เพื่อเตรียมตัวสำหรับ Ascot Gold Cup แต่ไม่สามารถกู้คืนฟอร์มเก่งได้ โดยในรายการ Henry II Stakes เขาชนะเลิศแต่ถูกตัดสินให้เป็นอันดับสองเนื่องจากมีการชนกับคู่แข่ง (Grey Baron) ในช่วงท้าย
บทสรุป
Bruni ถูกปลดเกษียณเพื่อไปเป็นพ่อพันธุ์ม้าแข่งหลังจากฤดูกาลปีห้าขวบที่ไม่ประสบความสำเร็จนัก
คำถามที่พบบ่อย
Bruni คือใคร?
Bruni เป็นม้าแข่งสายพันธุ์ Thoroughbred ที่เกิดในไอร์แลนด์และฝึกในอังกฤษ ผู้ชนะเลิศรายการ St. Leger Stakes ปี 1975
ชัยชนะที่โดดเด่นที่สุดของ Bruni คืออะไร?
ชัยชนะในรายการ St. Leger Stakes ซึ่งเขาเอาชนะคู่แข่งด้วยระยะห่างถึง 10 ความยาวตัวม้า
ทำไม Bruni ถึงต้องได้รับการฝึกซ้อมแยกจากม้าตัวอื่น?
เพราะเขาเป็นม้าที่มีนิสัยใจคอซับซ้อนและยากต่อการฝึกสอน (temperamental)
