← กลับไปยังบทความทั้งหมด

คดีฉาวกัลโช่โปลี การทุจริตครั้งใหญ่ในวงการฟุตบอลอิตาลี

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นคดีทุจริตการกำหนดตัวผู้ตัดสินในลีกเซเรียอาของอิตาลีที่ถูกเปิดโปงในปี 2006
  • ลูชาโน ม็อกจิ อดีตผู้จัดการทั่วไปของยูเวนตุส ถูกระบุว่าเป็นตัวการหลักในการใช้อิทธิพลเหนือผู้ตัดสิน
  • ส่งผลให้สโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง ยูเวนตุส ถูกลดชั้นลงไปเล่นในเซเรีย บี และถูกริบแชมป์เซเรียอา
  • สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างเจ้าของสโมสร นักการเมือง และผู้บริหารลีก

กัลโช่โปลี (Calciopoli) เป็นเหตุการณ์อื้อฉาวด้านการกีฬาที่เกิดขึ้นในลีกฟุตบอลอาชีพของประเทศอิตาลีในปี 2006 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จมากที่สุดหลายแห่ง ได้แก่ ยูเวนตุส, เอซี มิลาน, ลาซิโอ, ฟิออเรนตินา, อารีตโซ และเรจจินา คำว่า "Calciopoli" เป็นการผสมคำระหว่าง Calcio (ฟุตบอล) และ Tangentopoli (เมืองแห่งสินบน) ซึ่งเป็นคำที่เคยถูกใช้เรียกคดีทุจริตทางการเมืองครั้งใหญ่ในอิตาลีช่วงต้นทศวรรษ 1990

จุดเริ่มต้นและการเปิดโปง

คดีนี้ถูกค้นพบโดยเจ้าหน้าที่ทางการของอิตาลีในระหว่างการสืบสวนข้อกล่าวหาเรื่องการใช้สารกระตุ้นของนักเตะทีมยูเวนตุส ซึ่งนำไปสู่การดักฟังโทรศัพท์ระหว่าง ลูชาโน ม็อกจิ (Luciano Moggi) ผู้จัดการทั่วไปของยูเวนตุส กับเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย

หลักฐานจากการดักฟังเผยให้เห็นเครือข่ายการทุจริตที่ซับซ้อนเพื่อกำหนดผลการแข่งขัน โดยการใช้อิทธิพลเหนือการคัดเลือกผู้ตัดสิน โดยมีวิธีการหลักดังนี้:

  • การผลักดันให้ผู้ตัดสินที่มีทัศนคติเป็นบวกต่อยูเวนตุสได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ในเกมของทีม
  • การกดดันผู้ตัดสินทั้งทางตรงและทางอ้อมเพื่อให้ตัดสินในทางที่เป็นประโยชน์ต่อทีม
  • การวางแผนให้ผู้ตัดสินให้ใบแดงหรือใบเหลืองแก่นักเตะคู่แข่งในนัดก่อนหน้า เพื่อให้ไม่สามารถลงสนามในนัดที่จะพบกับยูเวนตุสได้

การเปิดโปงครั้งแรกเริ่มจากหนังสือพิมพ์ Il Romanista ซึ่งเป็นสื่อสำหรับแฟนบอลทีมโรม่า ก่อนที่หนังสือพิมพ์กีฬาฉบับใหญ่ระดับประเทศอย่าง La Gazzetta dello Sport จะนำเสนอข่าวและรายงานผลการตัดสินของศาลในเวลาต่อมา

การสืบสวนและผลกระทบทางกีฬา

เหตุการณ์นี้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโครงสร้างการบริหารฟุตบอลอิตาลี โดยในวันที่ 8 พฤษภาคม 2006 ฟรังโก คาร์ราโร (Franco Carraro) ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี (FIGC) และในวันที่ 11 พฤษภาคม คณะกรรมการบริหารทั้งหมดของยูเวนตุสได้ประกาศลาออก ตามมาด้วยการลาออกของลูชาโน ม็อกจิ ในวันที่ 14 พฤษภาคม หลังจากที่ยูเวนตุสคว้าแชมป์เซเรียอาฤดูกาล 2005–06

ความขัดแย้งทางผลประโยชน์

คดีกัลโช่โปลีทำให้สังคมหันมาสนใจปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) ในวงการฟุตบอลอิตาลีอย่างกว้างขวาง เช่น:

  • ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี นายกรัฐมนตรีอิตาลีในขณะนั้น เป็นเจ้าของสโมสรเอซี มิลาน และเจ้าของบริษัทสื่อ Mediaset
  • ตระกูลอัญเญลลี เจ้าของยูเวนตุส ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอำนาจทางการเมืองและเป็นเจ้าของบริษัท FIAT ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของ FIGC และสมาคมผู้ตัดสินอิตาลี (AIA)
  • มาร์โก ทรอนเชตติ โปรเวรา รองประธานสโมสรอินเตอร์ มิลาน ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการของ Gruppo TIM ผู้สนับสนุนหลักของเซเรียอา

การดำเนินคดีทางกฎหมาย

พนักงานอัยการในเมืองเนเปิลส์ได้ทำการสืบสวนบุคคลรวม 41 ราย และตรวจสอบการแข่งขันในเซเรียอาจำนวน 19 นัดจากฤดูกาล 2004–05 และ 14 นัดจากฤดูกาล 2005–06 นอกจากนี้ อัยการในเมืองตูรินยังได้ตรวจสอบ อันโตนิโอ จิราอูโด (Antonio Giraudo) ประธานสโมสรยูเวนตุสในข้อหาเกี่ยวกับการโอนย้ายนักเตะ การตกแต่งบัญชี และการเลี่ยงภาษี

คำถามที่พบบ่อย

กัลโช่โปลี (Calciopoli) คืออะไร?

คือคดีอื้อฉาวในการทุจริตฟุตบอลลีกอิตาลีปี 2006 ที่มีการใช้อิทธิพลแทรกแซงการคัดเลือกผู้ตัดสินเพื่อให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขัน

สโมสรใดบ้างที่ได้รับผลกระทบจากคดีนี้?

สโมสรหลักที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ยูเวนตุส, เอซี มิลาน, ลาซิโอ, ฟิออเรนตินา, อารีตโซ และเรจจินา

ใครคือบุคคลสำคัญที่มีบทบาทในคดีนี้?

ลูชาโน ม็อกจิ (Luciano Moggi) อดีตผู้จัดการทั่วไปของยูเวนตุส เป็นบุคคลสำคัญที่ถูกกล่าวหาว่าวางเครือข่ายในการควบคุมผู้ตัดสิน

คดีนี้ถูกค้นพบได้อย่างไร?

เริ่มต้นจากการสืบสวนเรื่องการใช้สารกระตุ้นของนักเตะยูเวนตุส ซึ่งนำไปสู่การดักฟังโทรศัพท์ของลูชาโน ม็อกจิ และพบหลักฐานการทุจริต