คาร์มิลลา ต้นแบบวรรณกรรมแวมไพร์หญิงและสยองขวัญโกธิค
สรุปใจความสำคัญ
- ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1872 โดย Joseph Sheridan Le Fanu
- เป็นรากฐานของวรรณกรรมแวมไพร์ในภาษาอังกฤษ และเขียนขึ้นก่อน Dracula ของ Bram Stoker 25 ปี
- นำเสนอตัวละครแวมไพร์หญิงที่เป็นต้นแบบของตัวละครแวมไพร์ที่มีความหลากหลายทางเพศในสื่อบันเทิง
คาร์มิลลา (Carmilla) เป็นนวนิยายขนาดสั้น (Novella) แนวโกธิคที่ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1872 เขียนโดย โจเซฟ เชอริแดน เลอ ฟานู (Joseph Sheridan Le Fanu) นักเขียนชาวไอริช ผลงานชิ้นนี้ถือเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของวรรณกรรมแวมไพร์ในภาษาอังกฤษ โดยถูกเขียนขึ้นก่อนหน้าเรื่อง แดร็กคูล่า (Dracula) ของบราม สโตเกอร์ ถึง 25 ปี
เรื่องราวเกิดขึ้นในแคว้นสไตเรีย (Styria) ประเทศออสเตรีย ในศตวรรษที่ 19 โดยนำเสนอเรื่องราวของหญิงสาวที่ถูกคุกคามโดยแวมไพร์สาวนามว่า คาร์มิลลา ซึ่งตัวละครนี้ได้กลายเป็นต้นแบบของแวมไพร์หญิงและแวมไพร์ที่มีความหลากหลายทางเพศในวรรณกรรมยุคต่อมา

ประวัติการตีพิมพ์และการเผยแพร่
คาร์มิลลาปรากฏครั้งแรกในรูปแบบเรื่องราวตอนๆ (Serial) ในนิตยสารวรรณกรรม The Dark Blue ระหว่างปลายปี ค.ศ. 1871 ถึงต้นปี ค.ศ. 1872 ต่อมาในปีเดียวกันได้ถูกนำมารวบรวมไว้ในหนังสือรวมเรื่องสั้น In a Glass Darkly โดยมีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาบางส่วน ที่สำคัญที่สุดคือการเพิ่มบทนำที่นำเสนอเรื่องราวในรูปแบบของแฟ้มคดีของ ดร. มาร์ติน เฮสเซเลียส (Doctor Martin Hesselius) นักสืบด้านไสยศาสตร์ในจินตนาการของเลอ ฟานู
เนื่องจากเนื้อหาที่นำเสนอความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างตัวละครหญิงสองคน นวนิยายเรื่องนี้จึงได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มสิ่งพิมพ์สำหรับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (Queer publications) และถูกนำไปแปลเป็นหลายภาษา รวมถึงภาษาสเปน
ฉบับปรับปรุงปี 2019
ในปี ค.ศ. 2019 คาร์เมน มาเรีย มาชาโด (Carmen Maria Machado) ได้เรียบเรียงและเขียนบทนำใหม่ โดยใช้รูปแบบการเขียนเลียนแบบบทนำของเฮสเซเลียส เพื่อสร้างเรื่องราวล้อมรอบ (Framing story) โดยสมมติถึงศาสตราจารย์ เจน เลท (Dr. Jane Leight) ซึ่งอ้างว่าเรื่องราวของคาร์มิลลาถูกเซ็นเซอร์เพื่อปกปิดความรักระหว่างผู้หญิงสองคน ฉบับนี้มีการปรับบทสนทนาให้ทันสมัยขึ้นและนำเสนอตัวละครคาร์มิลลาในมุมมองที่เห็นอกเห็นใจมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการตีความวรรณกรรมสมัยใหม่ที่ต้องการกู้คืนตัวตนของตัวละครกลุ่ม Queer ที่มักถูกนำเสนอเป็นตัวร้ายในอดีต
โครงเรื่องโดยสังเขป
เรื่องราวถูกเล่าผ่านมุมมองของ ลอร่า หญิงสาวที่อาศัยอยู่ในปราสาทที่ห่างไกลในแคว้นสไตเรียกับพ่อของเธอซึ่งเป็นม่ายชาวอังกฤษ ลอร่าเล่าถึงความทรงจำในวัยเด็กที่เธอเคยฝันว่ามีผู้มาเยือนที่สวยงามเข้ามาในห้องนอนและทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกเจาะที่หน้าอก แม้คนรอบข้างจะบอกว่าเป็นเพียงความฝัน แต่ลอร่ายังคงเชื่อว่ามันคือเรื่องจริง
หลายปีต่อมา ลอร่าได้พบกับ คาร์มิลลา หญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันที่ประสบอุบัติเหตุรถม้าหน้าปราสาท และได้รับอนุญาตให้พักรักษาตัวที่นั่น ทั้งสองกลายเป็นเพื่อนสนิทกันอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ลอร่าเริ่มสังเกตเห็นพฤติกรรมที่แปลกประหลาดของคาร์มิลลา รวมถึงความหลงใหลในตัวเธอที่รุนแรงเกินปกติ และการที่คาร์มิลลาปฏิเสธที่จะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัวหรืออดีตของตนเอง
อิทธิพลและมรดกทางวรรณกรรม
คาร์มิลลาได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวรรณกรรมแนวแวมไพร์และสยองขวัญโกธิค โดยส่งอิทธิพลโดยตรงต่อผู้เขียนแนวสยองขวัญและปริศนาในยุคต่อมา เช่น บราม สโตเกอร์, เอ็ม. อาร์. เจมส์ และเฮนรี เจมส์
ด้วยความนิยมที่ยาวนาน ผลงานชิ้นนี้จึงถูกนำไปดัดแปลงในหลากหลายรูปแบบสื่อ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์, โอเปร่า, วิดีโอเกม, การ์ตูน, วิทยุ และละครเวที ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความคงทนของเนื้อหาที่ส่งผลต่อจินตนาการของผู้คนในเรื่องความรัก ความตาย และสิ่งเหนือธรรมชาติ
คำถามที่พบบ่อย
คาร์มิลลาแตกต่างจากแดร็กคูล่าอย่างไร?
คาร์มิลลาถูกเขียนขึ้นก่อนแดร็กคูล่า 25 ปี และเน้นไปที่ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างผู้หญิงสองคน รวมถึงการใช้บรรยากาศโกธิคที่เน้นความลึกลับและความโหยหา มากกว่าการเน้นความสยองขวัญแบบสัตว์ประหลาดในยุคแรกของแดร็กคูล่า
ใครคือผู้เขียนเรื่องคาร์มิลลา?
โจเซฟ เชอริแดน เลอ ฟานู (Joseph Sheridan Le Fanu) นักเขียนชาวไอริช
ทำไมคาร์มิลลาถึงมีความสำคัญต่อกลุ่ม LGBTQ+?
เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างคาร์มิลลาและลอร่ามีการนำเสนอความปรารถนาและความรักระหว่างผู้หญิง ซึ่งทำให้เรื่องนี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในวรรณกรรมยุคแรกๆ ที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ทางเพศและความหลากหลายทางเพศในรูปแบบของความสยองขวัญ
เรื่องนี้ถูกนำไปดัดแปลงเป็นอะไรบ้าง?
ถูกนำไปดัดแปลงเป็นภาพยนตร์, โอเปร่า, วิดีโอเกม, การ์ตูน และละครเวทีหลายครั้งนับตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19

