เขื่อนกันคลื่นกลางโตเกียว (Central Breakwater) เกาะเทียมและพื้นที่สีเขียวแห่งอ่าวโตเกียว
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อสร้างครั้งแรกในปี พ.ศ. 2516 เพื่อใช้เป็นสถานที่กำจัดขยะของกรุงโตเกียว
- เกิดเป็นเกาะเทียม 2 แห่ง คือ พื้นที่ถมทะเลด้านในและด้านนอก ซึ่งจะมีพื้นที่รวมสูงสุด 989 เฮกตาร์
- ข้อพิพาทเรื่องเขตอำนาจศาลระหว่างเขตโคโตะและเขตโอตะสิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 2562 โดยแบ่งพื้นที่เป็น 79.3% ให้เขตโคโตะ และ 20.7% ให้เขตโอตะ
- พื้นที่ฝั่งเขตโอตะถูกตั้งชื่อว่า 'เรวะจิมะ' ส่วนฝั่งเขตโคโตะเรียกว่า 'ซีฟอเรสต์'
เขื่อนกันคลื่นกลางโตเกียว (Central Breakwater) หรือในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Chūō bōhatei เป็นเขื่อนกันคลื่นและเกาะเทียมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในอ่าวโตเกียว โดยตั้งอยู่ติดกับสะพานโตเกียวเกตบริดจ์ (Tokyo Gate Bridge) ซึ่งเป็นจุดสังเกตที่สำคัญของพื้นที่นี้
ประวัติการก่อสร้างและการพัฒนา
เขื่อนกันคลื่นกลางโตเกียวเริ่มก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2516 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อใช้เป็นสถานที่กำจัดขยะจากกรุงโตเกียว ซึ่งนำไปสู่การสร้างเกาะเทียมสองแห่งในอ่าวโตเกียว ได้แก่ พื้นที่ถมทะเลด้านใน (Inner Landfill) และ พื้นที่ถมทะเลด้านนอก (Outer Landfill)
ในปี พ.ศ. 2554 พื้นที่รวมของเกาะทั้งสองแห่งมีขนาด 377 เฮกตาร์ และมีการคาดการณ์ว่าในอนาคตจะมีพื้นที่รวมสูงสุดถึง 989 เฮกตาร์
ข้อพิพาทด้านเขตอำนาจศาล
เป็นเวลาเกือบ 4 ทศวรรษที่เขตโคโตะ (Koto) และเขตโอตะ (Ota) มีข้อพิพาทเรื่องเขตอำนาจศาลเหนือเกาะเทียมเหล่านี้ โดยทั้งสองเขตต่างอ้างสิทธิ์ในพื้นที่เพื่อเหตุผลที่แตกต่างกัน:
- เขตโคโตะ: อ้างว่าขยะที่นำมาถมทะเลถูกขนส่งผ่านเขตโคโตะ และการให้เกาะนี้เป็นส่วนหนึ่งของเขตจะเป็นการตอบแทนชาวเมืองที่ต้องทนกับความลำบากในการขนส่ง
- เขตโอตะ: อ้างว่าพื้นที่บริเวณเขื่อนกันคลื่นนี้เคยเป็นพื้นที่ทำฟาร์มสาหร่ายโนริของชาวเมืองโอตะ และควรได้รับการจัดการร่วมกับสนามบินฮาเนดะซึ่งอยู่ในเขตโอตะ
ข้อพิพาทนี้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เมื่อศาลแขวงโตเกียวตัดสินให้พื้นที่ถมทะเล 79.3% ตกเป็นของเขตโคโตะ และ 20.7% ตกเป็นของเขตโอตะ ซึ่งทางเขตโอตะได้ยอมรับคำตัดสินโดยไม่มีการอุทธรณ์
การตั้งชื่อเกาะ
หลังจากคำตัดสินของศาล พื้นที่ฝั่งตะวันตกที่ตกเป็นของเขตโอตะได้รับการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่า เรวะจิมะ (Reiwajima) เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2563 หลังจากเปิดรับข้อเสนอชื่อจากสาธารณชน ส่วนฝั่งตะวันออกของเขตโคโตะยังคงใช้ชื่อ ซีฟอเรสต์ (Sea Forest) หรือ Umi no Mori ตามที่คุ้นเคย
บทบาทในโอลิมปิกฤดูร้อน 2020
เขื่อนกันคลื่นกลางโตเกียวถูกวางแผนให้เป็นหนึ่งในสถานที่จัดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2020 โดยมีการจัดสรรพื้นที่ดังนี้:
- พื้นที่ถมทะเลด้านใน: ใช้เป็นสนามขี่ม้าวิบาก (Sea Forest Cross-Country Course)
- พื้นที่ถมทะเลด้านนอก: เดิมทีวางแผนให้เป็นสนามจักรยานภูเขา (Sea Forest Mountain Bike Course) แต่ภายหลังได้ย้ายไปที่เมืองอิซุ จังหวัดชิซูโอกะ
- ทางน้ำซีฟอเรสต์ (Sea Forest Waterway): ทางน้ำระหว่างเกาะทั้งสองถูกใช้สำหรับการแข่งขันพายเรือและคายัค
ปัจจุบัน พื้นที่เหล่านี้ได้รับการวางแผนให้คงไว้เป็นพื้นที่นันทนาการและพื้นที่สีเขียวสำหรับชาวเมืองโตเกียวหลังจบการแข่งขัน
คำถามที่พบบ่อย
เขื่อนกันคลื่นกลางโตเกียวสร้างขึ้นเพื่ออะไร?
เริ่มแรกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่กำจัดขยะจากกรุงโตเกียว ซึ่งนำไปสู่การสร้างเกาะเทียมสองแห่งในอ่าวโตเกียว
ทำไมถึงเกิดข้อพิพาทระหว่างเขตโคโตะและเขตโอตะ?
ทั้งสองเขตต่างอ้างสิทธิ์ในพื้นที่เพื่อเพิ่มภาพลักษณ์ของแบรนด์และเหตุผลทางประวัติศาสตร์ เช่น การขนส่งขยะผ่านเขตโคโตะ และการทำฟาร์มสาหร่ายในเขตโอตะ
พื้นที่นี้ถูกใช้ในงานโอลิมปิก 2020 อย่างไร?
ใช้เป็นสนามขี่ม้าวิบาก และทางน้ำระหว่างเกาะถูกใช้สำหรับการแข่งขันพายเรือและคายัค
