น้ำหล่อเลี้ยงสมองและไขสันหลัง (CSF) หน้าที่และโครงสร้าง
สรุปใจความสำคัญ
- น้ำหล่อเลี้ยงสมองและไขสันหลัง (CSF) ผลิตจาก Choroid Plexuses ในโพรงสมอง และทำหน้าที่เป็นเบาะรองรับแรงกระแทกให้สมอง
- ในมนุษย์มีการผลิต CSF ประมาณ 500 มิลลิลิตรต่อวัน และมีปริมาณหมุนเวียนอยู่ที่ประมาณ 125-150 มิลลิลิตร
- CSF ปกติจะต้องไม่มีเซลล์เม็ดเลือดแดงและมีเซลล์เม็ดเลือดขาวในปริมาณที่ต่ำมาก หากพบจำนวนมากอาจบ่งชี้ถึงการติดเชื้อหรือการอักเสบ
น้ำหล่อเลี้ยงสมองและไขสันหลัง หรือ Cerebrospinal Fluid (CSF) คือของเหลวใสไม่มีสีที่พบได้ในเนื้อเยื่อหุ้มสมองและไขสันหลังของสัตว์มีกระดูกสันหลัง รวมถึงภายในโพรงสมอง (Ventricles) โดยมีบทบาทสำคัญในการปกป้องและบำรุงรักษาการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง

หน้าที่และความสำคัญของ CSF
น้ำหล่อเลี้ยงสมองและไขสันหลังส่วนใหญ่ผลิตจากเซลล์บุผิวใน Choroid Plexuses ของโพรงสมอง และถูกดูดซึมกลับผ่าน Arachnoid Granulations ในมนุษย์จะมีปริมาณ CSF ประมาณ 125 มิลลิลิตรในเวลาใดเวลาหนึ่ง และมีการผลิตขึ้นใหม่ประมาณ 500 มิลลิลิตรต่อวัน
CSF ทำหน้าที่เป็นเหมือนโช้คอัพหรือเบาะรองรับแรงกระแทก ให้การปกป้องทางกลและทางภูมิคุ้มกันแก่สมองที่อยู่ภายในกะโหลกศีรษะ นอกจากนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการควบคุมการไหลเวียนของเลือดในสมอง (Cerebral Autoregulation)

ตำแหน่งและการไหลเวียน
CSF จะครอบคลุมพื้นที่ใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นกลาง (Subarachnoid Space) ซึ่งอยู่ระหว่างเยื่อหุ้มสมองชั้น Arachnoid Mater และ Pia Mater รวมถึงระบบโพรงสมองรอบๆ และภายในสมองและไขสันหลัง โดยจะเติมเต็มในโพรงสมอง, Cisterns และ Sulci รวมถึงช่องกลางของไขสันหลัง (Central Canal)
นอกจากนี้ ยังมีการเชื่อมต่อจากพื้นที่ใต้เยื่อหุ้มสมองไปยังเขาวงกตกระดูกของหูชั้นในผ่านท่อ Perilymphatic Duct ซึ่งทำให้ของเหลว Perilymph ในหูชั้นในมีความต่อเนื่องกับ CSF ในประชากรส่วนใหญ่
การไหลเวียนของ CSF
ในมนุษย์ ปริมาณ CSF จะอยู่ที่ประมาณ 125–150 มิลลิลิตร โดยจะไหลเวียนภายในระบบโพรงสมองดังนี้:
- ผลิตจาก Lateral Ventricles (โพรงสมองข้าง) เป็นส่วนใหญ่
- ไหลผ่าน Interventricular Foramina ไปยัง Third Ventricle (โพรงสมองที่สาม)
- ไหลผ่าน Cerebral Aqueduct ไปยัง Fourth Ventricle (โพรงสมองที่สี่)
- จากโพรงสมองที่สี่ ของเหลวจะไหลเข้าสู่ Subarachnoid Space ผ่านช่องเปิด 4 ช่อง ได้แก่ ช่องกลางของไขสันหลัง, Median Aperture และ Lateral Apertures สองช่อง


การไหลของ CSF จะเป็นแบบเป็นจังหวะ (Pulsatile) โดยขับเคลื่อนด้วยวงจรการเต้นของหัวใจ และเคลื่อนที่ผ่านพื้นที่รอบหลอดเลือดในสมองด้วยการปั๊มของผนังหลอดเลือดแดง
องค์ประกอบทางเคมี
CSF มีต้นกำเนิดมาจากพลาสมาในเลือดและมีลักษณะคล้ายคลึงกันมาก แต่มีความแตกต่างที่สำคัญคือ CSF แทบจะไม่มีโปรตีน เมื่อเทียบกับพลาสมา และมีระดับอิเล็กโทรไลต์ที่แตกต่างกัน โดยมีระดับคลอไรด์ต่ำกว่าและโซเดียมสูงกว่าพลาสมา
CSF ปกติจะไม่มีเซลล์เม็ดเลือดแดง และมีเซลล์เม็ดเลือดขาวน้อยกว่า 5 เซลล์ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร หากพบว่ามีจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวสูงกว่านี้ จะเรียกว่าภาวะ Pleocytosis ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการอักเสบหรือการติดเชื้อในระบบประสาท
การพัฒนาในระยะตัวอ่อน
ในช่วงสัปดาห์ที่ 5 ของการพัฒนา ตัวอ่อนจะมีลักษณะเป็นแผ่นสามชั้น (Ectoderm, Mesoderm, Endoderm) โดยจะมีท่อ Neural Tube พัฒนาขึ้น ซึ่งบรรจุ CSF ไว้ก่อนที่จะมีการพัฒนาของ Choroid Plexuses
ในช่วงสัปดาห์ที่ 4 ของการพัฒนาสมอง เริ่มมีการสร้างปุ่มพอง (Primary Brain Vesicles) 3 ส่วน ได้แก่ Prosencephalon (สมองส่วนหน้า), Mesencephalon (สมองส่วนกลาง) และ Rhombencephalon (สมองส่วนท้าย) พื้นที่ใต้เยื่อหุ้มสมองจะเริ่มปรากฏให้เห็นในวันที่ 32 ของการพัฒนา และการไหลเวียนจะเริ่มเห็นได้ชัดเจนในวันที่ 41
การวินิจฉัยทางการแพทย์
แพทย์สามารถเก็บตัวอย่าง CSF ได้ผ่านการ เจาะน้ำไขสันหลัง (Lumbar Puncture) เพื่อทดสอบความดันภายในกะโหลกศีรษะ รวมถึงใช้ในการวินิจฉัยโรค เช่น การติดเชื้อของสมองหรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
คำถามที่พบบ่อย
น้ำหล่อเลี้ยงสมองและไขสันหลัง (CSF) คืออะไร?
คือของเหลวใสไม่มีสีที่พบในโพรงสมองและพื้นที่ใต้เยื่อหุ้มสมอง ทำหน้าที่ปกป้องสมองและไขสันหลังจากการกระแทก และช่วยควบคุมการไหลเวียนเลือดในสมอง
CSF ผลิตจากที่ไหนและถูกดูดซึมกลับอย่างไร?
CSF ผลิตจากเซลล์บุผิวใน Choroid Plexuses ของโพรงสมอง และถูกดูดซึมกลับเข้าสู่ระบบหลอดเลือดดำผ่าน Arachnoid Granulations
การเจาะน้ำไขสันหลัง (Lumbar Puncture) มีประโยชน์อย่างไร?
ใช้เพื่อวัดความดันภายในกะโหลกศีรษะ และตรวจหาการติดเชื้อ เช่น โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือโรคอื่นๆ ที่ทางระบบประสาทส่วนกลาง

