← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ระบบการวัดคุณภาพสัญญาณเสียง Circuit Merit

สรุปใจความสำคัญ

  • Circuit Merit เป็นระบบวัดอัตราส่วนสัญญาณเสียงต่อสัญญาณรบกวน (Voice-to-Noise Ratio) ในวงจรโทรศัพท์
  • มีระดับการวัด 5 ระดับ โดย CM3 คือเกณฑ์ขั้นต่ำที่ยอมรับได้สำหรับการให้บริการสาธารณะ
  • พัฒนาโดย AT&T เพื่อใช้กับโครงข่าย PSTN และต่อมาถูกนำมาใช้กับระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบอะนาล็อก
  • แตกต่างจาก DAQ ตรงที่ DAQ รองรับการวัดเสียงดิจิทัลและค่า SINAD

Circuit Merit (CM) คือกระบวนการวัดผลที่ออกแบบมาเพื่อประเมินอัตราส่วนสัญญาณเสียงต่อสัญญาณรบกวน (Voice-to-Noise Ratio) ในวงจรโทรศัพท์ทั้งแบบใช้สายและไร้สาย โดยเฉพาะในระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบอะนาล็อกอย่าง AMPS (Advanced Mobile Phone System) แม้ว่าในปัจจุบันจะมีการใช้ค่านี้เป็นข้อมูลนำเข้าสำหรับการคำนวณค่าคะแนนความพึงพอใจเฉลี่ย (Mean Opinion Score - MOS) แต่โดยพื้นฐานแล้ว ระบบการให้คะแนนนี้ถูกกำหนดขึ้นตามช่วงของอัตราส่วนสัญญาณเสียงต่อสัญญาณรบกวนที่กำหนดไว้

เกณฑ์การวัดและระดับคุณภาพ

การวัดอัตราส่วนสัญญาณเสียงต่อสัญญาณรบกวนในเครื่องรับสัญญาณระบบเคลื่อนที่นั้นมีความซับซ้อน เนื่องจากสัญญาณรบกวนที่พบมักมีลักษณะที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้ของผู้ฟังในรูปแบบที่แตกต่างกัน ด้วยเหตุผลด้านความสะดวก จึงมีการนำการประเมินเชิงอัตวิสัย (Subjective Rating) ภายใต้คำว่า "Circuit Merit" มาใช้แทนการวัดค่าทางไฟฟ้าที่ซับซ้อน โดยใช้มาตรวัด 5 ระดับ ดังนี้:

ระดับ Circuit Merit คำอธิบายคุณภาพ อัตราส่วนสัญญาณต่อสัญญาณรบกวน (dB)
CM1 ดีเยี่ยม (Excellent) > 30 dB
CM2 ดี (Good) 20 - 30 dB
CM3 พอใช้/ยอมรับได้ (Fair/Acceptable) 10 - 20 dB
CM4 แย่ (Poor) 0 - 10 dB
CM5 แย่มาก/ใช้งานไม่ได้ (Unacceptable) < 0 dB

โดยทั่วไป CM3 ถูกกำหนดให้เป็นระดับคุณภาพขั้นต่ำที่ยอมรับได้สำหรับการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่สาธารณะ และถูกใช้เป็นเกณฑ์ในการกำหนดขอบเขตพื้นที่ให้บริการ (Coverage Boundaries) หากคุณภาพสัญญาณลดลงถึงระดับ CM2 อาจยังพอทนได้สำหรับการโทรเป็นครั้งคราว แต่ไม่เหมาะสมที่จะนำมาเป็นมาตรฐานในการนำเสนอการบริการ

ประวัติและการพัฒนา

ระบบ Circuit Merit ถูกพัฒนาขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยบริษัท AT&T เพื่อใช้วัดคุณภาพเสียงในโครงข่ายโทรศัพท์สาธารณะ (PSTN) ต่อมาได้มีการปรับปรุงเพื่อใช้กับวงจรโทรศัพท์ไร้สาย เช่น ระบบ MTS (Mobile Telephone Service) ที่เริ่มใช้ในปี 1947, ระบบ IMTS และระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเซลลูลาร์ในเวลาต่อมา

ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในเชิงสถิติ โดยการเก็บข้อมูลหลายจุด ทั้งจากการประเมินโดยมนุษย์หรือการวัดด้วยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสร้างรายงานคุณภาพวงจรที่ครอบคลุม อย่างไรก็ตาม ระบบ Circuit Merit ไม่ได้รวมการรายงานความแรงของสัญญาณวิทยุ (RF Signal Strength) จึงไม่เหมาะสมที่จะนำไปใช้กับระบบวิทยุสื่อสารที่ไม่ใช่โทรศัพท์

ความแตกต่างระหว่าง Circuit Merit และ DAQ

สำหรับระบบโทรศัพท์เสียงแบบดิจิทัล จะมีการใช้มาตรฐาน DAQ (Delivered Audio Quality) ซึ่งมีความแตกต่างจาก Circuit Merit ตรงที่ DAQ จะเพิ่มคำจำกัดความสำหรับเสียงที่ผ่านการแปลงเป็นดิจิทัล (Digitized Voice) และการวัดค่า SINAD (Signal-to-Noise and Distortion) สำหรับกรณีที่เกิดการจางหายของสัญญาณแบบ Multipath Fading ตามมาตรฐาน TIA/EIA TSB-88-A

การนำไปใช้ที่ผิดวัตถุประสงค์

มีการพบว่าผู้ปฏิบัติงานวิทยุสมัครเล่นบางส่วนนำระบบ Circuit Merit ไปใช้แทนระบบ R-S-T (Readability, Strength, Tone) เนื่องจากความเข้าใจผิดเกี่ยวกับข้อจำกัดของระบบ R-S-T ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ทั้ง Circuit Merit และ R-S-T ต่างใช้ตัวเลขที่ผู้ปฏิบัติงานอาจตีความหมายได้ยาก และไม่สอดคล้องกับแนวทาง "ภาษาปกติ" (Plain Language) ของ NIMS/ICS ที่กำหนดให้ใช้การสื่อสารด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายในเหตุการณ์ภัยพิบัติหรือการประสานงานระหว่างหน่วยงาน แทนการใช้รหัสตัวเลข

คำถามที่พบบ่อย

Circuit Merit คืออะไร?

คือระบบการวัดคุณภาพสัญญาณเสียงโดยการประเมินอัตราส่วนสัญญาณเสียงต่อสัญญาณรบกวน (Voice-to-Noise Ratio) เพื่อระบุว่าคุณภาพเสียงในวงจรโทรศัพท์อยู่ในระดับที่ยอมรับได้หรือไม่

ระดับ CM3 มีความสำคัญอย่างไร?

CM3 เป็นระดับคุณภาพขั้นต่ำที่ยอมรับได้สำหรับการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่สาธารณะ และใช้เป็นเกณฑ์ในการกำหนดขอบเขตพื้นที่ให้บริการ

Circuit Merit ต่างจาก DAQ อย่างไร?

Circuit Merit เน้นการวัดอัตราส่วนสัญญาณต่อสัญญาณรบกวนในระบบอะนาล็อก ในขณะที่ DAQ (Delivered Audio Quality) ถูกออกแบบมาสำหรับระบบเสียงดิจิทัลและมีการวัดค่า SINAD เพิ่มเติม

ทำไม Circuit Merit ถึงไม่เหมาะกับวิทยุสื่อสารทั่วไป?

เพราะระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อวัดคุณภาพเสียงในวงจรโทรศัพท์ และไม่มีการรายงานความแรงของสัญญาณวิทยุ (RF Signal Strength) ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับระบบวิทยุสื่อสารทั่วไป