ประวัติ คลาริสซา ดิกสัน ไรท์ จากทนายความสู่เชฟชื่อดังแห่ง Two Fat Ladies
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นหนึ่งในคู่หู 'Two Fat Ladies' ในรายการทำอาหารชื่อดังของ BBC
- เป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับเลือกเป็นอธิการบดี (Rector) ของมหาวิทยาลัยอเบอร์ดีน
- อดีตทนายความที่เคยผ่านวิกฤตการติดสุราอย่างหนักก่อนจะผันตัวมาเป็นเชฟ
- เป็นผู้สนับสนุนการล่าสัตว์และการบริโภคเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากนมอย่างเคร่งครัด
คลาริสซา ดิกสัน ไรท์ (Clarissa Dickson Wright; 24 มิถุนายน 1947 – 15 มีนาคม 2014) เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงหลากหลายด้านในประเทศอังกฤษ โดยเธอเป็นทั้งเชฟชื่อดัง, พิธีกรรายการโทรทัศน์, นักเขียน, นักธุรกิจ และอดีตทนายความ ผู้เป็นที่จดจำมากที่สุดในฐานะหนึ่งในคู่หู Two Fat Ladies ร่วมกับเจนนิเฟอร์ แพเทอร์สัน ในรายการทำอาหารทางช่อง BBC ระหว่างปี 1996 ถึง 1999

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา
ดิกสัน ไรท์ เกิดที่ย่านเซนต์จอห์นสวูด ในลอนดอน เป็นลูกคนสุดท้องในบรรดาพี่น้อง 4 คน บิดาของเธอคือ อาเธอร์ ดิกสัน ไรท์ ศัลยแพทย์ประจำราชวงศ์ผู้เคยปฏิบัติหน้าที่ในสิงคโปร์ ส่วนมารดาคือ เอลีน แมรี (มอลลี) บาธ ซึ่งมาจากครอบครัวที่มีชื่อเสียงในสิงคโปร์เช่นกัน อย่างไรก็ตาม เธอเคยเปิดเผยว่าบิดาของเธอมีปัญหาเรื่องการดื่มสุราและมักใช้ความรุนแรงทั้งทางคำพูดและร่างกายกับสมาชิกในครอบครัว
เธอเข้าศึกษาที่โรงเรียนคอนแวนต์ Sacred Heart ในเมืองโฮฟ และต่อที่ Woldingham ก่อนจะเข้าศึกษาต่อด้านกฎหมายที่ University College London และฝึกงานเป็นทนายความ (Barrister) ที่ Gray's Inn
เส้นทางอาชีพและจุดพลิกผันในชีวิต
อาชีพทนายความและวิกฤตส่วนตัว
ดิกสัน ไรท์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นทนายความในปี 1970 แม้เธอจะเคยอ้างว่าเธอเป็นผู้หญิงที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับตำแหน่งนี้ในขณะนั้น แต่ในความเป็นจริงเธอมีอายุ 23 ปีในช่วงเวลาดังกล่าว หลังจากมารดาเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายในปี 1975 และบิดาเสียชีวิตในเวลาต่อมา เธอตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าอย่างรุนแรงและประสบปัญหาการติดสุราอย่างหนักเป็นเวลากว่า 12 ปี
ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ เธอเคยสูญเสียทรัพย์สินที่ได้รับมรดกมา และถูกถอนชื่อออกจากบัญชีทนายความเนื่องจากปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีสำนักงาน (practising without chambers) นอกจากนี้เธอยังเคยประสบปัญหาไร้บ้านและถูกไล่ออกจากงานแม่บ้านในซัสเซกซ์เนื่องจากพฤติกรรมที่เกิดจากการดื่มสุรา
การฟื้นฟูและการก้าวเข้าสู่โลกการทำอาหาร
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเธอเริ่มเข้าร่วมการประชุมของ Alcoholics Anonymous (AA) และเข้ารับการบำบัดในศูนย์ฟื้นฟู Promis Recovery Centre จนสามารถเลิกสุราได้สำเร็จ หลังจากนั้นเธอได้นำความหลงใหลในการทำอาหารมาสร้างเป็นอาชีพ โดยเริ่มจากการดูแลอาหารในคลับแห่งหนึ่งในลอนดอน และก้าวเข้าสู่การเป็นเชฟมืออาชีพ
ความสำเร็จในวงการโทรทัศน์และงานเขียน
ความสำเร็จสูงสุดของเธอเกิดขึ้นเมื่อ BBC2 ได้ผลิตรายการ Two Fat Ladies ซึ่งเป็นการจับคู่กันระหว่างดิกสัน ไรท์ และเจนนิเฟอร์ แพเทอร์สัน รายการนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงและถูกนำไปฉายทั่วโลก โดยมีการผลิตทั้งหมด 4 ซีรีส์ จนกระทั่งแพเทอร์สันเสียชีวิตในปี 1999
หลังจากนั้น ดิกสัน ไรท์ ยังมีผลงานอื่นๆ เช่น รายการ Clarissa and the Countryman (2000-2003) และการรับบทเป็นคนดูแลเกมในซีรีส์ตลก Absolutely Fabulous ในปี 2003 นอกจากนี้เธอยังได้รับเลือกให้เป็นอธิการบดี (Rector) ของมหาวิทยาลัยอเบอร์ดีนในปี 1998 ซึ่งถือเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับตำแหน่งนี้ในประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย
ทัศนคติและจุดยืนทางสังคม
ในช่วงบั้นปลายชีวิต ดิกสัน ไรท์ เป็นที่รู้จักในฐานะผู้สนับสนุนการล่าสัตว์ (Hunting) และการบริโภคเนื้อแดง เนย และครีม โดยเธอมักออกมาวิพากษ์วิจารณ์กลุ่มต่อต้านการล่าสัตว์และกลุ่มมังสวิรัติอย่างรุนแรง นอกจากนี้เธอยังเคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับการล่ากระต่ายป่า (Hare coursing) ในปี 2007 ซึ่งเธอและผู้ร่วมเหตุการณ์ได้ยอมรับผิดและได้รับโทษรอลงอาญา (absolute discharge) ในปี 2009
การเสียชีวิต
คลาริสซา ดิกสัน ไรท์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2014 ณ โรงพยาบาล Edinburgh Royal Infirmary ในวัย 66 ปี ด้วยโรคปอดบวมซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากอาการป่วยที่ไม่เปิดเผย
คำถามที่พบบ่อย
คลาริสซา ดิกสัน ไรท์ มีชื่อเสียงมาจากอะไร?
เธอมีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดจากการเป็นหนึ่งในผู้ดำเนินรายการ 'Two Fat Ladies' ร่วมกับเจนนิเฟอร์ แพเทอร์สัน ซึ่งเป็นรายการทำอาหารที่เน้นความสนุกสนานและอาหารดั้งเดิมของอังกฤษ
ก่อนจะมาเป็นเชฟ เธอเคยทำอาชีพอะไร?
เธอเคยเป็นทนายความ (Barrister) และได้รับการแต่งตั้งให้เข้าสู่สายอาชีพนี้ในปี 1970
เธอมีบทบาทสำคัญอย่างไรในมหาวิทยาลัยอเบอร์ดีน?
เธอได้รับเลือกให้เป็นอธิการบดี (Rector) ของมหาวิทยาลัยอเบอร์ดีนในปี 1998 ซึ่งทำให้เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ดำรงตำแหน่งนี้ในมหาวิทยาลัยดังกล่าว
ทัศนคติเรื่องอาหารของเธอเป็นอย่างไร?
เธอสนับสนุนการรับประทานเนื้อแดง เนย และครีม และคัดค้านแนวคิดมังสวิรัติอย่างชัดเจน