← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การคัดเลือกทีมเข้าแข่งขันโบวล์เกมส์ของฟุตบอลวิทยาลัยสหรัฐฯ

สรุปใจความสำคัญ

  • โบวล์เกมส์ในปัจจุบันมีประมาณ 42 รายการ โดยส่วนใหญ่มีสัญญาผูกพัน (Tie-ins) กับคอนเฟอเรนซ์ต่าง ๆ
  • ระบบ College Football Playoff (CFP) ใช้คัดเลือก 12 ทีมเพื่อหาแชมป์ระดับชาติ โดยมีแชมป์ 5 คอนเฟอเรนซ์หลักได้รับสิทธิ์อัตโนมัติ
  • เกณฑ์พื้นฐานของการมีสิทธิ์เข้าแข่งขันโบวล์เกมส์คือต้องมีสถิติชนะไม่น้อยกว่าแพ้ในฤดูกาลปกติ (ไม่รวมนัดชิงแชมป์คอนเฟอเรนซ์)
  • หากทีมที่มีสิทธิ์ไม่เพียงพอ จะมีการใช้คะแนน APR (Academic Progress Rate) เป็นเกณฑ์ตัดสินในการคัดเลือกทีมที่มีสถิติ 5-7 เข้าแข่งขัน

ในระบบการแข่งขันฟุตบอลวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกา ทีมที่เข้าร่วมใน NCAA Division I Football Bowl Subdivision (FBS) จะได้รับสิทธิ์ในการแข่งขันรอบเพลย์ออฟหลังจบฤดูกาลปกติ ซึ่งเรียกว่า โบวล์เกมส์ (Bowl Games) โดยในปี 2024 มีการแข่งขันโบวล์เกมส์ทั้งหมด 42 รายการ (ไม่รวมการแข่งขันชิงแชมป์ระดับชาติของ College Football Playoff) ซึ่งการแข่งขันเหล่านี้ส่วนใหญ่มีข้อตกลงทางสัญญาที่เรียกว่า "การผูกพัน" (Tie-in) เพื่อให้สิทธิ์การคัดเลือกทีมจากคอนเฟอเรนซ์ที่กำหนดไว้

ระบบ College Football Playoff (CFP)

College Football Playoff เป็นระบบการแข่งขันเพื่อหาแชมป์ระดับชาติ ซึ่งประกอบด้วยโบวล์เกมส์หลัก 7 รายการ ได้แก่ Rose Bowl, Sugar Bowl, Orange Bowl, Cotton Bowl, Fiesta Bowl, Peach Bowl และการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ (National Championship) โดยตั้งแต่ฤดูกาล 2024 เป็นต้นไป มีการขยายจำนวนทีมที่เข้าร่วมเป็น 12 ทีม

เกณฑ์การคัดเลือกทีมเข้าสู่ CFP

  • แชมป์คอนเฟอเรนซ์: แชมป์จาก 5 คอนเฟอเรนซ์หลักจะได้รับสิทธิ์เข้าแข่งขันโดยอัตโนมัติ
  • ทีม At-Large: ทีมที่เหลือจะถูกคัดเลือกตามการจัดอันดับของ CFP เพื่อเติมเต็มโควตาให้ครบ 12 ทีม
  • แชมป์ Group of Five: แชมป์จากคอนเฟอเรนซ์ในกลุ่ม Group of Five ที่มีอันดับสูงสุดจะได้รับสิทธิ์เข้าแข่งขันในโควตา At-Large หากยังไม่ได้รับเลือกในรอบปกติ

ประวัติการคัดเลือก จาก BCS สู่ CFP

ก่อนการเริ่มใช้ระบบ CFP ในปี 2014 สหรัฐฯ ใช้ระบบ Bowl Championship Series (BCS) ระหว่างปี 1998 ถึง 2013 เพื่อกำหนดแชมป์ระดับชาติ โดยใช้การผสมผสานระหว่างการจัดอันดับด้วยคอมพิวเตอร์และการลงคะแนนจากผู้เชี่ยวชาญ (Human Polls) เพื่อคัดเลือกทีมเข้าสู่โบวล์เกมส์หลัก 5 รายการ รวมถึงเกมชิงแชมป์ BCS

การคัดเลือกทีมสำหรับโบวล์เกมส์ทั่วไป

โบวล์เกมส์ที่ไม่ได้อยู่ในระบบ CFP จะมีสัญญาผูกพัน (Tie-ins) กับคอนเฟอเรนซ์ต่าง ๆ ซึ่งหมายความว่าโบวล์เกมส์นั้น ๆ จะต้องเลือกทีมจากคอนเฟอเรนซ์ที่ระบุไว้ในสัญญา หากคอนเฟอเรนซ์ดังกล่าวมีทีมที่มีสิทธิ์เข้าแข่งขัน (Bowl Eligible) เพียงพอ โควตาเหล่านั้นจะถูกเติมเต็มโดยทีมจากคอนเฟอเรนซ์นั้น ๆ ก่อน

เกณฑ์การมีสิทธิ์เข้าแข่งขัน (Bowl Eligibility)

โดยปกติ ทีมที่จะมีสิทธิ์ได้รับคำเชิญเข้าแข่งขันโบวล์เกมส์ต้องมีผลการแข่งขันในฤดูกาลปกติ ดังนี้:

  • สถิติการชนะ: ต้องมีจำนวนนัดที่ชนะไม่น้อยกว่าจำนวนนัดที่แพ้ (เช่น ชนะ 6 แพ้ 6) โดยนับเฉพาะการแข่งขันกับทีมในระดับ FBS
  • การนับชัยชนะต่อทีม FCS: ทีมสามารถนับชัยชนะเหนือทีมในระดับ FCS ได้ 1 นัด หากทีม FCS นั้นมีการให้ทุนการศึกษาเต็มจำนวนไม่น้อยกว่า 56.7 ทุนต่อปีในช่วงสองปีที่ผ่านมา
  • ข้อยกเว้นเกมชิงแชมป์คอนเฟอเรนซ์: ผลการแข่งขันในเกมชิงแชมป์คอนเฟอเรนซ์จะไม่ถูกนำมาคำนวณเพื่อพิจารณาสิทธิ์การเข้าแข่งขันโบวล์เกมส์ เพื่อป้องกันไม่ให้ทีมที่แพ้ในนัดชิงแชมป์ต้องเสียสิทธิ์การเข้าแข่งขันรอบเพลย์ออฟ

กรณีทีมที่มีสิทธิ์ไม่เพียงพอ

หากจำนวนทีมที่มีสิทธิ์เข้าแข่งขันตามเกณฑ์ปกติมีน้อยกว่าจำนวนโควตาของโบวล์เกมส์ที่มีอยู่ NCAA จะอนุญาตให้ทีมที่มีสถิติต่ำกว่าเกณฑ์เข้าแข่งขันได้ โดยพิจารณาตามลำดับความสำคัญดังนี้:

  1. ทีมที่ชนะทีม FCS ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ทุนการศึกษา แต่หากนับชัยชนะนั้นจะทำให้ทีมมีสิทธิ์เข้าแข่งขัน
  2. ทีมที่แข่ง 13 นัดในฤดูกาลปกติและมีสถิติชนะ 6 แพ้ 7
  3. ทีมที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจาก FCS มาเป็น FBS (ปีที่สองของการทดลอง)
  4. ทีมที่มีสถิติชนะ 5 แพ้ 7 หรือ 5 แพ้ 6 โดยพิจารณาจากคะแนนความก้าวหน้าทางวิชาการ (Academic Progress Rate - APR) จากสูงสุดลงมา

คำถามที่พบบ่อย

โบวล์เกมส์ (Bowl Games) คืออะไร?

คือการแข่งขันฟุตบอลวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาช่วงหลังจบฤดูกาลปกติ (Post-season) เพื่อหาผู้ชนะในแต่ละรายการและในบางรายการเพื่อหาแชมป์ระดับชาติ

ทีมที่มีสถิติ 5-7 สามารถเข้าแข่งขันโบวล์เกมส์ได้หรือไม่?

ได้ ในกรณีที่จำนวนทีมที่มีสิทธิ์ตามเกณฑ์ปกติ (ชนะ 6 นัดขึ้นไป) มีไม่เพียงพอต่อจำนวนโควตาของโบวล์เกมส์ โดยจะพิจารณาจากคะแนน APR ของทีมนั้น ๆ

ระบบ CFP แตกต่างจากระบบ BCS อย่างไร?

CFP เป็นระบบทัวร์นาเมนต์ที่ชัดเจนขึ้น โดยเริ่มจาก 12 ทีมในปัจจุบัน เพื่อหาแชมป์ระดับชาติ ในขณะที่ BCS ใช้การจัดอันดับจากคอมพิวเตอร์และโพลล์เพื่อเลือกทีมเข้าสู่เกมชิงแชมป์

ทำไมผลการแข่งขันนัดชิงแชมป์คอนเฟอเรนซ์ถึงไม่ถูกนับรวมในเกณฑ์การมีสิทธิ์?

เพื่อป้องกันไม่ให้ทีมที่มีสถิติ 6-6 ซึ่งมีสิทธิ์เข้าแข่งขันอยู่แล้ว แต่ต้องมาแพ้ในนัดชิงแชมป์คอนเฟอเรนซ์จนกลายเป็น 6-7 และเสียสิทธิ์การเข้าแข่งขันโบวล์เกมส์