โบสถ์คอลเลจิเอตเซนต์แมรี แห่งวอริก
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1123 โดยโรเจอร์ เดอ โบมอนต์ เอิร์ลแห่งวอริกคนที่ 2
- เป็นโบสถ์ระดับ Grade I listed และมีสถานะเป็นโบสถ์คอลเลจิเอต (Collegiate Church)
- เคยถูกทำลายเกือบทั้งหมดจากเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ในเมืองวอริก ปี ค.ศ. 1693 และบูรณะเสร็จในปี ค.ศ. 1704
- เป็นที่ตั้งของโบสถ์น้อยโบแชมป์ (Beauchamp Chapel) ซึ่งเก็บรักษาอนุสาวรีย์รูปสลักของเอิร์ลแห่งวอริกหลายรุ่น
โบสถ์คอลเลจิเอตเซนต์แมรี (Collegiate Church of St Mary) เป็นโบสถ์ประจำเขตแพริชของศาสนจักรแห่งอังกฤษ (Church of England) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองวอริก (Warwick) ในมณฑลวอริกเชียร์ (Warwickshire) ประเทศอังกฤษ โดยตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของจัตุรัสตลาดเมืองวอริก โบสถ์แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอาคารอนุรักษ์ระดับ Grade I และเป็นสมาชิกของเครือข่ายโบสถ์สำคัญ (Major Churches Network)
โบสถ์แห่งนี้มีสถานะเป็น โบสถ์คอลเลจิเอต (Collegiate Church) เนื่องจากในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของวิทยาลัยนักบวช (College of secular canons) ซึ่งมีรูปแบบการบริหารจัดการและการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาคล้ายคลึงกับอาสนวิหาร (Cathedral) แม้ว่าจะไม่ใช่ที่ประทับของบิชอปและไม่มีหน้าที่รับผิดชอบในระดับสังฆมณฑลก็ตาม ทั้งนี้ ตำแหน่งบิชอปแห่งวอริก (Bishop of Warwick) ในปัจจุบันเป็นตำแหน่งทางปกครองที่ใช้โดยบิชอปผู้ช่วยของสังฆมณฑลโคเวนทรี (Diocese of Coventry)

ประวัติการก่อสร้างและพัฒนาการ
ยุคก่อตั้งและยุคกลาง
รากฐานของโบสถ์แห่งนี้ย้อนกลับไปกว่า 900 ปี โดยก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1123 โดยโรเจอร์ เดอ โบมอนต์ (Roger de Beaumont) เอิร์ลแห่งวอริกคนที่ 2 ซึ่งนอกจากจะสร้างโบสถ์แล้ว เขายังได้ก่อตั้งวิทยาลัยสำหรับคณบดีและนักบวชขึ้นด้วย ปัจจุบันส่วนเดียวของโบสถ์ยุคนอร์มันที่ยังคงหลงเหลืออยู่คือห้องใต้ดิน (Crypt)
ในช่วงศตวรรษที่ 14 โบสถ์ได้รับการบูรณะและขยายส่วนอย่างกว้างขวางโดย โทมัส เดอ โบแชมป์ (Thomas de Beauchamp) เอิร์ลแห่งวอริก ซึ่งสร้างห้องแต่งตัวของพระสงฆ์ (Chancel vestries) และห้องประชุม (Chapter house) ในรูปแบบสถาปัตยกรรมโกธิกแบบเพอร์เพนดิคูลาร์ (Perpendicular Gothic) ต่อมาในช่วงปี ค.ศ. 1370 ถึง 1394 ส่วนของ Chancel, Transept, Nave และทางเดินข้าง (Aisles) ได้ถูกสร้างขึ้นใหม่จนมีลักษณะเป็นอาคารแบบบาซิลิกาที่มีหลังคาไม้
นอกจากนี้ ทายาทของตระกูลโบแชมป์ยังได้สร้าง โบสถ์น้อยแห่งพระแม่มารี (Chapel of Our Lady) หรือที่รู้จักกันในชื่อ โบสถ์น้อยโบแชมป์ (Beauchamp Chapel) ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานอนุสาวรีย์รูปสลักของบุคคลสำคัญ ได้แก่ ริชาร์ด เดอ โบแชมป์ (เอิร์ลแห่งวอริกคนที่ 13), แอมโบรส ดัดลีย์ (เอิร์ลแห่งวอริกคนที่ 3) และโรเบิร์ต ดัดลีย์ (เอิร์ลแห่งเลสเตอร์คนที่ 1) นอกจากนี้ วิลเลียม พาร์ (William Parr) มาร์ควิสแห่งนอร์ทแธมป์ตันคนที่ 1 ซึ่งเป็นพี่ชายของพระราชินีแคทเธอรีน พาร์ ยังถูกฝังอยู่ที่ส่วน Chancel ของโบสถ์แห่งนี้ด้วย
การเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 16 และเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่
วิทยาลัยนักบวชถูกยุบลงในปี ค.ศ. 1546 และโบสถ์ถูกมอบให้แก่ชาวเมืองวอริกโดยพระมหากษัตริย์ ในช่วงสงครามกลางเมืองอังกฤษ กระจกสีจำนวนมากในโบสถ์น้อยโบแชมป์ถูกทำลาย แต่ก่อนหน้านั้น เวนเซสลาส ฮอลลาร์ (Wenceslaus Hollar) ได้คัดลอกลวดลายกระจกสีซึ่งแสดงตราประจำตระกูลโบแชมป์เอาไว้
ในปี ค.ศ. 1693 เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ในเมืองวอริก (Great Fire of Warwick) ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างหนักแก่โบสถ์ โดยส่วน Nave และหอคอยถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง โบสถ์ได้รับการบูรณะให้เสร็จสิ้นในปี ค.ศ. 1704 โดยวิลเลียม วิลสัน (William Wilson) ในรูปแบบโกธิก โดยมีหอคอยสูงถึง 130 ฟุต (ประมาณ 40 เมตร) แม้จะมีข้อสันนิษฐานว่า เซอร์ คริสโตเฟอร์ เรน (Sir Christopher Wren) มีส่วนร่วมในการออกแบบ แต่เรื่องนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักประวัติศาสตร์
การบูรณะในยุคปัจจุบัน
ตั้งแต่ต้นปี ค.ศ. 2023 โบสถ์ได้เข้าสู่กระบวนการซ่อมบำรุงครั้งใหญ่เพื่อการบูรณะ โดยมีงบประมาณ 1.4 ล้านปอนด์ หลังจากพบว่ามีชิ้นส่วนหินจากหอคอยของโบสถ์ร่วงหล่นลงมา โดยการบูรณะนี้มีกำหนดการแล้วเสร็จในช่วงปลายปี ค.ศ. 2023
ดนตรีและออร์แกน
โบสถ์เซนต์แมรีมีออร์แกนท่อ (Pipe Organ) สองเครื่อง คือ ออร์แกนส่วน Transept และออร์แกนทางทิศตะวันตก (West End Organ) โดยเครื่องทางทิศตะวันตกนั้นถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1980 แม้ว่าตัวเคสออร์แกนที่มีการตกแต่งด้วยสีทองจะดูเก่าแก่กว่าตัวเครื่องดนตรีเอง
คำถามที่พบบ่อย
โบสถ์คอลเลจิเอตเซนต์แมรีแตกต่างจากอาสนวิหารอย่างไร?
แม้จะมีรูปแบบการบริหารจัดการและพิธีกรรมคล้ายอาสนวิหาร แต่โบสถ์แห่งนี้ไม่ใช่ที่ประทับของบิชอป (Seat of a Bishop) และไม่มีหน้าที่รับผิดชอบในระดับสังฆมณฑล
ส่วนใดของโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุด?
ส่วนที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงหลงเหลืออยู่คือห้องใต้ดิน (Crypt) ซึ่งสร้างขึ้นในยุคนอร์มันตั้งแต่ปี ค.ศ. 1123
ใครเป็นผู้ออกแบบการบูรณะโบสถ์หลังเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่?
การบูรณะในปี ค.ศ. 1704 ดำเนินการโดยวิลเลียม วิลสัน (William Wilson) โดยมีข้อถกเถียงว่าเซอร์ คริสโตเฟอร์ เรน อาจมีส่วนร่วมในการออกแบบด้วย
โบสถ์น้อยโบแชมป์มีความสำคัญอย่างไร?
เป็นสถานที่ประดิษฐานอนุสาวรีย์รูปสลัก (Effigial monuments) ของบุคคลสำคัญในตระกูลโบแชมป์และเอิร์ลแห่งวอริก เช่น ริชาร์ด เดอ โบแชมป์ และโรเบิร์ต ดัดลีย์