← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ปืนผสม อาวุธล่าสัตว์แบบหลายลำกล้อง

สรุปใจความสำคัญ

  • ปืนผสมคืออาวุธที่รวมลำกล้องเกลียว (ไรเฟิล) และลำกล้องเรียบ (ลูกซอง) ไว้ในกระบอกเดียว
  • ใช้เพื่อความสะดวกในการล่าสัตว์หลากหลายชนิดโดยไม่ต้องพกปืนหลายกระบอก
  • รูปแบบที่พบบ่อยที่สุดคือระบบหักลำ (Break-action) และการจัดวางแบบบน-ล่าง หรือ ซ้าย-ขวา
  • ปืนสามลำกล้องเรียกว่า Drilling และปืนสี่ลำกล้องเรียกว่า Vierling

ปืนผสม (Combination gun) คืออาวุธปืนที่มีลักษณะเด่นคือการรวมเอาลำกล้องอย่างน้อยสองประเภทไว้ในกระบอกเดียว โดยทั่วไปจะประกอบด้วยลำกล้องเกลียว (Rifled barrel) สำหรับยิงกระสุนหัวแหลมเพื่อความแม่นยำในระยะไกล และลำกล้องเรียบ (Smoothbore barrel) สำหรับยิงลูกปราย (Shot) หรือลูกโดด (Slug) ของปืนลูกซอง เพื่อให้ผู้ใช้งานมีความยืดหยุ่นในการเลือกใช้ประเภทกระสุนให้เหมาะสมกับเป้าหมายในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน

ปืนประเภทนี้ส่วนใหญ่ใช้ระบบหักลำ (Break-action) เนื่องจากความสะดวกในการบรรจุกระสุนและการคัดปลอก โดยเฉพาะกระสุนแบบมีขอบ (Rimmed cartridges) ซึ่งสกัดออกได้ง่ายกว่ากระสุนแบบไม่มีขอบในปืนระบบหักลำ

ตัวอย่างปืนผสมแบบหลายลำกล้อง
ปืนผสมที่รวมลำกล้องหลายประเภทไว้ในโครงสร้างเดียว

การใช้งานและวัตถุประสงค์

ปืนผสมมีประวัติการใช้งานยาวนานในยุโรป ตะวันออกกลาง เอเชีย และแอฟริกา โดยถูกออกแบบมาเพื่อการล่าสัตว์เป็นหลัก ข้อได้เปรียบสำคัญคือการที่พรานล่าสัตว์สามารถพกพาอาวุธเพียงกระบอกเดียวแต่สามารถล่าสัตว์ได้หลากหลายชนิด ตั้งแต่สัตว์ปีกขนาดเล็กไปจนถึงสัตว์กีบขนาดใหญ่ เช่น กวาง โดยสามารถสลับการใช้งานลำกล้องให้เหมาะสมกับเป้าหมายได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ด้วยเหตุนี้ ปืนผสมจึงเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มผู้ดูแลพื้นที่ล่าสัตว์ (Gamekeepers) ที่ต้องการความคล่องตัวสูงในการปฏิบัติหน้าที่

กลไกการยิงและวิวัฒนาการ

ในยุคแรก ปืนผสมมีรูปแบบที่เรียกว่า Swivel guns ซึ่งใช้ชุดลำกล้องที่สามารถหมุนได้เพื่อให้ลำกล้องเกลียวหรือลำกล้องเรียบเคลื่อนมาตรงกับกลไกจุดระเบิดแบบหินเหล็กไฟ (Flintlock) ก่อนทำการยิง

ในปัจจุบัน ปืนผสมส่วนใหญ่มีลักษณะคล้ายกับปืนลูกซองแฝดหรือปืนไรเฟิลแฝด และใช้ระบบหักลำเกือบทั้งหมด โดยมีตัวเลือก (Selector) ให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะให้ลำกล้องใดทำงาน

  • Drillings (ปืนสามลำกล้อง): มักประกอบด้วยลำกล้องลูกซองสองลำกล้องและลำกล้องไรเฟิลหนึ่งลำกล้อง โดยทั่วไปจะมีไกปืนสองชุด โดยไกหนึ่งชุดจะทำหน้าที่ยิงลำกล้องลูกซอง และมีตัวเลือกสำหรับสลับไปยิงลำกล้องไรเฟิล
  • Vierlings (ปืนสี่ลำกล้อง): มีลำกล้องสี่ชุด และมีระบบตัวเลือกเพื่อสลับการใช้งานระหว่างลำกล้องลูกซองและไรเฟิล
  • Fünflings (ปืนห้าลำกล้อง): เป็นรูปแบบที่หายากยิ่งขึ้นซึ่งมีลำกล้องถึงห้าชุด
  • รูปแบบการจัดวางลำกล้อง

    ปืนผสมแบบมาตรฐาน (Combination Guns)

    มักเป็นการจัดวางแบบบน-ล่าง (Over-and-under) เช่น Savage Model 24 โดยทั่วไปจะวางลำกล้องเกลียวไว้ด้านบนและลำกล้องเรียบไว้ด้านล่าง การเล็งมักใช้ศูนย์เปิด (Iron sights) สำหรับไรเฟิล ส่วนปืนลูกซองจะใช้การเล็งแบบสัญชาตญาณ (Pointing) นอกจากนี้ยังมีรุ่นพิเศษ เช่น M6 Aircrew Survival Weapon ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปืนพับได้ที่รวมขนาด .22 Hornet หรือ .22 Long Rifle คู่กับขนาด .410

    ปืนผสมแบบบน-ล่าง
    การจัดวางลำกล้องแบบบน-ล่างช่วยให้การเล็งทำได้ง่ายขึ้น

    ปืนเคป (Cape Guns)

    ปืนเคปคือปืนผสมที่จัดวางลำกล้องแบบซ้าย-ขวา (Side-by-side) มีต้นกำเนิดจากยุโรปและเคยเป็นที่นิยมอย่างมากในแอฟริกาตอนใต้ เพื่อรับมือกับสัตว์ป่าที่หลากหลาย

    • เวอร์ชันอังกฤษ: มักใช้กระสุน .303 British และลำกล้องลูกซองขนาด 12 เกจ โดยวางลำกล้องเกลียวไว้ทางด้านซ้าย
    • เวอร์ชันเยอรมันและออสเตรีย: มักวางลำกล้องเกลียวไว้ทางด้านขวา และใช้ไกปืนชุดหน้าซึ่งมักเป็นไกเซต (Set trigger) เพื่อยิงลำกล้องเกลียว โดยนิยมใช้กระสุนขนาด 9.3×72mmR หรือ 9.3×74mmR คู่กับลูกซองขนาด 12 หรือ 16 เกจ

    ปืนดริลลิ่ง (Drillings)

    ปืนดริลลิ่ง (ภาษาเยอรมันแปลว่า "สาม") โดยปกติจะประกอบด้วยลำกล้องเรียบสองลำกล้องและลำกล้องเกลียวหนึ่งลำกล้อง

    ปืนดริลลิ่งแบบสามลำกล้อง
    ปืนดริลลิ่งที่ออกแบบมาเพื่อความอเนกประสงค์ในการล่าสัตว์
    รายละเอียดปืนดริลลิ่ง
    โครงสร้างภายในและระบบไกของปืนดริลลิ่ง

    เนื่องจากปืนเหล่านี้มักผลิตโดยช่างปืนรายย่อย รูปแบบจึงมีความหลากหลายตามความต้องการของลูกค้า รูปแบบที่พบบ่อยที่สุดคือปืนลูกซองแฝดแบบซ้าย-ขวา โดยมีลำกล้องไรเฟิลอยู่ตรงกลางด้านล่าง (เช่น M30 Luftwaffe Drilling) หรือวางลำกล้องไรเฟิลไว้ตรงกลางด้านบน

    รูปแบบที่หายากกว่าคือปืนที่มีลำกล้องเกลียวสองลำกล้องและลำกล้องเรียบหนึ่งลำกล้อง ซึ่งการผลิตทำได้ยากกว่าเนื่องจากต้องมีการปรับตั้งศูนย์ (Regulation) ของลำกล้องเกลียวให้ยิงเข้าจุดเดียวกันอย่างแม่นยำ ซึ่งต้องใช้ความประณีตมากกว่าการผลิตปืนลูกซอง

คำถามที่พบบ่อย

ปืนผสมแตกต่างจากปืนลูกซองแฝดอย่างไร?

ปืนลูกซองแฝดมีลำกล้องเรียบทั้งสองลำกล้อง แต่ปืนผสมจะมีลำกล้องอย่างน้อยหนึ่งลำกล้องที่เป็นลำกล้องเกลียว (ไรเฟิล) สำหรับยิงกระสุนหัวแหลม และอีกหนึ่งลำกล้องเป็นลำกล้องเรียบ (ลูกซอง) สำหรับยิงลูกปราย

Cape Gun คืออะไร?

Cape Gun คือปืนผสมที่จัดวางลำกล้องแบบซ้าย-ขวา (Side-by-side) ซึ่งเป็นที่นิยมในแอฟริกาตอนใต้สำหรับการล่าสัตว์ป่าขนาดใหญ่และขนาดเล็กในเวลาเดียวกัน

ทำไมปืนผสมส่วนใหญ่ถึงใช้ระบบหักลำ?

เพราะระบบหักลำช่วยให้บรรจุกระสุนและคัดปลอกกระสุนแบบมีขอบ (Rimmed cartridges) ซึ่งเป็นที่นิยมในปืนประเภทนี้ได้ง่ายและรวดเร็วกว่าระบบอื่น

Drilling คืออะไร?

ปืนดริลลิ่ง (Drilling) คือปืนผสมที่มีสามลำกล้อง โดยทั่วไปจะเป็นลำกล้องลูกซองสองลำกล้องและลำกล้องเกลียวหนึ่งลำกล้อง