วิเคราะห์เพลง Comment te dire adieu และประวัติการสร้างสรรค์
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นเพลงดัดแปลงจาก It Hurts to Say Goodbye ของ Arnold Goland และ Jack Gold
- Serge Gainsbourg เป็นผู้เขียนคำร้องภาษาฝรั่งเศส โดยใช้การสัมผัสคำว่า 'ex' เพื่อสื่อถึงอดีตคนรัก
- Françoise Hardy บันทึกเสียงเวอร์ชันภาษาฝรั่งเศสในปี 1968 และยังทำเวอร์ชันภาษาอิตาลีและเยอรมันด้วย
- Jimmy Somerville นำมาคัฟเวอร์ในสไตล์ House ในปี 1989 และประสบความสำเร็จในชาร์ตเพลง UK
Comment te dire adieu (แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า "How to Say Goodbye to You") เป็นเพลงภาษาฝรั่งเศสที่ดัดแปลงมาจากเพลงภาษาอังกฤษชื่อ "It Hurts to Say Goodbye" โดยเวอร์ชันที่โด่งดังที่สุดถูกบันทึกเสียงโดย Françoise Hardy ในปี 1968
ต้นกำเนิดและการดัดแปลง
เพลงต้นฉบับ "It Hurts to Say Goodbye" เขียนขึ้นโดย Arnold Goland ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการทำงานร่วมกับ Phil Spector และ Jacob "Jack" Gold (1921–1992) โปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลงชาวอเมริกัน
ในช่วงแรก เพลงนี้ถูกนำเสนอในรูปแบบเพลงบัลลาด (Ballad) เช่น เวอร์ชันของ Margaret Whiting ในปี 1966 และ Vera Lynn ในปี 1967 ซึ่งเวอร์ชันหลังนี้สามารถขึ้นถึงอันดับ 7 ในชาร์ต Adult Contemporary ของ Billboard นอกจากนี้ยังมีเวอร์ชันภาษาฝรั่งเศสยุคแรกที่ชื่อว่า "Avant de dire adieu" ร้องโดย Ginette Reno ในปี 1967 ซึ่งยังคงรูปแบบบัลลาดไว้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เริ่มมีการนำเสนอในรูปแบบที่เน้นจังหวะมากขึ้น (Beat-driven) ผ่านการบรรเลงดนตรีโดย Walter Wanderley นักดนตรีชาวบราซิลที่ใช้ Hammond organ และ Caravelli นักดนตรีชาวฝรั่งเศสที่เน้นการใช้เครื่องสาย
เวอร์ชันของ Françoise Hardy และการเขียนคำร้องโดย Serge Gainsbourg
Françoise Hardy ได้ยินเพลงนี้ในเวอร์ชันบรรเลงของอเมริกา และผู้จัดการของเธอได้ติดต่อ Serge Gainsbourg ให้มาเขียนคำร้องภาษาฝรั่งเศสเพื่อให้เหมาะสมกับทำนองเพลง ผลลัพธ์ที่ได้คือเพลง "Comment te dire adieu" ซึ่งมีการเรียบเรียงดนตรีที่ใกล้เคียงกับสไตล์ของ Caravelli และถูกบรรจุอยู่ในอัลบั้มปี 1968 ของ Hardy
จุดเด่นของเนื้อร้องภาษาฝรั่งเศสที่ Gainsbourg เขียน คือการใช้คำสัมผัสที่แปลกใหม่ โดยเฉพาะการใช้เสียงสัมผัส "ex" ซึ่งสอดคล้องกับเนื้อหาของเพลงที่พูดถึง "ex" หรืออดีตคนรัก
นอกจากเวอร์ชันภาษาฝรั่งเศสแล้ว Hardy ยังได้บันทึกเสียงเพลงนี้ในเวอร์ชันภาษาอิตาลี ("Il pretesto", 1968) และภาษาเยอรมัน ("Was mach' ich ohne dich", 1970) อีกด้วย
การนำกลับมาทำใหม่ในยุคหลัง
ในปี 1989 Jimmy Somerville อดีตนักร้องนำวง Bronski Beat และ The Communards ได้นำเพลงนี้มาคัฟเวอร์ในรูปแบบเพลงคู่กับ June Miles-Kingston ซึ่งกลายเป็นเพลงฮิตในสหราชอาณาจักร โดยขึ้นถึงอันดับ 14 ในชาร์ตซิงเกิลของ UK และช่วยส่งเสริมอาชีพการเป็นศิลปินเดี่ยวของ Somerville ให้ประสบความสำเร็จ โดยเวอร์ชันนี้ถูกวิจารณ์ว่าเป็นสไตล์ "House" ที่มีความสดใสและมีพลัง
รูปแบบการจำหน่ายและรายการเพลง
เพลงนี้ถูกวางจำหน่ายในหลายรูปแบบในช่วงปี 1968-1969 ทั้งในรูปแบบแผ่นซิงเกิล (SP) และแผ่น EP โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- French SP (1968): ด้าน A คือ "Comment te dire adieu" และด้าน B คือ "L'Anamour"
- English SP (1969): ด้าน A คือ "Comment te dire adieu" และด้าน B คือ "La Mer, les étoiles et le vent"
- French EP (1968): ประกอบด้วยเพลง "Comment te dire adieu", "Il vaut mieux une petite maison...", "Suzanne" และ "La Mer, les étoiles et le vent"
คำถามที่พบบ่อย
เพลง Comment te dire adieu ดัดแปลงมาจากเพลงอะไร?
ดัดแปลงมาจากเพลงภาษาอังกฤษชื่อ 'It Hurts to Say Goodbye' ซึ่งเขียนโดย Arnold Goland และ Jack Gold
ใครเป็นผู้เขียนเนื้อร้องภาษาฝรั่งเศสให้กับเพลงนี้?
Serge Gainsbourg เป็นผู้เขียนเนื้อร้องภาษาฝรั่งเศส โดยมีความโดดเด่นในการใช้คำสัมผัสเสียง 'ex'
Françoise Hardy ร้องเพลงนี้ในภาษาใดบ้าง?
เธอร้องเพลงนี้ในเวอร์ชันภาษาฝรั่งเศส, ภาษาอิตาลี (Il pretesto) และภาษาเยอรมัน (Was mach' ich ohne dich)
เวอร์ชันของ Jimmy Somerville มีความแตกต่างอย่างไร?
เวอร์ชันของ Somerville ในปี 1989 เป็นการร้องคู่กับ June Miles-Kingston ในสไตล์เพลง House ซึ่งมีความสดใสและมีจังหวะมากกว่าเวอร์ชันต้นฉบับ
เพลงนี้มีความสำคัญอย่างไรในเชิงศิลปะการเขียนเพลง?
เนื้อร้องที่เขียนโดย Serge Gainsbourg ได้รับการยอมรับในเรื่องการใช้คำสัมผัสที่แปลกใหม่และชาญฉลาด ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเขา