← กลับไปยังบทความทั้งหมด

พระราชบัญญัติการปรับปรุงตลาดฟิวเจอร์สสินค้าโภคภัณฑ์ ค.ศ. 2000 (CFMA)

สรุปใจความสำคัญ

  • CFMA ถูกลงนามโดยประธานาธิบดี Bill Clinton ในวันที่ 21 ธันวาคม 2000
  • การลดการกำกับดูแลอนุพันธ์ OTC เช่น Credit Default Swaps (CDS) ภายใต้ CFMA มีส่วนสำคัญในการก่อให้เกิดวิกฤตการเงินปี 2008
  • กฎหมาย Dodd-Frank Act ปี 2009 ถูกนำมาใช้เพื่อแก้ไขและกำกับดูแลตลาดอนุพันธ์ OTC ที่ CFMA เคยยกเว้นไว้

พระราชบัญญัติการปรับปรุงตลาดฟิวเจอร์สสินค้าโภคภัณฑ์ ค.ศ. 2000 (Commodity Futures Modernization Act หรือ CFMA) เป็นกฎหมายระดับสหรัฐฯ ที่มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงการกำกับดูแลตลาดการเงิน โดยเฉพาะในส่วนของตราสารอนุพันธ์นอกตลาดกลาง (Over-the-Counter หรือ OTC derivatives) ซึ่งส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อระบบเศรษฐกิจโลกในเวลาต่อมา

ตราประทับของสหรัฐอเมริกา
ตราประทับของสหรัฐอเมริกา (Great Seal of the United States)

ประวัติและการประกาศใช้

CFMA ถูกนำเสนอในสภาผู้แทนราษฎรโดย Tom Ewing (R–IL) เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ค.ศ. 2000 และได้รับการลงนามโดยประธานาธิบดี Bill Clinton เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2000 กฎหมายฉบับนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อสร้างความชัดเจนทางกฎหมายและรักษาความสามารถในการแข่งขันของสหรัฐฯ ในตลาดอนุพันธ์ OTC

สาระสำคัญและการลดการกำกับดูแล

หนึ่งในคุณลักษณะที่สำคัญที่สุดของ CFMA คือการ ลดการกำกับดูแล (Deregulation) ของตราสารอนุพันธ์ OTC เช่น Credit Default Swaps (CDS) โดยกฎหมายฉบับนี้ระบุว่าสัญญาเหล่านี้ได้รับการยกเว้นจากการกำกับดูแลของคณะกรรมการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC)

ผลกระทบและการวิพากษ์วิจารณ์

การตัดสินใจไม่กำกับดูแลอนุพันธ์ OTC ได้กลายเป็นประเด็นอื้อฉาวในเวลาต่อมา เนื่องจากตราสารเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการก่อให้เกิด วิกฤตการณ์ทางการเงินปี 2008 และภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ (Great Recession) โดยเฉพาะการที่บริษัทประกันภัยอย่าง American International Group (AIG) ต้องได้รับเงินช่วยเหลือฉุกเฉินจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) เนื่องจากความเสี่ยงจาก CDS

กรณีศึกษา ช่องโหว่ของ Enron

ในปี ค.ศ. 2001 การล่มสลายของบริษัท Enron ได้ดึงดูดความสนใจของสาธารณชนต่อการจัดการอนุพันธ์ด้านพลังงานภายใต้ CFMA ซึ่งถูกเรียกว่า "ช่องโหว่ของ Enron" (Enron Loophole) นำไปสู่การออกกฎหมาย "Close the Enron Loophole Act" ในปี 2008 เพื่อกำกับดูแลสิ่งอำนวยความสะดวกในการซื้อขายพลังงานให้เข้มงวดขึ้น

การแก้ไขและกฎหมายทดแทน

หลังจากวิกฤตปี 2008 รัฐบาลสหรัฐฯ ได้พยายามแก้ไข CFMA เพื่อให้มีการกำกับดูแลอนุพันธ์ OTC อย่างครอบคลุมมากขึ้น ข้อเสนอนี้ถูกนำไปรวมไว้ใน พระราชบัญญัติการปฏิรูปและคุ้มครองผู้บริโภค Wall Street (Dodd-Frank Wall Street Reform and Consumer Protection Act) ซึ่งผ่านสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ค.ศ. 2009 เพื่อปิดช่องโหว่และให้มีการกำกับดูแลตลาดอนุพันธ์อย่างเป็นระบบ

หัวข้อ รายละเอียด
วันที่ลงนาม 21 ธันวาคม 2000
ประธานาธิบดีผู้ลงนาม Bill Clinton
เป้าหมายหลัก ยกเว้นการกำกับดูแลอนุพันธ์ OTC
ผลลัพธ์ระยะยาว มีส่วนทำให้เกิดวิกฤตการเงิน 2008

สรุป

CFMA 2000 เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการลดการกำกับดูแลทางการเงินที่นำไปสู่ความเสี่ยงเชิงระบบ (Systemic Risk) ซึ่งในเวลาต่อมาได้เปลี่ยนมุมมองของกฎหมายการเงินโลกในการให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลความเสี่ยงมากกว่าการปล่อยให้ตลาดดำเนินไปโดยอิสระ

คำถามที่พบบ่อย

CFMA คืออะไร?

คือพระราชบัญญัติการปรับปรุงตลาดฟิวเจอร์สสินค้าโภคภัณฑ์ ค.ศ. 2000 ของสหรัฐฯ ที่ยกเว้นการกำกับดูแลตราสารอนุพันธ์นอกตลาดกลาง (OTC derivatives) จากการควบคุมของ CFTC และ SEC

ทำไม CFMA ถึงถูกวิพากษ์วิจารณ์?

เพราะการยกเว้นการกำกับดูแลทำให้เกิดความเสี่ยงเชิงระบบ โดยเฉพาะในตราสาร Credit Default Swaps (CDS) ซึ่งนำไปสู่การล่มสลายของสถาบันการเงินและวิกฤตการเงินปี 2008

อะไรคือ 'ช่องโหว่ของ Enron' (Enron Loophole)?

การที่ CFMA อนุญาตให้อนุพันธ์ด้านพลังงานบางประเภทไม่ต้องถูกกำกับดูแล ซึ่งบริษัท Enron ได้ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้ในการดำเนินกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงโดยไม่มีการตรวจสอบ