← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภค (Consumerization of IT)

สรุปใจความสำคัญ

  • Consumerization of IT คือการเปลี่ยนจุดเน้นการออกแบบเทคโนโลยีจากกลุ่มองค์กร (B2B) มาเป็นผู้บริโภครายย่อย
  • แนวโน้ม BYOD (Bring Your Own Device) เป็นผลลัพธ์โดยตรงจากการที่พนักงานนำอุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้ทำงาน
  • การเติบโตของ World Wide Web และบริการฟรีในยุค 90 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เทคโนโลยีผู้บริโภคเข้ามาแทนที่ระบบไอทีแบบดั้งเดิมขององค์กร
  • บริการ SaaS และ Cloud Computing ช่วยให้แผนกต่างๆ ในองค์กรสามารถจัดหาเครื่องมือไอทีได้เองโดยไม่ต้องผ่านแผนกไอทีส่วนกลาง

การเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภค หรือ Consumerization of Information Technology คือกระบวนการที่การออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการทางเทคโนโลยีเปลี่ยนจุดเน้นจากการมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าองค์กร (Business-to-Business หรือ B2B) และหน่วยงานรัฐบาล มาเป็นการมุ่งเน้นที่ผู้ใช้งานปลายทางในฐานะผู้บริโภครายย่อย (Individual Consumer) เป็นหลัก

ในอดีต เทคโนโลยีสารสนเทศส่วนใหญ่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในระดับองค์กรขนาดใหญ่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เทคโนโลยีเหล่านี้ได้ถูกปรับเปลี่ยนให้เข้าถึงง่ายขึ้น มีราคาถูกลง และตอบโจทย์การใช้งานส่วนบุคคล จนกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภครายย่อยกลายเป็นผู้กำหนดทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางไอทีในปัจจุบัน

รูปแบบของ Consumerization ในมิติต่างๆ

การเกิด Consumerization ของไอทีสามารถมองได้ในสองความหมายหลัก ดังนี้:

  • การเปลี่ยนทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์: คือการที่เทคโนโลยีซึ่งเริ่มต้นจากการใช้งานในระดับองค์กร ถูกนำมาพัฒนาต่อยอดเพื่อให้ผู้บริโภคทั่วไปสามารถเข้าถึงและใช้งานได้ เช่น เครื่องคิดเลข โทรศัพท์มือถือ และซอฟต์แวร์การจดจำตัวอักษร (Optical Character Recognition - OCR) ซึ่งเดิมใช้ในระบบธนาคารและไปรษณีย์ แต่ต่อมาได้กลายเป็นซอฟต์แวร์เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานส่วนบุคคล
  • การแพร่หลายของอุปกรณ์ส่วนตัวในที่ทำงาน: คือการที่พนักงานนำอุปกรณ์ไอทีที่ตนเองเป็นเจ้าของ (ซึ่งซื้อจากตลาดผู้บริโภค) มาใช้ในการทำงานระดับมืออาชีพ ซึ่งนำไปสู่แนวโน้มที่เรียกว่า Bring Your Own Device (BYOD) เช่น การใช้สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือแล็ปท็อปส่วนตัวในการเข้าถึงระบบงานของบริษัท

ประวัติและการพัฒนา

แม้ว่าแนวคิดการเปลี่ยนผ่านสู่ผู้บริโภคจะเกิดขึ้นในหลายอุตสาหกรรม (เช่น ตู้เย็นในยุค 1910-1950) แต่คำว่า Consumerization of IT เริ่มถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายโดย Douglas Neal และ John Taylor จาก Leading Edge Forum ในปี 2001 และมีการตีพิมพ์บทความวิชาการเกี่ยวกับเรื่องนี้ในปี 2004

จุดเริ่มต้นทางเทคโนโลยีเริ่มจากการพัฒนาไมโครโพรเซสเซอร์แบบ 8 บิตในช่วงต้นทศวรรษ 1970 และการกำเนิดของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) ในช่วงปลายทศวรรษ 1970 ถึงต้น 1980 แม้ว่าในช่วงแรก IBM PC จะประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาดธุรกิจ แต่การเติบโตของ World Wide Web ในช่วงกลางทศวรรษ 1990 ได้เปลี่ยนรูปแบบนี้ โดยการเกิดขึ้นของบริการฟรีที่สนับสนุนด้วยโฆษณา เช่น Hotmail และ Yahoo ทำให้ผู้บริโภคเริ่มเห็นว่าบริการไอทีที่ใช้งานผ่านเบราว์เซอร์สามารถเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพแทนที่ระบบคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมขององค์กรได้

ผลกระทบต่อภาคธุรกิจ

การเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภคส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการบริหารจัดการไอทีในองค์กร ดังนี้:

1. การปรับเปลี่ยนวิธีการจัดซื้อและจัดการ

ในอดีต แผนกไอทีส่วนกลางจะเป็นผู้ควบคุมและตัดสินใจเลือกซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ทั้งหมด แต่ปัจจุบันพนักงานและแผนกต่างๆ มีความสามารถในการพึ่งพาตนเองมากขึ้น โดยใช้บริการ Cloud-based และ Software-as-a-Service (SaaS) เพื่อตอบโจทย์การทำงาน เช่น การประชุมทางวิดีโอ การทำงานร่วมกันแบบดิจิทัล และการสำรองข้อมูล

2. กลยุทธ์ Bring Your Own Device (BYOD)

องค์กรจำนวนมากเริ่มยอมรับกลยุทธ์ BYOD โดยอนุญาตให้พนักงานเลือกใช้อุปกรณ์ที่ตนเองถนัด เช่น iPhone หรือ iPad ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าปัจจัยด้านความสวยงาม ความง่ายในการใช้งาน และความบันเทิง กลายเป็นมิติสำคัญที่ภาคธุรกิจไม่สามารถมองข้ามได้ในการเลือกใช้เทคโนโลยี

3. การพึ่งพาบริการของผู้บริโภค

ธุรกิจขนาดใหญ่ต้องพึ่งพาบริการที่ออกแบบมาเพื่อผู้บริโภครายย่อยในการดำเนินกลยุทธ์การตลาด เช่น การใช้ Google สำหรับการค้นหา, Facebook และ Twitter (X) สำหรับการสื่อสารและการสร้างแบรนด์ ซึ่งบริการเหล่านี้กลายเป็นส่วนประกอบสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจในปัจจุบัน

คำถามที่พบบ่อย

Consumerization of IT คืออะไร?

คือกระบวนการที่เทคโนโลยีสารสนเทศซึ่งเดิมถูกออกแบบมาเพื่อองค์กรหรือรัฐบาล ถูกนำมาปรับปรุงและออกแบบใหม่เพื่อให้ผู้บริโภครายย่อยสามารถเข้าถึงและใช้งานได้ รวมถึงการที่พนักงานนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ในบริบทของการทำงานในองค์กร

BYOD เกี่ยวข้องกับ Consumerization of IT อย่างไร?

BYOD หรือ Bring Your Own Device คือพฤติกรรมที่พนักงานนำอุปกรณ์ส่วนตัว เช่น สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต มาใช้ในการทำงาน ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการใช้งานอุปกรณ์ที่ตนเองคุ้นเคยและมีประสิทธิภาพสูง ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของเทคโนโลยีฝั่งผู้บริโภค

การเปลี่ยนผ่านนี้ส่งผลเสียต่อองค์กรอย่างไรบ้าง?

แม้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความพึงพอใจของพนักงาน แต่สร้างความท้าทายด้านความปลอดภัยของข้อมูล (Data Security) และการควบคุมมาตรฐานของซอฟต์แวร์ภายในองค์กร เนื่องจากอุปกรณ์ส่วนตัวอาจไม่มีระบบป้องกันที่เข้มงวดเท่าอุปกรณ์ของบริษัท

ตัวอย่างของเทคโนโลยีที่เกิด Consumerization คืออะไร?

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, ซอฟต์แวร์ OCR, และบริการ Cloud Storage เช่น Google Drive หรือ Dropbox ซึ่งเริ่มต้นจากความต้องการระดับสูงหรือระดับองค์กร แล้วกลายเป็นเครื่องมือที่ทุกคนเข้าถึงได้