← กลับไปยังบทความทั้งหมด

สรุปเหตุการณ์ไซเบอร์แอตแทค 2024 ของ Kadokawa และ Niconico

สรุปใจความสำคัญ

  • เหตุการณ์ไซเบอร์แอตแทคครั้งนี้ดำเนินการโดยกลุ่มแฮกเกอร์ BlackSuit ซึ่งเป็นกลุ่มที่เชื่อมโยงกับรัสเซีย
  • Kadokawa และ Niconico ต้องตัดการเชื่อมต่อทางกายภาพของเซิร์ฟเวอร์เพื่อหยุดยั้งการแพร่กระจายของมัลแวร์
  • มีการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลจำนวน 254,241 รายการ และบริษัทได้จ่ายค่าไถ่เป็นสกุลเงินดิจิทัลจำนวน 2.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2024 เว็บไซต์ทางการของ Kadokawa และแพลตฟอร์มแชร์วิดีโอชื่อดังของญี่ปุ่นอย่าง Niconico ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไซเบอร์แอตแทคด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) โดยกลุ่มแฮกเกอร์ชาวรัสเซียที่ชื่อว่า BlackSuit ซึ่งเป็นผู้ประกาศตัวว่าเป็นผู้ลงมือกระทำความผิดในครั้งนี้

ภูมิหลังและบริบท

Niconico คือแพลตฟอร์มแชร์วิดีโอที่เปิดตัวในปี 2006 ซึ่งมีเจ้าของคือ Dwango ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Kadokawa Corporation โดย Niconico ถือเป็นหนึ่งในเว็บไซต์ที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในญี่ปุ่น

ก่อนหน้าเหตุการณ์นี้เพียงไม่กี่วัน ในวันที่ 3 มิถุนายน 2024 Kadokawa Taiwan ได้รายงานว่าถูกโจมตีทางไซเบอร์และมีข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลบริษัทรั่วไหลออกไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการโจมตีทางไซเบอร์ที่เพิ่มสูงขึ้นในปี 2024

นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีและไซเบอร์ซีเคียวริตี้ โดยผลสำรวจจากสถาบันวิจัยพบว่าบริษัทในประเทศญี่ปุ่นถึง 90% ไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ ซึ่งนำไปสู่การที่นายกรัฐมนตรี ฟูมิโอะ คิชิดะ ต้องสั่งการให้รัฐมนตรีจัดทำร่างกฎหมายเพื่อเสริมสร้าง "active cyber defense" ของประเทศ

รายละเอียดการโจมตี

ปัญหาการเชื่อมต่อของบริการต่างๆ ในเครือ Kadokawa Group รวมถึง Niconico เริ่มถูกรายงานตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2024 เวลาประมาณ 03:30 น. (เวลาญี่ปุ่น) โดยทาง Dwango ได้ระงับการให้บริการของ Niconico ทั้งหมดเพื่อทำการบำรุงรักษาในเวลา 06:00 น.

ในวันที่ 9 มิถุนายน Kadokawa ได้แจ้งเหตุการณ์นี้ต่อตำรวจและผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ รวมถึงสำนักงานการเงินท้องถิ่นคันโต (Kanto Local Finance Bureau)

การตรวจสอบในวันที่ 14 มิถุนายน ยืนยันว่าสาเหตุเกิดจาก Ransomware โดยพบว่าแม้ทางบริษัทจะพยายามปิดระบบออนไลน์เพื่อหยุดยั้งการโจมตี แต่แฮกเกอร์กลับสั่งรีสตาร์ทเซิร์ฟเวอร์เพื่อแพร่กระจายมัลแวร์ต่อไป ทำให้ทาง Kadokawa ต้องตัดสินใจ ตัดการเชื่อมต่อทางกายภาพ (Physically Disconnected) ของสายไฟและสายสื่อสารของเซิร์ฟเวอร์เพื่อหยุดยั้งการโจมตี

ต่อมาในวันที่ 27 มิถุนายน กลุ่ม BlackSuit ได้เผยแพร่แถลงการณ์บน Dark Web โดยขู่ว่าจะเปิดเผยข้อมูลที่ขโมยไปกว่า 1.5 เทราไบต์ ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลพันธมิตรทางธุรกิจและข้อมูลผู้ใช้งาน หากไม่ได้รับค่าไถ่ภายในวันที่ 1 กรกฎาคม

ในวันที่ 10 กรกฎาคม Kadokawa ได้ออกคำเตือนว่าการเผยแพร่ข้อมูลที่รั่วไหลจะถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย และบริการของ Niconico และเว็บไซต์ทางการของ Kadokawa ได้กลับมาออนไลน์อีกครั้งในวันที่ 5 สิงหาคม

ผลกระทบที่เกิดขึ้น

  • ด้านการบริการ: Niconico ยกเลิกรายการที่กำหนดไว้ทั้งหมดจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม
  • ด้านการเงิน: ราคาหุ้นของ Kadokawa ลดลงกว่า 20% ภายในวันที่ 3 กรกฎาคม
  • ด้านการดำเนินงาน: ธุรกิจการพิมพ์และการผลิตถูกระงับชั่วคราว การจัดจำหน่ายอีบุ๊กเกิดความล่าช้า และร้านค้าออนไลน์ Kadokawa Umbrella ไม่สามารถรับหรือจัดส่งคำสั่งซื้อได้
  • ด้านการศึกษา: โรงเรียนมัธยมปลายทางไกล Kadokawa Dwango Educational Institute ได้รับผลกระทบ แต่สามารถกู้คืนระบบได้ในวันที่ 10 มิถุนายน

การสืบสวนและบทสรุป

หลังจากเหตุการณ์นี้ Niconico ได้นำมาตรการความปลอดภัยใหม่ๆ มาใช้และทำการสร้างระบบใหม่ทั้งหมด

การสืบสวนของ Kadokawa ในวันที่ 6 สิงหาคม พบว่าสาเหตุที่เป็นไปได้ของการโจมตีครั้งนี้คือ การโจมตีแบบฟิชชิ่ง (Phishing Attack) และยืนยันว่ามีข้อมูลของบุคคลจำนวน 254,241 คนรั่วไหล โดยในจำนวนนี้ 186,269 คนเป็นข้อมูลจากโรงเรียน Kadokawa Dwango Educational Institute

และในวันที่ 12 ธันวาคม 2024 กลุ่ม BlackSuit ได้ส่งอีเมลแจ้งผู้บริหารของ Kadokawa ว่าได้รับเงินค่าไถ่เป็นสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) มูลค่า 2.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว

คำถามที่พบบ่อย

กลุ่มแฮกเกอร์ใดเป็นผู้โจมตี Kadokawa และ Niconico?

กลุ่ม BlackSuit ซึ่งเป็นกลุ่มแฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับรัสเซียเป็นผู้ลงมือโจมตี

สาเหตุของการโจมตีครั้งนี้คืออะไร?

การสืบสวนพบว่าการโจมตีครั้งนี้อาจมีสาเหตุมาจากการโจมตีแบบฟิชชิ่ง (Phishing Attack)

มีข้อมูลใดบ้างที่รั่วไหลจากการโจมตีครั้งนี้?

มีข้อมูลของบุคคลจำนวน 254,241 คนรั่วไหลออกไป โดยส่วนใหญ่เป็นข้อมูลจากโรงเรียน Kadokawa Dwango Educational Institute