← กลับไปยังบทความทั้งหมด

วิกฤตการณ์ความมืด มหากาพย์การคืนชีพของพหุจักรวาล DC

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นเหตุการณ์ที่นำพหุจักรวาลอันไร้ขีดจำกัด (Infinite Multiverse) กลับคืนสู่จักรวาล DC
  • เขียนโดย Joshua Williamson และวาดโดย Daniel Sampere
  • เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างยุค Infinite Frontier และ Dawn of DC
  • มีศัตรูหลักคือ Great Darkness ซึ่งเป็นเอนทิตีบรรพกาลที่ต้องการทำลายทุกสรรพสิ่ง

Dark Crisis on Infinite Earths (หรือเดิมใช้ชื่อว่า Dark Crisis) เป็นเหตุการณ์สำคัญในหนังสือการ์ตูนของ DC Comics ที่ตีพิมพ์ในปี 2022 โดยเป็นผลงานการเขียนของ Joshua Williamson และวาดภาพโดย Daniel Sampere เรื่องราวนี้ประกอบด้วยมินิซีรีส์หลักจำนวน 7 ฉบับ พร้อมด้วยหนังสือเล่มเสริม (Tie-in) อีกหลายเล่ม

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงปลายของยุค Infinite Frontier และเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญที่นำไปสู่การเริ่มต้นของยุค Dawn of DC ในปี 2023 โดยจุดประสงค์หลักของเนื้อเรื่องคือการขยายขอบเขตของจักรวาล DC ให้กลับคืนสู่สภาวะ พหุจักรวาลอันไร้ขีดจำกัด (Infinite Multiverse) ซึ่งเคยถูกทำลายไปในการเหตุการณ์ Crisis on Infinite Earths เมื่อปี 1986

จุดเริ่มต้นและปมขัดแย้ง

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ Darkseid พยายามที่จะควบคุม Great Darkness (ความมืดมิดแห่งบรรพกาล) เพื่อใช้พลังในการทำลายล้างและครอบครอง Omniverse อย่างไรก็ตาม แผนการของเขาล้มเหลวเมื่อ Great Darkness กลับเป็นฝ่ายเข้าครอบงำ Darkseid และสร้างกองทัพความมืด (Dark Army) ซึ่งประกอบด้วยตัวร้ายระดับจักรวาล เช่น Doomsday, Nekron และ Eclipso

ในขณะเดียวกัน Barry Allen (The Flash) ได้หลงเข้าไปในซากปรักหักพังของ Multiverse-2 และถูก Pariah กักขังไว้ในมิติคู่ขนาน ทำให้ Justice League Incarnate ภายใต้การนำของ Calvin Ellis ต้องพยายามออกตามหาและช่วยเหลือ Flash จนนำไปสู่การเผชิญหน้ากับภัยคุกคามระดับพหุจักรวาล

การเผชิญหน้ากับ Great Darkness

Great Darkness คือเอนทิตีบรรพกาลที่มีเป้าหมายในการยุติทุกสรรพสิ่งในจักรวาล โดยในอดีตมันเคยใช้ Anti-Monitor เป็นตัวแทนในการทำสงครามกับ "แสงสว่าง" (The Light) ซึ่งนำไปสู่เหตุการณ์การล่มสลายของพหุจักรวาลในอดีต การกลับมาของมันในครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อฮีโร่ของ DC โดย Pariah ได้ใช้พลังของความมืดเข้าโจมตีโลกและพยายามลบตัวตนของ Justice League และ Justice League Incarnate ออกจากความคงอยู่

ผลลัพธ์และการเปลี่ยนแปลงของจักรวาล

บทสรุปของ Dark Crisis on Infinite Earths ไม่เพียงแต่เป็นการเอาชนะความมืดมิด แต่ยังส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของจักรวาล DC ครั้งใหญ่ โดยการนำพหุจักรวาลอันไร้ขีดจำกัดกลับคืนมาอีกครั้ง ทำให้เรื่องราวของตัวละครจากมิติต่างๆ สามารถกลับมามีบทบาทได้ และเป็นการปูทางไปสู่ทิศทางใหม่ของเนื้อเรื่องในยุค Dawn of DC

การตอบรับจากนักวิจารณ์

เหตุการณ์นี้ได้รับคำชมอย่างมากในด้านการเขียนของ Joshua Williamson ที่สามารถร้อยเรียงตัวละครจำนวนมากเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว รวมถึงงานภาพของ Daniel Sampere ที่ถ่ายทอดฉากแอ็คชันระดับจักรวาลได้อย่างทรงพลัง

คำถามที่พบบ่อย

Dark Crisis on Infinite Earths คืออะไร?

เป็นเหตุการณ์สำคัญ (Event) ในคอมิกส์ของ DC Comics ปี 2022 ที่เล่าเรื่องการต่อสู้กับ Great Darkness และการฟื้นฟูพหุจักรวาลอันไร้ขีดจำกัด

เหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับ Crisis on Infinite Earths อย่างไร?

เป็นภาคต่อโดยตรงในเชิงแนวคิด โดยในขณะที่ Crisis ปี 1986 ทำลายพหุจักรวาลให้เหลือจักรวาลเดียว แต่ Dark Crisis นำพหุจักรวาลอันไร้ขีดจำกัดกลับคืนมา

ใครคือตัวร้ายหลักของเรื่อง?

ตัวร้ายหลักคือ Great Darkness ซึ่งเป็นพลังงานความมืดบรรพกาลที่เข้าครอบงำแม้กระทั่ง Darkseid

ผลกระทบหลังจบเหตุการณ์นี้คืออะไร?

นำไปสู่การเริ่มต้นยุค Dawn of DC ในปี 2023 ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนทิศทางของตัวละครและเนื้อเรื่องหลายส่วน

Justice League Incarnate มีบทบาทอย่างไร?

เป็นทีมฮีโร่จากพหุจักรวาลที่พยายามช่วยเหลือ The Flash และต่อสู้กับภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อทุกมิติ