← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เดบรา แจ็กสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการพยาบาลและนักวิจัยระดับโลก

สรุปใจความสำคัญ

  • เดบรา แจ็กสัน เป็นศาสตราจารย์ด้านการพยาบาลที่มหาวิทยาลัยซิดนีย์และเป็นศาสตราจารย์กิตติคุณที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิดนีย์
  • เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของผู้ป่วย โดยเฉพาะการวิจัยเรื่องแผลกดทับและความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพในกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่ได้มีเชื้อสายคอเคเซียน
  • ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Officer of the Order of Australia (AO) ในปี 2019
  • ได้รับการจัดอันดับให้เป็นนักวิจัยด้านการพยาบาลชั้นนำของออสเตรเลียติดต่อกันหลายปี

เดบรา เอลิซาเบธ แจ็กสัน (Debra Elizabeth Jackson AO) เป็นนักวิชาการด้านการพยาบาลและศาสตราจารย์ชาวออสเตรเลีย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านการพยาบาลที่โรงเรียนการพยาบาลซูซาน วากิล (Susan Wakil School of Nursing) แห่งมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย นอกจากนี้เธอยังได้รับแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์กิตติคุณ (Professor Emerita) ในคณะสาธารณสุขของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิดนีย์ (University of Technology Sydney) เมื่อปี 2021

ในด้านวิชาการ แจ็กสันมีบทบาทสำคัญในการบริหารวารสารวิชาการระดับนานาชาติ โดยเคยดำรงตำแหน่งบรรณาธิการบริหารของวารสาร Journal of Clinical Nursing และปัจจุบันดำรงตำแหน่งบรรณาธิการบริหารของวารสาร Journal of Advanced Nursing

ประวัติการศึกษา

เดบรา แจ็กสัน เริ่มต้นเส้นทางวิชาชีพการพยาบาลที่โรงเรียนการพยาบาลของคณะกรรมการโรงพยาบาลโอ๊คแลนด์ (Auckland Hospital Board School of Nursing) ในประเทศนิวซีแลนด์ และสำเร็จการศึกษาจากสถาบันชั้นนำหลายแห่ง ดังนี้:

  • ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์สุขภาพ สาขาการพยาบาล จากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์น ครอส (Southern Cross University) ปี 1992
  • ปริญญาโทสาขาการพยาบาล จากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ (University of Sydney) ปี 1995
  • ปริญญาเอก (PhD) จากมหาวิทยาลัยฟลินเดอร์ส (Flinders University) ปี 2000
  • ผ่านการฝึกอบรมด้านความเป็นผู้นำระดับสูงจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (University of Oxford) ปี 2017

ประสบการณ์การทำงานและผลงานวิจัย

แจ็กสันมีประสบการณ์การทำงานในระดับนานาชาติ โดยเคยดำรงตำแหน่งสำคัญ เช่น ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการพยาบาล การผดุงครรภ์ และสหเวชศาสตร์แห่งออกซฟอร์ด (Oxford Institute for Nursing, Midwifery & Allied Health Research) ระหว่างปี 2015–2018 และเป็นศาสตราจารย์ด้านการพยาบาลที่มหาวิทยาลัยออกซฟรุกส์ (Oxford Brookes University) ในช่วงเวลาเดียวกัน

งานวิจัยของเธอเน้นหนักในเรื่อง ความยุติธรรมทางสังคมในระบบดูแลสุขภาพ และ ความปลอดภัยของผู้ป่วย โดยเฉพาะการป้องกันอันตรายที่ป้องกันได้ในผู้ป่วย ซึ่งประเด็นที่โดดเด่นที่สุดคือการศึกษาเรื่อง แผลกดทับ (Pressure Injuries) ในสภาพแวดล้อมของชุมชน

แจ็กสันได้สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำทางวัฒนธรรมในการประเมินสภาพผิวหนัง โดยชี้ให้เห็นว่าผู้ป่วยที่ไม่ได้มีเชื้อสายคอเคเซียน (Non-Caucasian) มีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายจากแผลกดทับสูงกว่า เนื่องจากความยากลำบากในการระบุความเสียหายของผิวหนังในระยะเริ่มต้น ซึ่งนำไปสู่การผลักดันให้เกิดความเท่าเทียมในการป้องกันและการตรวจพบแผลกดทับในกลุ่มประชากรที่หลากหลาย

รางวัลและเกียรติยศ

ด้วยผลงานที่โดดเด่น เดบรา แจ็กสัน ได้รับการยอมรับในระดับสากลผ่านรางวัลและตำแหน่งกิตติมศักดิ์มากมาย:

  • เครื่องราชอิสริยาภรณ์: ได้รับแต่งตั้งเป็น Officer of the Order of Australia (AO) ในปี 2019 สำหรับการบริการที่โดดเด่นต่อการศึกษาวิจัยและการปฏิบัติการพยาบาล
  • การยอมรับทางวิชาการ: ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของ Royal Society Te Apārangi ประเทศนิวซีแลนด์ ในปี 2020 และได้รับตำแหน่งกิตติมศักดิ์จาก Royal College of Nursing ในปี 2025
  • การจัดอันดับ: ได้รับการจัดอันดับให้เป็นนักวิจัยด้านการพยาบาลชั้นนำของออสเตรเลียโดยหนังสือพิมพ์ The Australian ติดต่อกันตั้งแต่ปี 2020 ถึง 2024 และได้รับการยกย่องเป็นผู้นำการวิจัยระดับโลก (Global Research Leader) ในสาขาของเธอในปี 2024 และ 2025
  • รางวัลศิษย์เก่า: ได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นจากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์น ครอส และมหาวิทยาลัยฟลินเดอร์ส

คำถามที่พบบ่อย

เดบรา แจ็กสัน เชี่ยวชาญด้านใดเป็นพิเศษ?

เธอเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของผู้ป่วย ความยุติธรรมทางสังคมในระบบสุขภาพ และการป้องกันแผลกดทับ โดยเฉพาะการศึกษาความแตกต่างในการตรวจพบแผลกดทับในผู้ป่วยที่มีสีผิวแตกต่างกัน

เดบรา แจ็กสัน ดำรงตำแหน่งบรรณาธิการวารสารใดบ้าง?

เธอเคยเป็นบรรณาธิการบริหารของ Journal of Clinical Nursing และปัจจุบันเป็นบรรณาธิการบริหารของ Journal of Advanced Nursing

รางวัลสูงสุดที่เธอได้รับในออสเตรเลียคืออะไร?

เธอได้รับแต่งตั้งเป็น Officer of the Order of Australia (AO) ในปี 2019 สำหรับผลงานด้านการศึกษาวิจัยและการปฏิบัติการพยาบาล

ผลงานวิจัยของเธอส่งผลกระทบต่อการพยาบาลอย่างไร?

งานวิจัยของเธอช่วยสร้างความตระหนักถึงความไม่เท่าเทียมในการระบุแผลกดทับในผู้ป่วยที่มีสีผิวเข้ม ซึ่งช่วยให้การพยาบาลมีความครอบคลุมและเท่าเทียมมากขึ้นสำหรับคนทุกเชื้อชาติ