ดีมส์ เทย์เลอร์ คีตกวีและนักวิจารณ์ดนตรีผู้ทรงอิทธิพลแห่งสหรัฐอเมริกา
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นคีตกวีชาวอเมริกันที่มีผลงานโอเปร่าที่ได้รับการแสดงใน Metropolitan Opera มากที่สุดคนหนึ่งในยุคของเขา
- รับหน้าที่เป็นพิธีกรและผู้บรรยายในภาพยนตร์แอนิเมชันคลาสสิกเรื่อง Fantasia (1940) ของวอลต์ ดิสนีย์
- ดำรงตำแหน่งนักวิจารณ์ดนตรีของ New York World และบรรณาธิการ Musical America
- มีสไตล์การประพันธ์เพลงแบบหลังโรแมนติก (post-Romantic) ที่เน้นความไพเราะและโครงสร้างที่ประณีต
ดีมส์ เทย์เลอร์ (Joseph Deems Taylor; 22 ธันวาคม 1885 – 3 กรกฎาคม 1966) เป็นคีตกวี นักวิจารณ์ดนตรี ผู้บรรยายทางวิทยุ และนักเขียนชาวอเมริกัน ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องจาก แนท เบนชลีย์ (Nat Benchley) ว่าเป็น "คณบดีแห่งดนตรีอเมริกัน" (the dean of American music) ด้วยบทบาทที่หลากหลายทั้งในฐานะผู้สร้างสรรค์ผลงานและผู้เผยแพร่ความรู้ด้านดนตรี เทย์เลอร์จึงเป็นบุคคลสำคัญในการเชื่อมโยงดนตรีคลาสสิกเข้ากับสาธารณชนในยุคศตวรรษที่ 20

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา
ดีมส์ เทย์เลอร์ เกิดที่นครนิวยอร์ก เป็นบุตรของ โจโจ และ แคทเธอรีน เทย์เลอร์ เขาเริ่มต้นการศึกษาที่โรงเรียนประถมศึกษา Ethical Culture และเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก (New York University)
ในด้านชีวิตส่วนตัว เทย์เลอร์ผ่านการสมรสสามครั้ง ครั้งแรกกับ เจน แอนเดอร์สัน (1910–1918) ครั้งที่สองกับ แมรี เคนเนดี นักแสดงและนักเขียน (1921–1934) ซึ่งมีบุตรสาวหนึ่งคนคือ โจน เคนเนดี เทย์เลอร์ และครั้งสุดท้ายกับ ลูซิล วัตสัน-ลิตเติล นักออกแบบเครื่องแต่งกาย (1945–1953) เทย์เลอร์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 1966 ด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (leukemia) ในวัย 80 ปี
เส้นทางอาชีพในฐานะคีตกวี
แม้ในช่วงแรกเทย์เลอร์จะวางแผนที่จะเป็นสถาปนิก แต่เขากลับหันมาสนใจการประพันธ์เพลงแม้จะได้รับการฝึกฝนทางดนตรีเพียงเล็กน้อย ผลงานในช่วงแรกที่สร้างชื่อเสียงให้เขาคือ คันตาตา The Chambered Nautilus (1916) และเพลงสำหรับวงออร์เคสตรา Through the Looking-Glass (1918) ซึ่งได้รับคำชื่นชมอย่างกว้างขวาง
ผลงานโอเปร่า
เทย์เลอร์ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการประพันธ์โอเปร่า โดยมีผลงานที่โดดเด่นดังนี้:
- The King's Henchman: ผลงานที่สร้างชื่อเสียงอย่างมาก โดยมีบทลิเบรตโตโดย เอดนา เซนต์ วินเซนต์ มิลเลย์ (Edna St. Vincent Millay)
- Peter Ibbetson: ประพันธ์ขึ้นในปี 1929
- Ramuntcho: ดัดแปลงจากนวนิยายของ ปิแอร์ โลตี (Pierre Loti) เปิดแสดงรอบปฐมทัศน์โดยบริษัท Philadelphia Opera Company เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 1942
ผลงานของเขาได้รับการยอมรับอย่างมากในระยะแรก โดยเฉพาะ The King's Henchman และ Peter Ibbetson ซึ่งมีการแสดงที่ Metropolitan Opera มากกว่าโอเปร่าของคีตกวีชาวอเมริกันคนอื่นๆ ในยุคนั้น อย่างไรก็ตาม สไตล์ดนตรีของเขาถูกจัดอยู่ในกลุ่มหลังโรแมนติก (post-Romantic) ซึ่งเน้นความไพเราะและรูปแบบทางวิชาการ แต่ขาดความล้ำสมัย ทำให้ผลงานของเขาเริ่มถูกลืมเลือนไปหลังจากยุคสมัยเปลี่ยนผ่าน
บทบาทนักวิจารณ์และผู้บรรยายดนตรี
นอกจากการประพันธ์เพลง เทย์เลอร์ยังเป็นผู้ส่งเสริมดนตรีคลาสสิกผ่านงานเขียนและการบรรยาย เขาเคยดำรงตำแหน่งนักวิจารณ์ดนตรีของหนังสือพิมพ์ New York World ตั้งแต่ปี 1921 และเป็นบรรณาธิการของนิตยสาร Musical America ระหว่างปี 1927 ถึง 1929
การทำงานในสื่อวิทยุและภาพยนตร์
เทย์เลอร์มีบทบาทสำคัญในฐานะผู้บรรยาย (Commentator) โดยเฉพาะการเป็นผู้บรรยายช่วงพักการแสดงของวง New York Philharmonic และบทบาทที่โดดเด่นที่สุดคือการเป็น พิธีกร (Master of Ceremonies) ในภาพยนตร์เรื่อง Fantasia (1940) ของวอลต์ ดิสนีย์ ซึ่งเขามีส่วนสำคัญในการคัดเลือกบทเพลงที่จะนำมาใช้ในภาพยนตร์ รวมถึงเพลง Sacre du Printemps ที่เป็นที่ถกเถียงในขณะนั้น
นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้บรรยายในคอนเสิร์ตชุด "Carousel of American Music" และให้คำบรรยายทางเทคนิคในการบันทึกเสียงเพลง 1812 Overture ของไชคอฟสกี โดยวง Minneapolis Symphony Orchestra ภายใต้การนำของ อันทัล โดราตี (Antal Dorati) ซึ่งเป็นการบันทึกเสียงที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในยุค 1950
คำถามที่พบบ่อย
ดีมส์ เทย์เลอร์ มีชื่อเสียงโดดเด่นในด้านใดมากที่สุด?
เขามีชื่อเสียงในสองด้านหลัก คือการเป็นคีตกวีผู้ประพันธ์โอเปร่าที่ประสบความสำเร็จใน Metropolitan Opera และการเป็นผู้บรรยายดนตรีคลาสสิกที่ช่วยให้สาธารณชนเข้าถึงดนตรีได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในภาพยนตร์ Fantasia ของดิสนีย์
ผลงานโอเปร่าที่สำคัญของเขาคือเรื่องอะไร?
ผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือ The King's Henchman, Peter Ibbetson และ Ramuntcho
บทบาทของเขาในภาพยนตร์ Fantasia คืออะไร?
เขาทำหน้าที่เป็นพิธีกร (Master of Ceremonies) ผู้บรรยายเชื่อมโยงบทเพลงต่างๆ และมีส่วนร่วมในการคัดเลือกบทเพลงที่นำมาใช้ในภาพยนตร์


