← กลับไปยังบทความทั้งหมด

กรมการประปาและระบายน้ำดีทรอยต์

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นหน่วยงานสาธารณูปโภคที่ดูแลระบบน้ำดื่มและระบายน้ำเสียในเมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน
  • มีการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ในปี 2016 โดยแยกการบริหารจัดการสินทรัพย์หลักไปให้ Great Lakes Water Authority (GLWA)
  • เคยเผชิญวิกฤตการณ์ตัดน้ำผู้ใช้บริการจำนวนมากในปี 2014 เนื่องจากปัญหาหนี้สินค้างชำระ
  • ดูแลระบบท่อส่งน้ำและท่อระบายน้ำรวมระยะทางเกือบ 6,000 ไมล์ภายในเขตเมือง

กรมการประปาและระบายน้ำดีทรอยต์ (Detroit Water and Sewerage Department หรือ DWSD) เป็นหน่วยงานสาธารณูปโภคของรัฐที่รับผิดชอบในการจัดหาน้ำดื่มและจัดการระบบระบายน้ำเสียภายในเขตเมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา โดยในอดีต DWSD เคยเป็นเจ้าของสินทรัพย์และให้บริการครอบคลุมถึง 126 ชุมชนใน 7 เคาน์ตี้ ซึ่งทำให้เป็นหนึ่งในระบบประปาและระบายน้ำที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา

อาคารสำนักงานของกรมการประปาและระบายน้ำดีทรอยต์
อาคารสำนักงานของกรมการประปาและระบายน้ำดีทรอยต์

โครงสร้างและการดำเนินงานในปัจจุบัน

ปัจจุบัน DWSD มุ่งเน้นการให้บริการแก่ลูกค้าภายในเขตเมืองดีทรอยต์โดยเฉพาะ ข้อมูล ณ ปี 2025 ระบุว่าหน่วยงานดูแลบัญชีผู้ใช้บริการมากกว่า 230,000 บัญชี ซึ่งประกอบด้วยครัวเรือนประมาณ 175,000 แห่ง และธุรกิจหรือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอีก 30,000 แห่ง โดยให้บริการน้ำประปาแก่ผู้อยู่อาศัยประมาณ 630,000 คน

ระบบโครงสร้างพื้นฐานของ DWSD ประกอบด้วย:

  • ระบบจ่ายน้ำ: ท่อเมนส่งน้ำระยะทางรวมกว่า 2,700 ไมล์ และหัวรับน้ำดับเพลิงประมาณ 29,000 จุด
  • ระบบระบายน้ำเสีย: ท่อระบายน้ำระยะทางเกือบ 3,000 ไมล์ และบ่อพักน้ำ (catch basins) มากกว่า 90,000 แห่ง

ประวัติและการเปลี่ยนแปลง

การให้บริการน้ำประปาของเมืองดีทรอยต์มีรากฐานย้อนกลับไปถึงปี 1836 เมื่อเมืองเริ่มจัดระบบการจัดหาน้ำสาธารณะอย่างเป็นทางการ ในช่วงหลายทศวรรษต่อมา หน่วยงานนี้ถูกเรียกว่า กรมการจัดหาน้ำ (Department of Water Supply - DWS) จนกระทั่งในปี 1973 ภายใต้กฎบัตรเมืองฉบับปรับปรุง หน่วยงานได้รับการปรับโครงสร้างและเปลี่ยนชื่อเป็น กรมการประปาและระบายน้ำดีทรอยต์ (DWSD)

สำนักงานใหญ่ของหน่วยงานตั้งอยู่ที่อาคาร Water Board Building เลขที่ 735 ถนน Randolph ซึ่งเป็นอาคารประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1920 และกลายเป็นศูนย์กลางการบริหารงานหลักในช่วงทศวรรษ 1990

การดำเนินงานในอดีต

ในปี 2000 DWSD ให้บริการลูกค้าประมาณ 4 ล้านคนในดีทรอยต์และพื้นที่ปริมณฑล โดยใช้โรงบำบัดน้ำ 5 แห่ง ได้แก่ Waterworks Park, Springwells, Northeast, Southwest และ Lake Huron ซึ่งรับน้ำดิบจากแม่น้ำดีทรอยต์และทะเลสาบฮูรอน โดยใช้กระบวนการบำบัดน้ำแบบมาตรฐาน ได้แก่ การเติมคลอรีนล่วงหน้า, การผสมเร็ว, การสร้างตะกอน, การตกตะกอน, การกรอง และการฆ่าเชื้อด้วยคลอรีน

การปรับโครงสร้างครั้งใหญ่และวิกฤตการณ์

ในช่วงกลางปี 2014 DWSD ประสบปัญหาหนี้สินจำนวนมากและมีบัญชีค้างชำระสูง จนนำไปสู่การหารือเรื่องการแปรรูปเป็นเอกชน (Privatization) ต่อมาเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2016 ภายใต้เงื่อนไขการล้มละลายของเทศบาลเมืองดีทรอยต์ ได้มีการจัดตั้ง หน่วยงานบริหารจัดการน้ำเกรตเลกส์ (Great Lakes Water Authority - GLWA) เพื่อเข้ามาดูแลสินทรัพย์หลัก โดยมีการทำสัญญาเช่ากับเมืองดีทรอยต์เป็นระยะเวลา 40 ปี พร้อมค่าเช่ารายปี 50 ล้านดอลลาร์

การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ DWSD ถูกแบ่งส่วนการทำงาน (Bifurcated) โดยเปลี่ยนบทบาทมาเน้นการให้บริการแก่ลูกค้าภายในเขตเมืองดีทรอยต์เท่านั้น ในขณะที่การบริหารจัดการระบบส่งน้ำหลักถูกโอนย้ายไปยัง GLWA

วิกฤตการตัดน้ำ (2014)

ในปี 2014 ดีทรอยต์เผชิญกับวิกฤตการณ์น้ำอย่างรุนแรง โดย DWSD ประกาศว่ามีหนี้ค้างชำระถึง 118 ล้านดอลลาร์ และเริ่มดำเนินการตัดน้ำผู้ใช้บริการกว่า 150,000 ราย ซึ่งส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนกว่า 20,000 หลังในระยะแรก เหตุการณ์นี้ก่อให้เกิดการประท้วงอย่างกว้างขวางและการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานในการเข้าถึงน้ำสะอาด

เพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันทางสังคม ในเดือนกรกฎาคม 2014 เมืองดีทรอยต์ได้ประกาศชะลอการตัดน้ำและจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือจำนวน 1 ล้านดอลลาร์สำหรับลูกค้าที่ไม่สามารถชำระค่าน้ำได้

คำถามที่พบบ่อย

DWSD คืออะไร?

DWSD หรือ กรมการประปาและระบายน้ำดีทรอยต์ เป็นหน่วยงานสาธารณูปโภคของรัฐที่รับผิดชอบการจัดหาน้ำดื่มและการจัดการน้ำเสียภายในเขตเมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน

ความแตกต่างระหว่าง DWSD และ GLWA คืออะไร?

ตั้งแต่ปี 2016 DWSD เน้นการให้บริการลูกค้าภายในเขตเมืองดีทรอยต์เท่านั้น ในขณะที่ GLWA (Great Lakes Water Authority) เป็นหน่วยงานที่ดูแลระบบส่งน้ำและบำบัดน้ำเสียในระดับภูมิภาค

วิกฤตการตัดน้ำในปี 2014 เกิดจากอะไร?

เกิดจากปัญหาหนี้สินค้างชำระจำนวนมากของผู้อยู่อาศัย ซึ่งทำให้ DWSD มีหนี้ค้างชำระถึง 118 ล้านดอลลาร์ นำไปสู่การการตัดน้ำประปาของบ้านเรือนจำนวนมาก