Dignity in Dying องค์กรขับเคลื่อนสิทธิการเลือกวาระสุดท้ายของชีวิตในสหราชอาณาจักร
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งขึ้นในปี 1935 ในชื่อ The Voluntary Euthanasia Legalisation Society
- รณรงค์เพื่อให้ผู้ป่วยระยะสุดท้ายมีทางเลือกในการตายอย่างสงบภายใต้กฎหมายที่เข้มงวด
- อ้างอิงผลสำรวจปี 2010 ว่าประชาชนสหราชอาณาจักรส่วนใหญ่ (82%) สนับสนุนการให้แพทย์ช่วยยุติชีวิตผู้ป่วยที่รักษาไม่หายตามคำขอ
Dignity in Dying (เดิมชื่อ The Voluntary Euthanasia Legalisation Society) เป็นองค์กรรณรงค์ระดับประเทศในสหราชอาณาจักรที่มุ่งเน้นการสร้างทางเลือกและการควบคุมให้กับบุคคลในการตัดสินใจเกี่ยวกับวาระสุดท้ายของชีวิต เพื่อลดความทุกข์ทรมานในช่วงท้ายของชีวิต โดยองค์กรนี้ดำเนินงานอย่างเป็นอิสระจากพรรคการเมือง ศาสนา หรือกลุ่มผลประโยชน์อื่น ๆ และได้รับเงินทุนจากการบริจาคโดยสมัครใจจากสาธารณชน
เป้าหมายและการรณรงค์
เป้าหมายหลักของ Dignity in Dying คือการรณรงค์เพื่อให้ผู้ใหญ่ที่ป่วยด้วยโรคที่รักษาไม่หายและอยู่ในระยะสุดท้ายของชีวิต มีทางเลือกในการจากไปอย่างสงบและปราศจากความเจ็บปวด (Assisted Death) ภายใต้การควบคุมของกฎหมายที่เข้มงวด โดยองค์กรเชื่อว่าการเข้าถึงบริการทางการแพทย์และการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) ที่ครอบคลุม ควบคู่ไปกับทางเลือกในการให้แพทย์ช่วยให้เสียชีวิต จะนำไปสู่แนวทางการดูแลวาระสุดท้ายของชีวิตที่มีความเมตตามากขึ้น
ในการขับเคลื่อนสังคม องค์กรได้อ้างอิงข้อมูลจากการสำรวจทัศนคติทางสังคมของอังกฤษ (British Social Attitudes survey) ปี 2010 ซึ่งระบุว่า ประชาชนถึง 82% เห็นด้วยว่าแพทย์ควรได้รับอนุญาตให้ยุติชีวิตของผู้ป่วยที่ทุกข์ทรมานจากโรคที่รักษาไม่หายตามคำขอของผู้ป่วยเอง โดยในกลุ่มผู้ที่มีความเชื่อทางศาสนา 71% และผู้ที่ไม่มีความเชื่อทางศาสนา 92% ให้การสนับสนุนแนวคิดนี้
ประวัติความเป็นมา
จุดเริ่มต้นและการก่อตั้ง
แนวคิดการทำให้การการุณยฆาตเป็นเรื่องถูกกฎหมายในสหราชอาณาจักรเริ่มเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางหลังจาก ดร. ชาร์ลส์ คิลลิก มิลลาร์ด (Dr. Charles Killick Millard) เจ้าหน้าที่สาธารณสุขแห่งเมืองเลสเตอร์ ได้กล่าวสุนทรพจน์ในปี 1931 สนับสนุนการทำให้การการุณยฆาตโดยสมัครใจเป็นเรื่องถูกกฎหมาย เพื่อเปลี่ยนการตายที่เชื่องช้าและเจ็บปวดให้เป็นการตายที่รวดเร็วและปราศจากความทุกข์ทรมาน
ต่อมาในเดือนธันวาคม 1935 ได้มีการก่อตั้ง The Voluntary Euthanasia Legalisation Society (VELS) ขึ้น โดยการประชุมครั้งแรกจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ของสมาคมการแพทย์อังกฤษ (British Medical Association - BMA) แม้ว่า BMA จะไม่ได้สนับสนุนเป้าหมายของสมาคมก็ตาม
ในช่วงแรก VELS ไม่ได้มุ่งเน้นการสร้างมวลชน แต่เน้นการสร้างเครือข่ายของผู้มีอิทธิพลทางความคิดและบุคคลชั้นนำในสังคมเพื่อผลักดันนโยบายในระดับสูง โดยได้รับการสนับสนุนจากนักเขียน นักปฏิรูป และบุคคลสำคัญ เช่น H. G. Wells, George Bernard Shaw และ Eleanor Rathbone สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ความพยายามทางกฎหมายในยุคแรก
ความพยายามครั้งแรกในการผลักดันกฎหมายการการุณยฆาตในอังกฤษเกิดขึ้นในปี 1936 ผ่านร่างกฎหมาย Voluntary Euthanasia (Legalisation) Bill 1936 ซึ่งนำเสนอต่อสภาขุนนาง (House of Lords) โดย Arthur Ponsonby อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายนี้ไม่ได้รับการสนับสนุนจากสมาคมการแพทย์อังกฤษ และรัฐบาลในขณะนั้นมองว่าเป็นเรื่องของมโนธรรมส่วนบุคคลมากกว่าที่จะเป็นการแทรกแซงโดยรัฐ
การดำเนินงานร่วมกับเครือข่าย
นอกจากการรณรงค์ทางกฎหมายแล้ว Dignity in Dying ยังทำงานร่วมกับองค์กรการกุศลพันธมิตรอย่าง Compassion in Dying เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นวาระสุดท้ายของชีวิต และให้บริการจัดทำเอกสารแสดงเจตจำนงล่วงหน้า (Advance Decisions) เพื่อให้มั่นใจว่าความปรารถนาของผู้ป่วยจะได้รับการเคารพเมื่อพวกเขาไม่สามารถสื่อสารได้อีกต่อไป
คำถามที่พบบ่อย
Dignity in Dying คือองค์กรประเภทใด?
เป็นองค์กรรณรงค์ระดับประเทศในสหราชอาณาจักรที่ขับเคลื่อนเพื่อให้การการุณยฆาตโดยสมัครใจเป็นเรื่องถูกกฎหมาย เพื่อให้ผู้ป่วยระยะสุดท้ายมีทางเลือกในการจากไปอย่างมีศักดิ์ศรี
เป้าหมายหลักขององค์กรคืออะไร?
เพื่อให้ผู้ใหญ่ที่ป่วยด้วยโรคที่รักษาไม่หายมีทางเลือกในการตายอย่างปราศจากความเจ็บปวด ภายใต้การกำกับดูแลของกฎหมายที่เข้มงวด และส่งเสริมการเข้าถึงการดูแลแบบประคับประคองที่มีคุณภาพ
Dignity in Dying แตกต่างจาก Compassion in Dying อย่างไร?
Dignity in Dying เน้นการรณรงค์เพื่อเปลี่ยนแปลงกฎหมายและนโยบาย ส่วน Compassion in Dying เป็นองค์กรการกุศลที่เน้นการให้ข้อมูลและช่วยจัดทำเอกสารแสดงเจตจำนงล่วงหน้าเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลในวาระสุดท้าย
