เหตุระเบิดที่ดนีโปรเปตรอฟสค์ ปี 2012 การโจมตีที่สร้างความตื่นตระหนก
สรุปใจความสำคัญ
- เหตุระเบิดเกิดขึ้นวันที่ 27 เมษายน 2012 ในเมืองดนีโปรเปตรอฟสค์ ประเทศยูเครน
- ระเบิดแสวงเครื่อง 4 ลูกถูกวางไว้ในถังขยะใกล้สถานีรถราง 4 แห่ง
- มีผู้บาดเจ็บรวม 26 คน โดยมีเด็กและวัยรุ่นรวมอยู่ด้วย
- เหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนการแข่งขัน UEFA Euro 2012 เพียง 40 วัน ทำให้เกิดความกังวลด้านความปลอดภัยระดับโลก
เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2012 เกิดเหตุระเบิดต่อเนื่องกันหลายครั้งในเมืองดนีโปรเปตรอฟสค์ (ปัจจุบันคือเมืองดนีโปร) ประเทศยูเครน โดยระเบิดถูกจุดชนวนระหว่างเวลา 11:50 น. ถึง 13:00 น. ใกล้กับสถานีรถราง 4 แห่ง ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก แม้ว่าแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุจะไม่ได้รับการเปิดเผยสู่สาธารณะอย่างชัดเจนในตอนแรก แต่เหตุการณ์นี้ได้สร้างความกังวลด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง
ภูมิหลังและความกังวลก่อนการแข่งขันยูโร 2012
ในขณะนั้น ยูเครนไม่ค่อยประสบกับปัญหาการก่อการร้ายทางการเมือง แต่เคยมีเหตุระเบิดที่เกี่ยวข้องกับการกรรโชกทรัพย์ในเชิงอาชญากรรม เช่น เหตุการณ์ในเมืองมาคีฟกาเมื่อเดือนมกราคม 2011 ซึ่งผู้ก่อเหตุถูกจับกุมและรับโทษจำคุกในเวลาต่อมา
เหตุระเบิดที่ดนีโปรเปตรอฟสค์เกิดขึ้นเพียง 40 วันก่อนการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ UEFA Euro 2012 ซึ่งจัดขึ้นในโปแลนด์และยูเครน เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดความกังวลว่าความปลอดภัยของการแข่งขันจะได้รับผลกระทบ แม้ว่าเมืองดนีโปรเปตรอฟสค์จะไม่ได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันแมตช์ใดเลยก็ตาม อย่างไรก็ตาม UEFA ยืนยันว่าจะไม่มีการย้ายสถานที่จัดการแข่งขันเนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย
Hryhoriy Surkis ประธานสหพันธ์ฟุตบอลยูเครน เชื่อว่าการระเบิดครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อ "ทำลายการแข่งขันในยูเครนและทำให้ประเทศเสื่อมเสียในสายตาของประชาคมโลก" ขณะที่นายกรัฐมนตรีโดนัลด์ ทัสก์ ของโปแลนด์ในขณะนั้นได้เน้นย้ำว่าเรื่องความปลอดภัยของการแข่งขันต้องได้รับการจัดการอย่างจริงจังที่สุด
ลำดับเหตุการณ์การโจมตี
ในวันที่ 27 เมษายน เริ่มตั้งแต่เวลา 11:50 น. ระเบิดแสวงเครื่อง 4 ลูกถูกจุดชนวนในจุดต่างๆ ของเมืองดนีโปรเปตรอฟสค์ โดยระเบิดทั้งหมดถูกวางไว้ในถังขยะใกล้กับสถานีรถรางในสายเดียวกัน ดังนี้:
- ระเบิดลูกแรก: ระเบิดเวลา 11:50 น. บริเวณป้ายรถรางใกล้โรงละครโอเปร่าและบัลเล่ต์ดนีโปร ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 13 คน และทำให้กระจกของรถรางและรถยนต์ใกล้เคียงแตกกระจาย
- ระเบิดลูกที่สอง: ระเบิดหลังจากนั้น 30 นาที บริเวณใกล้โรงภาพยนตร์ Rodina ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 11 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเด็กถึง 9 คน
- ระเบิดลูกที่สาม: ระเบิดหลังจากลูกที่สองไม่นาน บริเวณจัตุรัส Ostrovsky ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 3 คน
- ระเบิดลูกที่สี่: ระเบิดที่สถานีรถรางแห่งเดียวกับลูกแรก แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
หลังการระเบิด เกิดความโกลาหลในเมือง ประชาชนหลายคนไม่กล้าออกจากสำนักงาน และนักเรียนยังคงอยู่ในโรงเรียนเนื่องจากมีข่าวลือว่าจะมีระเบิดลูกอื่นๆ ตามมา นอกจากนี้ สัญญาณอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ขัดข้องเป็นเวลาหลายชั่วโมง และเครือข่ายโทรศัพท์เกิดการติดขัดอย่างหนัก ซึ่งทางการยูเครนได้ทำการตัดสัญญาณในบางพื้นที่เพื่อป้องกันการจุดชนวนระเบิดผ่านโทรศัพท์มือถือ
ผู้ประสบภัยและการสืบสวน
กระทรวงฉุกเฉินของยูเครนรายงานว่ามีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 26 คน โดยในจำนวนนี้มีวัยรุ่น 9 คน และมีผู้ป่วย 3 รายที่มีอาการสาหัส
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยระบุว่า ลักษณะของบาดแผลชี้ให้เห็นว่าระเบิดไม่มีชิ้นส่วนสังหาร (shrapnel) แต่การบาดเจ็บเกิดจากเศษซากของถังขยะและสิ่งของรอบข้างที่กระเด็นใส่
การดำเนินคดีและข้อโต้แย้ง
ประธานาธิบดีวิกเตอร์ ยานูโควิช ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนเหตุการณ์นี้ โดยมีการจับกุมผู้ต้องสงสัยหลายราย ในเดือนพฤษภาคม 2012 ตำรวจได้จับกุมชาย 4 คนในเมืองดนีโปรเปตรอฟสค์ ซึ่งอัยการระบุว่าพวกเขาไม่พอใจระบอบการเมืองและสังคมของยูเครน และต้องการสร้างความวุ่นวายเพื่อขัดขวางการจัดงานยูโร 2012
อย่างไรก็ตาม คดีนี้มีความซับซ้อน เมื่อจำเลยบางราย เช่น Dmytro Reva และ Lev Prosvirnin ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหา และมีการร้องเรียนไปยังศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป (ECHR) เกี่ยวกับการกักขังโดยไม่มีหลักฐาน ในที่สุด ศาลได้ยกฟ้องและปล่อยตัวพวกเขาในวันที่ 11 มีนาคม 2014
คำถามที่พบบ่อย
เหตุระเบิดที่ดนีโปรเปตรอฟสค์ปี 2012 เกิดขึ้นที่ไหน?
เกิดขึ้นในเมืองดนีโปรเปตรอฟสค์ (ปัจจุบันคือเมืองดนีโปร) ประเทศยูเครน โดยระเบิดถูกวางไว้ในถังขยะใกล้สถานีรถราง 4 แห่งในสายเดียวกัน
มีผู้บาดเจ็บกี่คนจากเหตุการณ์นี้?
มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 26 คน โดยในจำนวนนี้มีเด็กและวัยรุ่นหลายราย
จุดประสงค์ของการโจมตีครั้งนี้คืออะไร?
ทางการยูเครนเชื่อว่าผู้ก่อเหตุต้องการสร้างความวุ่นวายและขัดขวางการจัดงานฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป (Euro 2012) ที่ยูเครนเป็นเจ้าภาพร่วมกับโปแลนด์