สถานแสดงโลมาและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในน้ำ
สรุปใจความสำคัญ
- สถานแสดงโลมาเชิงพาณิชย์แห่งแรกของโลกเปิดในปี ค.ศ. 1938 ที่ Marine Studios รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา
- โลมาปากขวดเป็นสายพันธุ์ที่นิยมนำมาเลี้ยงในสถานแสดงโลมามากที่สุดเนื่องจากฝึกง่ายและมีอายุขัยยืนยาว
- มีการออกกฎหมายคุ้มครองสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลในปี 1972 ของสหรัฐฯ ซึ่งนำไปสู่การการปิดตัวของสถานแสดงโลมาในหลายประเทศ
สถานแสดงโลมา (Dolphinarium) คือสถานที่จัดแสดงและเลี้ยงโลมา ซึ่งโดยปกติจะจัดอยู่ในรูปแบบของสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ หรือในบางกรณีอาจเป็นคอกกั้นในทะเลเปิดเพื่อวัตถุประสงค์ในการวิจัยหรือการแสดงต่อสาธารณะ สถานแสดงโลมาอาจมีลักษณะเป็นสระเดี่ยวสำหรับการแสดงโดยเฉพาะ หรือเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่ เช่น สวนสัตว์น้ำ (Aquarium) สวนสัตว์ หรือสวนสนุกธีมพาร์คที่มีการจัดแสดงสัตว์น้ำและสิ่งดึงดูดใจอื่น ๆ ร่วมด้วย

ประวัติและการพัฒนา
แม้ว่ามีการกักขังสัตว์ตระกูลวาฬและโลมา (Cetaceans) มาตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1860 เช่นที่ Boston Aquarial Gardens ในปี 1859 และการจัดแสดงวาฬเบลูกาที่ Barnum's American Museum ในนิวยอร์ก แต่สถานแสดงโลมาเชิงพาณิชย์แห่งแรกเปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1938 ที่ Marine Studios ในเมืองเซนต์ออกัสติน รัฐฟลอริดา ซึ่งเป็นสถานที่แรกที่มีการค้นพบว่าโลมาสามารถฝึกให้แสดงท่าทางต่าง ๆ ได้
ความนิยมของสถานแสดงโลมาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษ 1960 โดยเฉพาะหลังจากภาพยนตร์และซีรีส์เรื่อง Flipper ในปี 1963 ซึ่งกระตุ้นให้สวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทั่วโลกหันมาเลี้ยงโลมาเพื่อความบันเทิงมากขึ้น ในช่วงแรกนี้ การขยายตัวของธุรกิจเป็นไปอย่างรวดเร็วเนื่องจากยังขาดกฎหมายควบคุมและมาตรฐานด้านสวัสดิภาพสัตว์ที่ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา ความตระหนักเรื่องสวัสดิภาพสัตว์เพิ่มสูงขึ้น นำไปสู่การออกกฎหมายที่เข้มงวดขึ้น เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลปี 1972 (Marine Mammal Protection Act) ของสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้สถานแสดงโลมาหลายแห่งต้องปิดตัวลง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือในสหราชอาณาจักร ซึ่งเคยมีสถานแสดงโลมาและโชว์โลมาสัญจรอย่างน้อย 36 แห่งในช่วงต้นทศวรรษ 1970 แต่แห่งสุดท้ายได้ปิดตัวลงในปี ค.ศ. 1993 ส่วนในฮังการีปิดตัวลงในปี 1992 และประเทศชิลีกับคอสตาริกาได้สั่งห้ามการกักขังสัตว์ตระกูลวาฬและโลมาในปี 2005
การออกแบบและมาตรฐานการเลี้ยง
การจัดการน้ำในสระเลี้ยงโลมาจำเป็นต้องมีการกรองน้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อความสะอาด และต้องควบคุมอุณหภูมิรวมถึงองค์ประกอบของน้ำให้ใกล้เคียงกับสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติของโลมา

มาตรฐานขนาดสระน้ำมีความแตกต่างกันไปตามกฎหมายของแต่ละประเทศ โดยสมาคมสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในน้ำแห่งยุโรป (European Association for Aquatic Mammals - EAAM) ได้ให้คำแนะนำสำหรับสระที่เลี้ยงโลมา 5 ตัวว่า ควรมีพื้นที่ผิว 275 ตารางเมตร และเพิ่มอีก 75 ตารางเมตรต่อสัตว์หนึ่งตัวที่เพิ่มขึ้น โดยต้องมีความลึกอย่างน้อย 3.5 เมตร และมีปริมาตรน้ำรวมอย่างน้อย 1,000 ลูกบาศก์เมตร (และเพิ่มอีก 200 ลูกบาศก์เมตรต่อสัตว์หนึ่งตัวที่เพิ่มขึ้น)

สัตว์ที่นำมาจัดแสดง
สายพันธุ์ที่นิยม
สายพันธุ์ที่พบมากที่สุดในสถานแสดงโลมาคือ โลมาปากขวด (Bottlenose dolphin) เนื่องจากฝึกง่าย มีอายุขัยยืนยาวเมื่ออยู่ในที่กักขัง และมีลักษณะที่ดูเป็นมิตร นอกจากนี้ยังมีการเลี้ยงสัตว์ชนิดอื่น เช่น โลมาลายจุด, วาฬเทา, วาฬเพชฌฆาต (Orcas), วาฬนำร่อง (Pilot whales) และวาฬเบลูกา
วาฬเพชฌฆาตเป็นที่รู้จักอย่างมากจากการแสดงโชว์ แต่มีจำนวนน้อยกว่าโลมาปากขวดอย่างมาก โดยข้อมูลในปี 2012 ระบุว่ามีวาฬเพชฌฆาตถูกกักขังในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเพียง 44 ตัว ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในสวนสนุก SeaWorld ของสหรัฐอเมริกา

ข้อถกเถียงด้านจริยธรรม
แม้ว่ามาตรฐานการดูแลจะพัฒนาขึ้นในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา แต่กลุ่มสิทธิสัตว์ยังคงมองว่าการกักขังโลมาและวาฬเป็นรูปแบบหนึ่งของการทารุณกรรมสัตว์ เนื่องจากสัตว์เหล่านี้เป็นสัตว์สังคมที่มีสติปัญญาสูงและต้องการพื้นที่กว้างขวางในการเคลื่อนที่ ซึ่งสระน้ำจำลองไม่สามารถตอบสนองความต้องการทางธรรมชาติได้


คำถามที่พบบ่อย
สถานแสดงโลมาคืออะไร?
คือสถานที่ที่เลี้ยงและจัดแสดงโลมาในสระน้ำหรือคอกกั้นในทะเล เพื่อวัตถุประสงค์ในการวิจัย การศึกษา หรือความบันเทิง
ทำไมโลมาปากขวดถึงเป็นที่นิยมในสถานแสดงโลมา?
เพราะเป็นสายพันธุ์ที่ฝึกฝนได้ง่าย มีอายุขัยที่ยาวนานเมื่ออยู่ในที่กักขัง และมีลักษณะภายนอกที่ดูเป็นมิตรต่อมนุษย์
ทำไมกลุ่มสิทธิสัตว์ถึงคัดค้านการมีสถานแสดงโลมา?
เพราะมองว่าการกักขังสัตว์ที่มีสติปัญญาสูงและต้องการพื้นที่กว้างขวางอย่างโลมาในสระน้ำจำลองเป็นการทารุณกรรมสัตว์และไม่ตอบสนองต่อสัญชาตญาณธรรมชาติ
ปัจจุบันสถานแสดงโลมายังคงมีอยู่หรือไม่?
ปัจจุบันยังคงมีอยู่ในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา รวมถึงในยุโรปบางแห่ง แม้ว่าจะมีกฎหมายควบคุมที่เข้มงวดขึ้นก็ตาม
