← กลับไปยังบทความทั้งหมด

มหาวิทยาลัยโดชิชา สถาบันการศึกษาเอกชนชั้นนำแห่งเกียวโต

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1875 โดยนิจิมะ โจ เพื่อส่งเสริมการศึกษาแบบคริสเตียน
  • เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยเอกชนที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นและเป็นสมาชิกกลุ่ม Kan-Kan-Do-Ritsu
  • มีวิทยาเขตหลัก 2 แห่งคือ อิมะเดงาวะ และ เคียวทานาเบะ ในจังหวัดเกียวโต
  • อาคารสำคัญในวิทยาเขตอิมะเดงาวะหลายแห่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่น

มหาวิทยาลัยโดชิชา (ภาษาญี่ปุ่น: 同志社大学; โรมาจิ: Dōshisha daigaku) หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า โดได (Dōdai) เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ในเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1875 ทำให้เป็นหนึ่งในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ปัจจุบันมีนักศึกษาประมาณ 30,000 คน กระจายตัวอยู่ในวิทยาเขตต่างๆ ในเกียวโต

มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มมหาวิทยาลัย "Global 30" ของญี่ปุ่น และเป็นสมาชิกของกลุ่ม "Kan-Kan-Dō-Ritsu" ซึ่งเป็นการรวมตัวของมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำ 4 แห่งในภูมิภาคคันไซ ได้แก่ มหาวิทยาลัยคันไซ, มหาวิทยาลัยควันเซกากุอิน, มหาวิทยาลัยริทสึเมคัน และมหาวิทยาลัยโดชิชา

ทัศนียภาพของมหาวิทยาลัยโดชิชา
บรรยากาศโดยรวมของมหาวิทยาลัยโดชิชาในเมืองเกียวโต

ประวัติการก่อตั้งและการพัฒนา

มหาวิทยาลัยโดชิชาเริ่มต้นจากการเป็นโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษโดชิชา (Doshisha English School) ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1875 โดย นิจิมะ โจ (Niijima Jō หรือ Joseph Hardy Neesima) นักการศึกษาชาวโปรเตสแตนต์ ผู้มีความมุ่งมั่นที่จะนำการศึกษาแบบคริสเตียนมาสู่ประเทศญี่ปุ่น

นิจิมะ โจ ได้เดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1864 แม้ว่าในขณะนั้นรัฐบาลญี่ปุ่นจะมีคำสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศก็ตาม เขาได้เข้าศึกษาที่ Phillips Academy และ Amherst College ก่อนจะเดินทางกลับมายังญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1874 และก่อตั้งโรงเรียนโดชิชาในปีถัดมา โดยนิจิมะดำรงตำแหน่งอธิการบดีตั้งแต่ปี ค.ศ. 1875 จนถึงปี ค.ศ. 1890

อาคารประวัติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยโดชิชา
อาคารเรียนเก่าแก่ที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์การก่อตั้งสถาบัน

ในปี ค.ศ. 1920 สถาบันได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยอย่างเต็มตัว โดยยึดถือรูปแบบวิชาการตามขนบของอังกฤษและอเมริกา ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง มหาวิทยาลัยถูกบีบให้ปรับเปลี่ยนหลักสูตรโดยตัดเนื้อหาที่โน้มเอียงไปทางตะวันตกออกและเปลี่ยนชื่ออาคารเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่หลังจากญี่ปุ่นยอมแพ้สงคราม สถาบันได้กลับมาใช้ระบบการศึกษาแบบเดิมอีกครั้ง และเริ่มเปิดหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาในปี ค.ศ. 1953

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับ Amherst College ในสหรัฐอเมริกา และตั้งแต่ปี ค.ศ. 1972 ได้ร่วมมือกับกลุ่มวิทยาลัยศิลปศาสตร์ (Liberal Arts Colleges) ของอเมริกาในการจัดโครงการ Associated Kyoto Program ซึ่งเป็นโครงการแลกเปลี่ยนระยะเวลา 8 เดือนสำหรับนักศึกษาชาวอเมริกัน

หลักสูตรและการเรียนการสอน

มหาวิทยาลัยโดชิชามีหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาที่ครอบคลุมหลากหลายสาขาวิชา ได้แก่:

  • เทววิทยา (Theology)
  • อักษรศาสตร์ (Letters)
  • จิตวิทยา (Psychology)
  • บริหารธุรกิจ (Business)
  • การศึกษาระดับโลก (Global Studies)
  • นิติศาสตร์ (Law)
  • เศรษฐศาสตร์ (Economics)
  • พาณิชยศาสตร์ (Commerce)
  • นโยบายและการจัดการ (Policy and Management)
  • วิทยาศาสตร์วัฒนธรรมและสารสนเทศ (Culture and Information Science)
  • วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ (Science and Engineering)
  • วิทยาศาสตร์การแพทย์และชีวภาพ (Life and Medical Sciences)
  • วิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ (Health and Sports Science)
  • สังคมศาสตร์ (Social Studies)

ในด้านทรัพยากรการเรียนรู้ ห้องสมุดในวิทยาเขตอิมะเดงาวะและเคียวทานาเบะมีหนังสือและเอกสารรวมกันมากกว่า 2.5 ล้านเล่ม

วิทยาเขตของมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยโดชิชามีวิทยาเขตหลัก 2 แห่ง และวิทยาเขตเสริมอีก 1 แห่งในจังหวัดเกียวโต:

1. วิทยาเขตอิมะเดงาวะ (Imadegawa Campus)

เป็นวิทยาเขตหลักตั้งอยู่ใจกลางเมืองเกียวโต บนพื้นที่ซึ่งเคยเป็นที่พำนักของแคว้นซัตสึมะ วิทยาเขตนี้ตั้งอยู่ติดกับวัดโชโกกุจิและมองเห็นพระราชวังเกียวโต อาคาร 5 หลังในวิทยาเขตนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่น รวมถึงโบสถ์โดชิชา (Doshisha Chapel) และหอประชุมคลาร์ก (Clark Memorial Hall)

โบสถ์โดชิชา
โบสถ์โดชิชา (Doshisha Chapel) สถาปัตยกรรมอันโดดเด่นในวิทยาเขตอิมะเดงาวะ
หอประชุมคลาร์ก
หอประชุมคลาร์ก (Clark Memorial Hall) หนึ่งในอาคารสำคัญทางประวัติศาสตร์

วิทยาเขตนี้เป็นที่ตั้งของคณะศิลปศาสตร์, บริหารธุรกิจ, เทววิทยา และนิติศาสตร์ โดยในปี ค.ศ. 2012 ได้มีการเปิดตัว Ryoshinkan ซึ่งเป็นพื้นที่การเรียนรู้ร่วมกันขนาดใหญ่กว่า 40,000 ตารางเมตร และมีการเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟใต้ดินอิมะเดงาวะโดยตรง

2. วิทยาเขตเคียวทานาเบะ (Kyotanabe Campus)

เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1986 ตั้งอยู่ในเมืองเคียวทานาเบะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเมืองวิทยาศาสตร์คันไซ (Kansai Science City) มีพื้นที่กว่า 195 เอเคอร์ และเป็นศูนย์กลางของคณะวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์

ห้องสมุด Learned Memorial Library
ห้องสมุด Learned Memorial Library ในวิทยาเขตเคียวทานาเบะ
อาคาร Mukokukan
อาคาร Mukokukan ในวิทยาเขตเคียวทานาเบะ

3. วิทยาเขตคาราสุมะ (Karasuma Campus)

ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2012 ตั้งอยู่ห่างจากวิทยาเขตอิมะเดงาวะประมาณ 300 เมตร เป็นที่ตั้งของสถาบันการศึกษานานาชาติ, บัณฑิตวิทยาลัยการศึกษาระดับโลก และคณะการศึกษาระดับโลกและภูมิภาค

ชีวิตนักศึกษาและกิจกรรม

มหาวิทยาลัยโดชิชามีชมรมและองค์กรนักศึกษากว่า 400 แห่ง โดยมีเทศกาลสำคัญ เช่น งาน Doshisha Eve, เทศกาลเคียวทานาเบะ และงานกีฬาสี

ในด้านกีฬา มหาวิทยาลัยเป็นสมาชิกของ Kansai Big Six Baseball League โดยทีมเบสบอลของโดชิชามีการแข่งขันที่ดุเดือดกับมหาวิทยาลัยริทสึเมคัน นอกจากนี้ ทีมรักบี้ยังมีประวัติศาสตร์อันยาวนานและเคยคว้าแชมป์ระดับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ 4 สมัยในช่วงปี ค.ศ. 1980-1984 และทีมบาสเกตบอลชายก็มีชื่อเสียงในการเข้าร่วมการแข่งขันชิงแชมป์ระดับมหาวิทยาลัยของญี่ปุ่นอย่างสม่ำเสมอ

คำถามที่พบบ่อย

มหาวิทยาลัยโดชิชาตั้งอยู่ที่ไหน?

มหาวิทยาลัยโดชิชาตั้งอยู่ในเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น โดยมีวิทยาเขตหลักอยู่ที่อิมะเดงาวะ (ใจกลางเมือง) และเคียวทานาเบะ (ทางตอนใต้ของเกียวโต)

ใครเป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยโดชิชา?

มหาวิทยาลัยโดชิชาได้รับการก่อตั้งโดย นิจิมะ โจ (Niijima Jō) นักการศึกษาชาวโปรเตสแตนต์ในปี ค.ศ. 1875

กลุ่ม Kan-Kan-Do-Ritsu คืออะไร?

Kan-Kan-Do-Ritsu คือกลุ่มมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำ 4 แห่งในภูมิภาคคันไซ ได้แก่ มหาวิทยาลัยคันไซ, มหาวิทยาลัยควันเซกากุอิน, มหาวิทยาลัยริทสึเมคัน และมหาวิทยาลัยโดชิชา

มหาวิทยาลัยโดชิชาโดดเด่นในด้านใด?

มหาวิทยาลัยโดชิชาโดดเด่นทั้งในด้านศิลปศาสตร์, นิติศาสตร์, เทววิทยา และวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ รวมถึงมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับสถาบันการศึกษาในสหรัฐอเมริกา