← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ประวัติ Dowlais Ironworks ยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมเหล็กในเวลส์

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1759 และปิดตัวลงในปี ค.ศ. 1987
  • เคยเป็นผู้ผลิตเหล็กกล้าที่ใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักรในช่วงศตวรรษที่ 19
  • เป็นธุรกิจแรกที่ได้รับใบอนุญาตใช้กระบวนการเบสเซมเมอร์ (Bessemer process) ในปี ค.ศ. 1865
  • ผลิตเหล็กสำหรับรางรถไฟสาย Stockton and Darlington ซึ่งเป็นรถไฟโดยสารสายแรกของโลก

Dowlais Ironworks เป็นโรงงานถลุงเหล็กและโรงงานผลิตเหล็กกล้าขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่ Dowlais ใกล้กับ Merthyr Tydfil ในตะวันออกเฉียงใต้ของเวลส์ ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 18 และดำเนินกิจการจนถึงปลายศตวรรษที่ 20 โดยในช่วงหนึ่งของศตวรรษที่ 19 ที่นี่เคยเป็นผู้ผลิตเหล็กกล้าที่ใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร

ภาพทิวทัศน์ของ Dowlais Ironworks
ทัศนียภาพของ Dowlais Ironworks ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเหล็กที่สำคัญในเวลส์

จุดเริ่มต้นและการก่อตั้ง (ค.ศ. 1759–1807)

โรงงานแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 19 กันยายน ค.ศ. 1759 โดยการร่วมทุนของหุ้นส่วน 9 ราย ด้วยเงินทุนเริ่มต้น 4,000 ปอนด์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเตาถลุงเหล็กสำหรับการเปลี่ยนแร่เหล็กให้เป็นเหล็กดิบ (pig iron) ในเขต Merthyr Tidvil

ความสำเร็จในช่วงแรกเกิดจากการผสมผสานทรัพยากร โดย Thomas Lewis นำระบบสัญญาเช่าที่ดินที่อนุญาตให้ขุดแร่เหล็ก ถ่านหิน และหินปูน ในขณะที่ Isaac Wilkinson นำเครื่องเป่าลมสำหรับเตาถลุงที่เขาจดสิทธิบัตรมาใช้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกการบริหารจัดการยังไม่ลงตัว จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1767 John Guest ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการโรงงาน ซึ่งนำไปสู่การขยายตัวและการเติบโตอย่างรวดเร็ว

ยุคทองภายใต้การนำของ John Josiah Guest (ค.ศ. 1807–1852)

หลังจาก Thomas Guest เสียชีวิตในปี ค.ศ. 1807 ลูกชายของเขาคือ John Josiah Guest ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้จัดการและเจ้าของหลัก เขาได้นำวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรม จนทำให้ Dowlais Ironworks ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสถานประกอบการทางอุตสาหกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

ผลงานที่โดดเด่นในยุคนี้คือการผลิตเหล็กสำหรับรางรถไฟของ Stockton and Darlington Railway ซึ่งเป็นรถไฟโดยสารสายแรกของโลกในปี ค.ศ. 1821 รวมถึงการส่งออกเหล็กไปยังต่างประเทศ เช่น เยอรมนีและรัสเซีย ในปี ค.ศ. 1845 โรงงานแห่งนี้ถึงจุดสูงสุดโดยมีเตาถลุงเหล็ก 18 เตา จ้างงานพนักงานถึง 7,300 คน และผลิตเหล็กได้ถึง 88,400 ตันต่อปี

การปรับโครงสร้างและนวัตกรรม (ค.ศ. 1852–1899)

โครงสร้างโรงงาน Dowlais Ironworks
ภาพแสดงโครงสร้างและเครื่องจักรในยุคการปรับปรุงโรงงาน

หลังการเสียชีวิตของ John Josiah Guest ในปี ค.ศ. 1852 การควบคุมตกไปอยู่ที่ G. T. Clark และ William Menelaus ซึ่งได้นำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ โดยเฉพาะ กระบวนการเบสเซมเมอร์ (Bessemer process) ซึ่ง Dowlais เป็นธุรกิจแรกที่ได้รับใบอนุญาตให้ใช้กระบวนการนี้เพื่อผลิตเหล็กกล้าในปี ค.ศ. 1865

นอกจากนี้ พวกเขายังได้สร้าง "Goat Mill" ซึ่งเป็นโรงรีดเหล็กที่มีกำลังการผลิตสูงที่สุดในโลกในขณะนั้น ทำให้บริษัทสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่ง

บทสรุปและการปิดตัว

Dowlais Ironworks ไม่เพียงแต่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ แต่ยังมีบทบาทในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ เช่น การที่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 เสด็จเยี่ยมชมโรงงานในปี ค.ศ. 1936 ซึ่งนำไปสู่ข้อวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการแทรกแซงทางการเมืองก่อนเกิดวิกฤตการสละราชสมบัติ

หลังจากผ่านร้อนผ่านหนาวมานานกว่าสองศตวรรษ โรงงานเหล็กแห่งนี้ได้ปิดตัวลงอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1987 ปิดฉากตำนานยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมเหล็กของเวลส์

คำถามที่พบบ่อย

Dowlais Ironworks ตั้งอยู่ที่ไหน?

ตั้งอยู่ที่ Dowlais ใกล้กับเมือง Merthyr Tydfil ในตะวันออกเฉียงใต้ของเวลส์

ใครคือบุคคลสำคัญที่ทำให้โรงงานแห่งนี้ประสบความสำเร็จในยุคแรก?

John Guest และต่อมาคือ John Josiah Guest ซึ่งได้นำนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และการบริหารจัดการสมัยใหม่มาใช้

โรงงาน Dowlais Ironworks ปิดตัวลงเมื่อใด?

โรงงานปิดตัวลงในปี ค.ศ. 1987