พื้นฐานการตีกลอง (Drum Rudiments) คืออะไร? เจาะลึกประวัติศาสตร์และเทคนิค
สรุปใจความสำคัญ
- Drum Rudiments คือรูปแบบการตีกลองพื้นฐานที่ใช้สร้างรูปแบบการตีที่ซับซ้อนขึ้น
- มีต้นกำเนิดมาจากการสื่อสารทางทหารในศตวรรษที่ 14 โดยทหารรับจ้างชาวสวิส
- ระบบการตีกลองของสวิสและฝรั่งเศสเป็นสองระบบที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลก
- การฝึก Rudiments ช่วยพัฒนาการประสานงานของมือและความเร็วในการตีกลอง
พื้นฐานการตีกลอง หรือ Drum Rudiment คือรูปแบบการตีกลองขนาดเล็กที่เป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างรูปแบบการตีที่ซับซ้อนและยาวขึ้นในดนตรีประเภทเครื่องเคาะ (Percussion) คำว่า "rudiment" ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ "พื้นฐาน" เท่านั้น แต่ยังหมายถึง "รากฐานสำคัญ" ที่นักกลองทุกคนจำเป็นต้องฝึกฝน

นิยามของ Drum Rudiment
นิยามของพื้นฐานการตีกลองมีความหลากหลายตามมุมมองของสถาบันต่างๆ ดังนี้:
- Encyclopedia Rudimentia: นิยามว่าเป็นรูปแบบการตีสั้นๆ โดยอ้างอิงจากตรรกะของ John Pratt ที่ว่า "พื้นฐานของการตีกลองคือการตี (strokes)" ซึ่งอ้างถึงการตี 4 รูปแบบพื้นฐาน
- Camp Duty Update: นิยามว่าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาณเรียกทางทหารที่มีจังหวะ การวางมือ (sticking) และโครงสร้างไดนามิก (การเน้นเสียง) ที่ชัดเจน รวมถึงมีชื่อเรียกเฉพาะ
- Percussive Arts Society (PAS): นิยามว่าเป็นวิธีการเรียนรู้กลอง โดยเริ่มจากพื้นฐานและค่อยๆ เพิ่มความเร็วและความซับซ้อนผ่านการฝึกฝน
- RudimentalDrumming.com: นิยามว่าเป็นการ "ศึกษาเรื่องการประสานงานของร่างกาย"
ประวัติศาสตร์ของ Drum Rudiments
ต้นกำเนิดของพื้นฐานการตีกลองสแนร์สามารถย้อนกลับไปได้ถึงศตวรรษที่ 14 กับทหารรับจ้างชาวสวิสที่ใช้หอกยาว การเคลื่อนพลในรูปแบบที่ใกล้ชิดกันต้องการการประสานงานอย่างมาก เสียงของกลอง (Tabor) จึงถูกนำมาใช้เพื่อกำหนดจังหวะและสื่อสารคำสั่งผ่านรูปแบบการตีที่แตกต่างกัน ซึ่งกลายเป็นรากฐานของ Drum Rudiments ในปัจจุบัน
อิทธิพลจากสวิตเซอร์แลนด์
หลักฐานการใช้กลองในสงครามของชาวสวิสปรากฏชัดเจนในการรบที่ Morgarten ในปี 1315 และการรบที่ Sempach ในปี 1386 สวิตเซอร์แลนด์มีวัฒนธรรมการตีกลองสองรูปแบบหลัก คือ Swiss Ordonnanz Trommel และ Basler Trommeln (แบบบาเซิล)
แบบบาเซิลเป็นที่รู้จักและแพร่หลายไปทั่วโลกมากกว่า เนื่องจากผลงานตีพิมพ์ของ Fritz Berger ในช่วงทศวรรษ 1930 และการส่งเสริมของ Alfons Grieder ในอเมริกาเหนือ ซึ่งส่งผลต่อระบบการตีกลองของสกอตแลนด์ อเมริกา และระบบผสม (Hybrid)
อิทธิพลจากฝรั่งเศส
ระบบของฝรั่งเศสได้รับอิทธิพลจากสวิสและมีการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ตำรา Orchesographie ของ Thoinot Arbeau ในปี 1588 ถือเป็นหนึ่งในตำราพื้นฐานยุคแรกๆ ในศตวรรษที่ 17 และ 18 นักกลองมืออาชีพชาวฝรั่งเศสได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกองเกียรติยศของกษัตริย์
ในช่วงสมัยของนโปเลียนที่ 1 เทคนิคการตีกลองได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะระบำ Le Rigodon ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการตีกลองในปัจจุบัน ระบบของฝรั่งเศสมีความซับซ้อนและกว้างขวาง โดยมีการสอนพื้นฐานประมาณ 30-34 รูปแบบ จากประวัติศาสตร์ที่มีรูปแบบการตีมากกว่า 70 แบบ
ระบบของสเปนและอิตาลี
สเปนมีระบบพื้นฐานเป็นของตนเองซึ่งถูกบันทึกไว้ตั้งแต่ปี 1761 โดย Manuel de Espinosa ในหนังสือ Toques de Guerra ซึ่งเป็นระบบที่เรียบง่าย ประกอบด้วยการตีแบบ Single Stroke เป็นหลัก มีรูปแบบที่ตั้งชื่อไว้เพียง 8-10 แบบเท่านั้น ส่วนในอิตาลี ประเพณีการใช้กลองและขลุ่ย (Fife and Drum) มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 และมีสไตล์การตีที่หลากหลายตามภูมิภาค เช่น สไตล์ออสเตรียในทางตอนเหนือ และสไตล์อิตาลีกลางในซาร์ดิเนียและปิเอมอนเต
คำถามที่พบบ่อย
Drum Rudiments คืออะไร?
คือรูปแบบการตีสั้นๆ ที่เป็นพื้นฐานในการตีกลอง โดยเน้นที่การวางมือ (sticking) และการควบคุมจังหวะ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสำหรับนักกลองทุกคน
ทำไมต้องฝึก Drum Rudiments?
เพราะการฝึก Rudiments ช่วยให้นักกลองสามารถพัฒนาความเร็ว ความแม่นยำ และการประสานงานระหว่างมือซ้ายและมือขวา ซึ่งจำเป็นต่อการตีกลองในทุกแนวเพลง
ต้นกำเนิดของ Drum Rudiments มาจากไหน?
มีต้นกำเนิดมาจากการใช้กลองในกองทัพทหาร โดยเฉพาะทหารรับจ้างชาวสวิสและกองทัพฝรั่งเศส เพื่อใช้ในการสื่อสารคำสั่งและกำหนดจังหวะการเดินทัพ