ระบบการจัดการและตรวจสอบสิ่งแวดล้อม (EMAS) คืออะไร
สรุปใจความสำคัญ
- EMAS เป็นมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมระดับพรีเมียมที่รวมข้อกำหนดของ ISO 14001 และเพิ่มข้อกำหนดด้านความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของพนักงาน
- การจดทะเบียน EMAS ต้องผ่านการทวนสอบโดยผู้ทวนสอบที่ได้รับอนุญาตและต้องเผยแพร่คำแถลงด้านสิ่งแวดล้อมต่อสาธารณะ
- EMAS III กำหนดให้องค์กรต้องรายงานตัวชี้วัดประสิทธิภาพหลัก (KPIs) ใน 6 ด้านสิ่งแวดล้อมหลัก เพื่อติดตามการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
ระบบการจัดการและตรวจสอบสิ่งแวดล้อม หรือ EMAS เป็นมาตรฐานสากลสำหรับระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมที่พัฒนาขึ้นโดยคณะกรรมาธิการยุโรปเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2536 โดยมีเป้าหมายเพื่อให้องค์กรต่างๆ สามารถประเมิน จัดการ และปรับปรุงประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมของตนได้อย่างต่อเนื่อง
มาตรฐานนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถบูรณาการเข้ากับระบบการจัดการอื่นๆ ได้ และเปิดกว้างสำหรับองค์กรทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชนทั่วโลก โดยองค์กรที่ต้องการจดทะเบียน EMAS จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎระเบียบ EMAS อย่างเคร่งครัด ปัจจุบันมีองค์กรมากกว่า 4,600 แห่ง และมีสถานประกอบการมากกว่า 7,900 แห่งที่ได้รับการจดทะเบียน EMAS
โครงสร้างของกฎระเบียบ EMAS
กฎระเบียบ EMAS ประกอบด้วย 52 มาตรา และ 8 ภาคผนวก ซึ่งครอบคลุมหัวข้อสำคัญดังนี้:
- บทที่ I - IX: ครอบคลุมตั้งแต่บทบัญญัติทั่วไป, การจดทะเบียนองค์กร, ภาระผูกพันขององค์กร, กฎสำหรับหน่วยงานที่มีอำนาจ, ผู้ทวนสอบสิ่งแวดล้อม, หน่วยงานรับรอง, กฎสำหรับรัฐสมาชิก และกฎสำหรับคณะกรรมาธิการ
- ภาคผนวก I - VIII: รายละเอียดเกี่ยวกับการทบทวนสิ่งแวดล้อม, ข้อกำหนดระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (อ้างอิง ISO 14001:2004), การตรวจสอบสิ่งแวดล้อมภายใน, การรายงานด้านสิ่งแวดล้อม, การใช้โลโก้ EMAS และตารางเปรียบเทียบเวอร์ชัน
แม้ว่า EMAS จะเป็นกฎระเบียบอย่างเป็นทางการของสหภาพยุโรป แต่จะมีผลผูกพันเฉพาะกับองค์กรที่ตัดสินใจนำระบบนี้มาใช้โดยสมัครใจเท่านั้น จุดเด่นที่ทำให้ EMAS ถูกเรียกว่าเป็น "เครื่องมือระดับพรีเมียม" สำหรับการจัดการสิ่งแวดล้อม คือการที่ EMAS รวมข้อกำหนดของ ISO 14001 เข้าไว้ด้วยกัน และเพิ่มข้อกำหนดเพิ่มเติม เช่น การมีส่วนร่วมของพนักงาน การรับรองการปฏิบัติตามกฎหมาย และการเผยแพร่คำแถลงด้านสิ่งแวดล้อมต่อสาธารณะ
ขั้นตอนการดำเนินงานเพื่อการจดทะเบียน
เพื่อให้ได้รับการจดทะเบียน EMAS องค์กรต้องดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้:
- การทบทวนสิ่งแวดล้อม (Environmental Review): วิเคราะห์กิจกรรม ผลิตภัณฑ์ และบริการขององค์กรอย่างครอบคลุม เพื่อประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและรวบรวมกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- นโยบายสิ่งแวดล้อม (Environmental Policy): กำหนดวัตถุประสงค์หลักด้านสิ่งแวดล้อมและแสดงความมุ่งมั่นในการปรับปรุงประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
- แผนงานสิ่งแวดล้อม (Environmental Program): ระบุมาตรการ ความรับผิดชอบ และวิธีการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ตั้งไว้
- ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (Environmental Management System): วางโครงสร้าง การวางแผน และกระบวนการเพื่อนำนโยบายสิ่งแวดล้อมไปปฏิบัติและรักษาไว้
- การตรวจสอบสิ่งแวดล้อม (Environmental Audit): ประเมินประสิทธิภาพการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบและเป็นระยะโดยผู้ตรวจสอบภายใน
- คำแถลงด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Statement): จัดทำรายงานสาธารณะที่ครอบคลุมโครงสร้างองค์กร นโยบาย ผลกระทบ และผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม
- การทวนสอบและการจดทะเบียน (Verification and Registration): ขั้นตอนทั้งหมดต้องได้รับการทวนสอบโดยผู้ทวนสอบที่ได้รับอนุญาต และส่งคำแถลงที่ผ่านการรับรองไปยังหน่วยงานที่มีอำนาจเพื่อจดทะเบียนและใช้โลโก้ EMAS
ตัวชี้วัดประสิทธิภาพหลัก (KPIs)
EMAS กำหนดตัวชี้วัดหลักเพื่อให้องค์กรสามารถวัดผลและติดตามการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งมีประโยชน์ดังนี้:
- ช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจปรับปรุงประสิทธิภาพได้จากข้อมูลที่ติดตามอย่างสม่ำเสมอ
- สามารถเปรียบเทียบประสิทธิภาพกับคู่แข่งเพื่อสร้างเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmarking)
- สร้างความสอดคล้องในการติดตามและรายงานผลทั่วทั้งองค์กร
- ช่วยให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกเข้าใจแนวทางการปกป้องสิ่งแวดล้อมขององค์กร
ตัวชี้วัดตามมาตรฐาน EMAS III
ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2553 EMAS III กำหนดให้รายงานตัวชี้วัดใน 6 ด้านหลัก โดยเน้นที่ด้านพลังงานและวัสดุ ดังนี้:
| ด้านที่วัด | ตัวชี้วัด | รายละเอียด |
|---|---|---|
| ประสิทธิภาพพลังงาน | En1 | วัดปริมาณพลังงานที่ใช้ในการผลิตสินค้าหรือบริการ เพื่อหาจุดที่ใช้พลังงานสูงและปรับปรุงให้ดีขึ้น |
| ประสิทธิภาพพลังงาน | En2 | วัดความเป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ โดยดูสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน (เช่น โซลาร์เซลล์, พลังงานลม, ชีวมวล) |
| ประสิทธิภาพวัสดุ | Mat1 | ระบุวัสดุหลักที่ใช้และติดตามประสิทธิภาพของมาตรการลดการใช้วัสดุ |
คำถามที่พบบ่อย
EMAS แตกต่างจาก ISO 14001 อย่างไร?
EMAS ครอบคลุมข้อกำหนดทั้งหมดของ ISO 14001 แต่มีความเข้มงวดกว่า โดยเพิ่มข้อกำหนดด้านการมีส่วนร่วมของพนักงาน การรับรองการปฏิบัติตามกฎหมาย และการบังคับให้เผยแพร่คำแถลงด้านสิ่งแวดล้อมต่อสาธารณะ
ใครสามารถจดทะเบียน EMAS ได้บ้าง?
EMAS เปิดกว้างสำหรับองค์กรทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นองค์กรภาครัฐหรือเอกชน และสามารถนำไปใช้ได้ทั่วโลก
ประโยชน์ของการใช้ตัวชี้วัด KPI ใน EMAS คืออะไร?
ช่วยให้องค์กรสามารถติดตามประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นระบบ ใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจของผู้บริหาร และสามารถเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับองค์กรอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันได้


