← กลับไปยังบทความทั้งหมด

อัลบั้ม + (Plus) ของ Ed Sheeran

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นอัลบั้มสตูดิโอชุดแรกของ Ed Sheeran วางจำหน่ายในปี 2011
  • เปิดตัวที่อันดับ 1 บนชาร์ตอัลบั้มของสหราชอาณาจักร
  • มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 4 ล้านก๊อปปี้
  • ได้รับอิทธิพลทางดนตรีจากศิลปินอย่าง Eminem และ Damien Rice

+ (Plus) เป็นอัลบั้มสตูดิโอชุดแรกของ Ed Sheeran นักร้องและนักแต่งเพลงชาวอังกฤษ ซึ่งวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 9 กันยายน ค.ศ. 2011 ภายใต้สังกัด Asylum Records และ Atlantic Records อัลบั้มนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ Sheeran ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์อย่างก้าวกระโดด หลังจากที่เขาเคยปล่อยอีพี (EP) อิสระมาแล้วถึง 5 ชุดก่อนหน้านี้

ภาพพอร์ตเทรตของ Ed Sheeran พร้อมเครื่องหมายบวก (+) ที่มุมขวาล่าง
หน้าปกอัลบั้ม + (Plus) ของ Ed Sheeran

การผลิตและศิลปินผู้มีส่วนร่วม

การผลิตอัลบั้มนี้ส่วนใหญ่ดำเนินการโดย Jake Gosling และ Ed Sheeran เอง โดยได้รับความช่วยเหลือด้านการผลิตเพิ่มเติมจาก No I.D. โปรดิวเซอร์เพลงฮิปฮอปชาวอเมริกัน ซึ่งช่วยให้ตัวอัลบั้มมีส่วนผสมของดนตรีป๊อปและจังหวะแบบฮิปฮอปที่โดดเด่น

ความสำเร็จทางชาร์ตและยอดขาย

ความสนใจจากสื่อมวลชนต่ออัลบั้ม + เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากจากความสำเร็จของซิงเกิลนำสองเพลงแรก ได้แก่ "The A Team" และ "You Need Me, I Don't Need You" ซึ่งขึ้นถึงอันดับ 3 และ 4 บนชาร์ต UK Singles Chart ตามลำดับ ต่อมาเพลง "Lego House" ซึ่งปล่อยออกมาในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2011 ก็ประสบความสำเร็จเช่นกัน โดยขึ้นถึงอันดับ 5 ในสหราชอาณาจักร

นอกจากนี้ ยังมีซิงเกิลอื่น ๆ เช่น "Drunk", "Small Bump" และ "Give Me Love" ที่ปล่อยออกมาในปีถัดมา ซึ่งทั้งหมดติดอันดับ Top 25 ของชาร์ตเพลงในสหราชอาณาจักร ในด้านยอดขาย อัลบั้มนี้มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 4 ล้านก๊อปปี้

ในสหราชอาณาจักร อัลบั้มนี้เปิดตัวที่อันดับ 1 บน UK Albums Chart ด้วยยอดขายในสัปดาห์แรกกว่า 102,000 ก๊อปปี้ ส่วนในสหรัฐอเมริกา อัลบั้มนี้ขึ้นถึงอันดับ 5 บน Billboard 200 โดยมียอดขาย 42,000 ก๊อปปี้ ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวที่สูงที่สุดสำหรับอัลบั้มสตูดิโอชุดแรกของศิลปินชาวอังกฤษในสหรัฐฯ นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009

Ed Sheeran ในช่วงเริ่มต้นอาชีพการทำงาน
Ed Sheeran ในช่วงการโปรโมตผลงานยุคแรก

ภูมิหลังและการเดินทางสู่ความสำเร็จ

ก่อนที่จะมีชื่อเสียง Ed Sheeran ใช้เวลาหลังจบการศึกษาตอนอายุ 16 ปี เดินทางไปทั่วสหราชอาณาจักรเพื่อแสดงดนตรีตามงาน Open Mic โดยใช้เงินทุนการศึกษาซื้อตั๋วรถไฟและอาศัยอยู่กับเพื่อนเพื่อลดค่าใช้จ่าย เขาใช้เวลา 4 ปีในการสั่งสมประสบการณ์ในวงการดนตรีสดของอังกฤษ

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเขาเดินทางไปลอสแอนเจลิสและได้พบกับ Jamie Foxx นักร้องชื่อดัง ซึ่ง Foxx ประทับใจในความสามารถของ Sheeran และให้การสนับสนุนทั้งในด้านสตูดิโอและการแนะนำให้รู้จักกับผู้คนในวงการ รวมถึงการให้ Sheeran ไปแสดงในรายการวิทยุของเขา นอกจากนี้ การอัปโหลดวิดีโอการแสดงเพลง "You Need Me, I Don't Need You" ลงบน YouTube ยังได้รับความนิยมอย่างมาก โดยมียอดเข้าชมกว่าครึ่งล้านครั้งในขณะนั้น

หลังจากนั้น Sheeran ได้เซ็นสัญญากับ Atlantic Records และได้รับการดูแลโดยทีมบริหารของ Elton John ที่ชื่อว่า Rocket โดย Sheeran ได้เล่าถึงความรู้สึกที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปินระดับโลกอย่าง Elton John ที่เข้ามาสนับสนุนอาชีพของเขา

ลักษณะทางดนตรีและอิทธิพล

ดนตรีในอัลบั้ม + ได้รับอิทธิพลจากศิลปินหลากหลาย เช่น Eminem, Nizlopi และ Damien Rice โดย Sheeran ใช้กีตาร์โปร่งเพียงตัวเดียวในการแสดงส่วนใหญ่โดยไม่มีวงดนตรีหรือบีทประกอบในบางช่วง

เนื้อหาของเพลงมักสะท้อนถึงเรื่องราวในชีวิตจริง ความสงสัยในตนเอง และด้านที่มืดมนของสังคม เช่น เพลง "The City" ที่บรรยายถึงชีวิตคนไร้บ้าน ซึ่ง Sheeran ได้ใช้เทคนิคการทำ Beatboxing ประกอบด้วย แนวเพลงในอัลบั้มมีความหลากหลาย ตั้งแต่ Folk-pop ไปจนถึง R&B (เช่นในเพลง "Grade 8") และ Folk-hop (เช่นในเพลง "Drunk")

คำถามที่พบบ่อย

อัลบั้ม + (Plus) วางจำหน่ายเมื่อใด?

อัลบั้ม + (Plus) วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 9 กันยายน ค.ศ. 2011

เพลงฮิตจากอัลบั้มนี้มีเพลงอะไรบ้าง?

เพลงที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ได้แก่ "The A Team", "You Need Me, I Don't Need You", "Lego House" และ "Give Me Love"

ใครเป็นโปรดิวเซอร์หลักของอัลบั้มนี้?

โปรดิวเซอร์หลักคือ Jake Gosling และ Ed Sheeran โดยมี No I.D. ร่วมโปรดิวซ์ในบางเพลง

อัลบั้มนี้ประสบความสำเร็จในสหรัฐอเมริกาอย่างไร?

อัลบั้มนี้ขึ้นถึงอันดับ 5 บนชาร์ต Billboard 200 และเป็นการเปิดตัวที่สูงที่สุดสำหรับอัลบั้มแรกของศิลปินอังกฤษนับตั้งแต่ปี 2009